คืนฟ้าใหม่แห่งดวงตาเหล็ก
เม็ดฝนกระทบแผ่นเหล็กเก่าเสียงดังปึงปัง ท่ามกลางเมืองเหล็กยักษ์ซึ่งทอดผ่านรอยต่อตึกสูง ดวงไฟฟ้าสีส้มกระพริบเรื่อดั่งเปลวไฟแผ่ว ในซอกตึกเล็ก ๆ ณ ถิ่นซึกท้ายสุดของมหานครลอยฟ้า “ซาไน” เด็กหนุ่มวัย 15 ปี มือข้างหนึ่งกุมแผ่นตาข้างขวาซึ่งปิดไว้ด้วยผ้าสีดำ ท่ามกลางรอยแผลจาง ๆ เขาเดินก้มหน้า ฝ่าสายฝนในคืนแรกแห่งชีวิตที่ไม่มีครอบครัว หลังเหตุการณ์เครื่องจักรโรงงานถล่มเมื่อเดือนก่อน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงขุดค้นเหล็กแหลมจากคนจรจัดดังขึ้นจากตรอกข้าง ๆ “เด็กใหม่…” เสียงต่ำขรุขระ “เหม่อยู่ทำไม ถ้าหิวก็กินน้ำฝนตรงนั้นสิ!”
ซาไนเหลียวมอง พยายามเลี่ยงสายตา เขามองเหรียญโลหะในมือกำแน่น คำพูดสุดท้ายของพ่อลอยมาในความคิด “อย่าหยุดเดิน ซาไน… ต้องหาให้เจอ”
เขาล้วงกระเป๋าเสื้อคลุม พบกระดาษสีขาวขาดมุมจารึกตัวอักษรลับ “M-65” พร้อมภาพร่างเส้นแกนตึกสูงทรุดโทรม เขาคิดถึงแม่ซึ่งหายสาบสูญไปพร้อมข่าวลือเกี่ยวกับโครงการลับใต้เมือง ทุกคืนเขาจะฝันเห็นแม่เรียกหา ยื่นมือเข้าหาแสงไฟสีฟ้าเข้มในอุโมงค์ลับ ขณะแรงปะทะแห่งความกลัวจากในฝันยังเกาะกุมใจ
คืนฝนซากนั้น เขาเดินไปตามเส้นเล็กของตลาดใต้สะพาน เสียงคนตะโกนขายของปลอม “รสชาติความทรงจำ กลิ่นควันเหล็กสด!” ท่ามกลางแสงจ้าของตลาดเทียม ซาไนเหลือบดวงตาเพียงข้างเดียวสอดส่อง ทันใด เด็กหญิงผมสั้น ชุดเสื้อคลุมแดงยืนขวางทาง เธอยิ้ม แต่ในแววตามีประกายก้ำกึ่งบางอย่าง “หิวไหม ฉันแบ่ง…” เธอยื่นขนมปังแข็งให้ “อย่าไว้ใจใคร” เสียงร่ำสอนของพ่อแว่บขึ้นในสมอง
เขารับขนมปังอย่างลังเล เด็กหญิงยิ้มกว้าง “ชื่อ ‘ไลลา’ นายอยู่ส่วนไหนของเมือง?” ซาไนนิ่ง เงียบไปครู่หนึ่ง “…แค่ผ่านมา”
เสียงไซเรนหอนดังขึ้น บรรยากาศตึงเครียด ไลลาหน้าหมองลงทันใด “มันเริ่มอีกแล้ว…” เธอหลุบตา คนในตลาดแตกตื่นกะทันหัน วิ่งแยกย้าย ซาไนลังเลก่อนคว้ามือไลลาแล้วดึงหลบเข้าสู่ตรอกมืด
เสียงฝีเท้าเหล็กเดินลาด คนกลุ่มหนึ่งใส่ชุดคลุมดำ สวมหน้ากากเงิน เดินตรวจตราตามตรอก ไลลากระซิบ “หน่วย G ทำงานตามสั่ง ถ้าพลาดโดนจับ… อย่าดิ้นนะ”
ในความเงียบ ซาไนหอบหายใจ ไลลาพยายามกลั้นเสียง “นายหนีมาจากบนหอใช่ไหม”
ซาไนพยักหน้าเบา ๆ “ผมต้องตามหาแม่ เธอหาย… แล้วก็…” เขาชะงัก ไม่กล้าพูดต่อ ไลลามองตา “ฉันเองก็หาคนเหมือนกัน”
เสียงเครื่องมือสแกนเรืองแสงแล่นผ่านหน้าทั้งคู่ แสงสีฟ้าสว่างวาบ ซาไนสตั้นต์ชั่วขณะ ฝันร้ายเมื่อคืนผุดวาบขึ้นในหัว เห็นภาพแม่ถูกคุมตัว ลงไปในห้องใต้ดินแสงสีน้ำเงิน ก่อนภาพจะขาดสะบั้น
“รีบไป…” ไลลากระซิบ เร่งจังหวะขยับตัว ทั้งคู่กระโจนข้ามกองเศษซากเหล็ก ก่อนหลบเข้าสู่อาคารร้าง
ในอาคารไร้คน แสงเงาส่องเข้ากำแพงสีสนิม ซาไนหอบหนัก มองมือเปื้อนฝุ่นของตน “เธอ… มองเห็นได้ยังไงในมืด” สิ่งที่เขาเพิ่งสังเกต ไลลาหลบตา “เรื่องของฉัน… นายอย่าอยากรู้เลยดีกว่า”
ทั้งคู่พักฟื้นอยู่เงียบ ๆ ต่างไม่ยอมเปิดเผยอดีตของตนเอง จนกระทั่งเสียงใบไม้เหยียบกรอบแกรบหน้าประตูดังขึ้น ซาไนชะงัก คว้าเศษท่อเหล็กเตรียมป้องกันตัว ไลลาถอยหลังไปใกล้หน้าต่าง
ชายวัยกลางคนผมขาวค่อย ๆ เข้ามาในแสง เผยรอยเหี่ยวย่นกับดวงตาทั้งสองข้างสี Amber เขาเพียงสบตาทั้งคู่ “ที่นี่ ไม่ปลอดภัย อยู่นานไม่ได้”
ซาไนลังเล “คุณคือ—”
“เรียกผมว่า ‘ครูอีธาน’” ชายคนนั้นกล่าว ช้า ๆ “ใต้เมืองมีมากกว่าที่พวกหนูคิด ถ้าอยากรอด… ต้องย้ายคืนนี้เลย”
ไลลามองซาไนเหมือนรอคำตอบ ซาไนก้มเลี่ยงสายตาแต่กำมือแน่นกว่าเดิม “ผมจะไปก็ได้ ถ้า… จะช่วยหาคนให้ด้วย”
ครูอีธานหันไปหาไลลา “พ่อแม่เธอ—” เด็กหญิงหน้าตกลงทันที เสียงสะอื้นบางอย่างในลำคอ
“มีใครถูกจับตัวไปบ้างงั้นเหรอ…” ซาไนเอ่ยกับเสียงกล้าแกล้ง ความจริงค่อย ๆ แฝงในถ้อยคำ
ครูอีธานชะโงกหน้าดูหน้าต่าง “ยามนี้อุโมงค์ G-6 จะเปิด ต้องรีบออกไปก่อนหน่วยลาดตระเวนคืนรอบสอง”
ทั้งสามรีบรวมตัว เดินลัดเลาะตรอกมืด จุดหมายหลักคือ “M-65” บนกระดาษฝอย ซาไนนำพวกเขาสู่เงาตึกสนิม ใจเต้นแรงไม่ต่างกับฝนริมฝ่าเหล็ก ทุกย่างก้าวบนแผ่นทางเดินขึ้นสนิมคือความลังเลระหว่างอดีตกับปัจจุบัน
ขณะกำลังปีนลงสู่บันไดอุโมงค์แคบ เสียงปืนเลเซอร์แล่นผ่านหัวกลุ่มคนบนดาดฟ้า ไลลาตะโกน “โกงเวลาหนี!” ขบวนคนหน่วย G โผล่ไล่หลัง ทั้งสามวิ่งหนีสุดกำลัง ซาไนล้มกลิ้งครูดเจ็บแต่กัดฟันลุก ท้ายสุดทั้งกลุ่มกระโจนเข้าประตูเหล็กบานใหญ่ ก่อนล็อคกลไกอัตโนมัติขังตัวเองในทางเดินมืดใต้เมือง
เสียงลมหายใจดังสะท้อนเป็นจังหวะ ไฟสีเขียวสลัวปรากฏจากแถบผนัง ครูอีธานหยิบไฟฉายขนาดเล็กโยนให้ “เส้นนี้พลาดไม่ได้ โลกข้างนอกถ้ารอดคือรอดเลย แต่คนที่เหลืออยู่… ไม่ใช่ทุกคนจะได้แบบนั้น”
จู่ ๆ ไฟกระพริบวูบ นิ้วเท้าไลลาสัมผัสของแข็งคล้ายกล่อง ซาไนลงไปช่วยหยิบ พบ “ป้ายชื่อ” เปื้อนสนิม จารึกชื่อ “ฟลินน์” กับตัวเลขรหัส ไม่มีใครพูดอะไรสักพัก ทุกคนหยุดนิ่ง ทว่าในดวงตาของไลลามีคราบน้ำตาเงียบ ๆ ซ่อนอยู่
“อย่าเพิ่งหยุด” ครูอีธานประกาศเสียงเรียบ “ถ้ายังอยากเจอคนที่รัก ต้องเดินต่อ”
ขณะทั้งกลุ่มเดินไปในอุโมงค์ เสียงบางอย่างสะท้อนมาจากผนังเหล็กรวนราวเครื่องจักรยักษ์ที่ยังทำงาน แต่ถูกทิ้งมานาน “ถ้าแม่ถูกจับไว้ที่นี่…” ซาไนสารภาพเสียงเบา “ถ้าเราไปไม่ถึง…ผม —”
“อย่าคิดเกินห้านาทีข้างหน้า” ไลลาพูดสวน สายตาแข็งกระด้างเหมือนป้องกันตัว
เดินต่อไปจนไฟฉายดับพรึบ ครูอีธานคว้ามือซาไน “จับไว้ อย่าเสียกลุ่ม” เสียงเงียบราวกับเวลาถูกหยุด หัวใจซาไนเต้นแรงจากความกลัว เริ่มหายใจถี่ขึ้น มือสั่นแต่ยังฝืนจับไว้
ทันใดนั้น ประตูเหล็กด้านข้างเปิดวาบ แสงฟ้าสว่างจ้า เด็กชายวัยเดียวกับซาไนวิ่งพรวดเข้า เสียงหอบหนัก “ทางนู้น! ตามมาเร็ว!”
งุนงงแต่ไม่มีทางเลือก ทั้งสามตามเด็กชายไป ทางเดินแคบวกตัวยาวราวกับหลอดทดสอบชิ้นงาน โครงเส้นเหล็กเหนือหัวสะท้อนผิวฝุ่นกระจก เด็กชายไม่พูดถึงอดีตตนเองเลยเพียงนำทางและโยนของกินเล็ก ๆ ใส่มือซาไน “เจ้านี่มันอะไร?”
“ไม่ต้องรู้มาก… แค่กินไว้ เดี๋ยวจะหมดแรง”
ซาไนกัดขนมปังรสขม คำรสแปลก ๆ แฝงความหวังพร่า ๆ ในหัว
ทางเดินสิ้นสุดในห้องกลวงลึก มีแผงควบคุม เครื่องมือสมัยก่อนซ้อนทับกลไกสนามแม่เหล็ก แต่บางอย่างในห้องแผ่วแสงกะพริบสีฟ้า “ใช่ที่นี่มั้ย?” ไลลาถามเสียงต่ำ ซาไนชูแผ่นกระดาษ ‘M-65’ เทียบกับเลขข้างผนัง
“นี่ล่ะ… จุดที่แม่ถูกจับ…”
จู่ ๆ เสียงเครื่องจักรขูดกราวดังขึ้น ฝาผนังแหวกออก เครื่องจับสแกนเจาะส่องไปทั่ว ไลลาผวา เด็กชายปริศนารีบโยนเครื่องขัดสัญญาณให้ “เร็ว! ต้องหยุดมันก่อน!”
ซาไนลังเลระหว่างจะช่วยหรือหนี เขามองไปที่สายตาลูกทีมใหม่ ๆ เห็นทุกคนต่างมีความกลัวและความหวังอย่างปัดเป่า
เสียงระเบิดเบา ๆ ดังสะเทือน ชั่วอึดใจแสงไฟหัวหน้าหน่วย G ส่องเข้ามา “พวกเจ้า… คิดจะหนีไปไหน?”
คำถามนั้นแขวนค้างในอากาศ ซาไนสั่นกลัวแต่กัดฟันแน่น “เราจะหยุดคุณ…”
แสงไฟฟ้ากระพริบ ใบหน้าหน่วย G เปลี่ยนเป็นสีเงิน เผยรอยยิ้มแข็งกร้าว ไลลาคว้ามือซาไน “อย่าเสียเวลาคิด ต้องเลือก!”
ซาไนมองสิ่งที่ถืออยู่—เครื่องขัดสัญญาณ กับกระดาษ ‘M-65’ หากเขากดเปิดระบบ ที่นี่จะล่ม แต่ถ้าไม่… อาจหมดโอกาสพบแม่
ในจังหวะสั้น ๆ นั้น ซาไนตะโกน “หนีไปก่อน!” แล้ววิ่งถลันเข้าปุ่มควบคุม ระบบตู้ป้องกันปิดผนึกทันที ไลลากับครูอีธานถูกขังอยู่อีกฝั่ง หน่วย G โกรธแค้นไล่ล่าซาไนเข้าไปในลิฟต์เหล็ก
ระหว่างทางในลิฟต์ ซาไนจ้องตาหน่วย G ผ่านกระจกเงา “แม่ฉันอยู่ไหน?” เขาตะโกนกลับ
“ทุกคนที่รักถูกบันทึกไว้ในนี้…” หน่วย G แตะวงจรสมองเทียม แววตาว่างเปล่า ซาไนร้องไห้—เสียงสะอื้นแรกนับแต่สูญเสีย คราบน้ำตาผ่านรอยผ้าแผ่นตา “ผม… ไม่อยากเหลือใครไว้เบื้องหลังอีก”
ลิฟต์หยุดในห้องมืด เสียงแม่กระซิบเรียกชื่อเขาอย่างเบาบาง เสียงเลือกซ้อนเสียงกลไก ซาไนเดินตามเสียงจนพบประตูห้องทดลองใหญ่ ภายในมีร่างหญิงสาวนอนนิ่ง เช็คสายตาค่อย ๆ ลืมขึ้น
“ซาไน…ลูก…” มือนั้นยังอุ่น ซาไนกอดแม่แน่น สะอื้นเกินกว่าจะพูดออกมา
เสียงระเบิดด้านล่างดังไกลขึ้น ไลลาส่งเสียงทางวิทยุ “นายปลอดภัยมั้ย ซาไน!?”
ซาไนตัดสินใจ—เขาต้องสละอดีตและเผชิญหน้าความกลัวเพื่อช่วยทุกคน เขากดเปิดระบบปลดล็อกทั้งหมด เสียงโซ่ คลายกรอบประตูต่าง ๆ พรึบเดียวทั้งมหานครเริ่มคืนสู่อิสรภาพ
เขารีบประคองแม่ออกจากห้องทดลอง ไลลากับครูอีธานโผล่มาหา น้ำตาแห่งเสรีภาพคลอในตาไลลา ซาไนยื่นกระดาษ ‘M-65’ เผยรหัสลับของเมืองให้ไลลา
หลายนาทีสู่อุโมงค์บน ท่ามกลางแสงสว่างใหม่ เมืองเหล็กที่เคยปิดตายกลับเต็มไปด้วยเสียงคนร้องระงมหัวใจ
ซาไนหันมองตาแม่ น้ำเสียงอ่อนโยน “ผม…กลัวว่าจะเสียแม่ไปอีก”
แม่สวมกอดลูก “สิ่งที่ยากสุด คือเชื่อในวันพรุ่งนี้”
อรุณวันใหม่ฉายแสงเหนือมหานครลอยฟ้า เด็กหนุ่มผู้สูญเสียทุกอย่าง ยืนอยู่ท่ามกลางเพื่อนใหม่ อิสรภาพ และอดีตที่เยียวยาด้วยมือของตัวเอง เขาค่อย ๆ ถอดผ้าปิดตา มองฟ้าใหม่ด้วยสองตา—หนึ่งบาดแผล หนึ่งความหวัง โลกทั้งใบเริ่มหมุนอีกครั้ง