ตำนานแห่งป่าคริสตัลและสัตว์เงา ฟิรันเดียร์
แสงสลัวลอดผ่านยอดคริสตัลสีฟ้าอมเขียว กระจายประกายระยิบไปทั่วผืนป่าลึกเหมือนหยาดน้ำค้างในความฝัน ลมเย็นพลิ้วพัดให้ใบไม้สะท้อนเงาเล่นกับผิวน้ำใสซึ่งไหลอย่างเงียบงันอยู่เบื้องล่าง กลางใจป่า ซีลิฟ ยืนหลบอยู่ใต้ต้นคริสตัลสูงกว่าคนสิบคน ดวงตาสีอำพันแจ่มใสจับจ้องเงาตัวเองที่ทอดยาวบนพื้นหญ้า คนอื่น ๆ ในหมู่บ้านป่านี้ ล้วนกล่าวว่าป่าในยามค่ำคืนคือดินแดนของเงามืดและสัตว์ลึกลับ แต่ซีลิฟกลับหลงใหลเสน่ห์ของแสงงามปะทะเงาแปลกประหลาดนั้น แม้เขาหวาดกลัวความมืดและได้ยินเสียงกระซิบจากเงาเสมอ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงฝีเท้าเบา ๆ ดังขึ้น ท่ามกลางความสงัดบนทางเดินหินแก้ว ซีลิฟเหลียวเห็น โอรัส เพื่อนสนิทที่ช่างซักถามเสมอ เพื่อนผู้นำของกลุ่มเด็ก ๆ ในหมู่บ้าน “เมื่อคืนฝันร้ายหรือ” โอรัสถามเสียงต่ำ ซีลิฟพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะเอ่ยว่า “ข้าเห็นเงาสัตว์มีตาสว่างราวเปลวอัคคี มันเรียกชื่อข้า…” โอรัสชะงัก ใบหน้าขรึมลงทันที
ในตำนานเก่าแก่ของป่า มีเรื่องเล่าถึงสัตว์เงาชื่อ ฟิรันเดียร์ สัตว์วิเศษที่เกิดจากการบรรจบกันของแสงคริสตัลและเงาแห่งรัตติกาล ว่ากันว่าฟิรันเดียร์ปกป้องสมดุลแสงกับเงาในป่า หากวันใดสมดุลถูกทำลาย ป่าจะกลายเป็นแก้วแตกกระจายหรือกลืนไปด้วยเงามืดชั่วนิรันดร์
ดวงตาโอรัสสบตาซีลิฟอย่างกังวล “เจ้าอย่าออกนอกขอบสูงคืนนี้” ซีลิฟเงียบไป ก่อนจะกัดปากถามเบา ๆ ถึงตำนานนั้น “คิดว่าเป็นเพียงเรื่องหลอกเด็กหรือไม่” โอรัสไม่ตอบ แต่คว้าแขนซีลิฟแน่น “เราไม่ควรลอง” แต่ในดวงตาซีลิฟ ฉายแววอยากรู้อย่างอดกลั้น
คืนนั้น แสงพระจันทร์เต็มดวงตกบนยอดคริสตัล เรืองรองจนผู้คนในหมู่บ้านออกมายืนนิ่งอยู่กลางลานแก้ว ทุกปีในวันเช่นนี้ เงาในป่าจะเคลื่อนไหวนานผิดปกติ ซีลิฟแอบออกจากขอบสูง เดินเท้าเปล่าลัดเลาะผ่านรากแก้วใสราวสายธาร เสียงลมเย็นกระซิบข้างหู เสียงหัวใจเขาเต้นดังจนกลัวว่าเงาจะได้ยิน
ข้างหน้าตรงโขดหินแก้วเงามืดบางอย่างคืบคลาน ซีลิฟหยุดลมหายใจ ขณะนั้นประกายแสงฟ้าจากยอดต้นไม้ตกกระทบลงราวสายฟ้า วาดรูปร่างสิ่งมีชีวิตประหลาดกลางเงามืด รูปร่างสัตว์ขนเงางาม สูงกว่ามนุษย์ ผิวสลับสีเทาทึบประกายคริสตัล มีเขาย้อยเหมือนหยาดนํ้าแข็ง ตาสีแดงส่องประกาย ซีลิฟถอยหลังแต่เท้าสะดุดหินแก้วจนล้มลง เงาสัตว์นั้นโน้มเข้าใกล้ทุกที
เสียงครางต่ำดังก้อง “ชื่อเจ้าคืออะไร” ซีลิฟพึมพำตะกุกตะกัก “ข้าชื่อ…ซีลิฟ” ตาสัตว์วิเศษทอประกาย เขาตอบ “ข้า คือ ฟิรันเดียร์ ผู้แรกเริ่มแห่งเงาและแสง” ศีรษะก้มลงจนเงาสะท้อนสีอำพันในดวงตาซีลิฟ “เจ้า…ผู้หวาดกลัวความมืด เหตุไฉนจึงกล้าก้าวมาในราตรีนี้”
“เพราะข้าอยากเข้าใจว่าทำไมเงากับแสงต้องอยู่ร่วมกันตลอดไป” ซีลิฟตอบ นิ้วมือยังสั่นแต่สายตาแน่วนิ่ง ฟิรันเดียร์นิ่งงันราวสังเกตหัวใจมนุษย์ตรงหน้า
“คืนที่แสงเต็มดวง คำสาปเก่าแก่จะตื่นขึ้น ใครพบข้า ณ มุมมหัศจรรย์ ต้องเลือก—จะยอมรับเงาในตนหรือสลายเป็นเงามืด” ฟิรันเดียร์เอ่ยพร้อมเสียงลมกรีดร้อง ซีลิฟรู้สึกถึงความเยือกเย็นไหลผ่านร่าง เงาที่เท้าเขาพลันเคลื่อนไหวออกจากร่าง เดินวนรอบตัว ซีลิฟยืนตัวแข็ง ความกลัวเกือบหลั่งเป็นหยาดน้ำตา
“ข้า…กลัวเงาของตนเอง” ซีลิฟยอมรับเสียงเบา แสงจันทร์ค่อย ๆ หรี่ลง เงาครึ้มทึบหนักหน่วง “ข้ากลัวที่ข้าไม่เข้าใจมัน” ดวงตาฟิรันเดียร์ยังคงจับจ้อง พร้อมกับเสียงพูดแผ่ว “เงาคือครึ่งหนึ่งของเจ้า หากเจ้าปฏิเสธ เจ้าจะเป็นเพียงแสงที่หลงทางและพังทลาย ถ้าเจ้ายอมรับ เจ้าจะกลายเป็นสะพานเชื่อมแสงกับเงา”
กระแสลมปะทะผิวซีลิฟจนต้องเม้มปากแน่น อยู่ ๆ เงาใต้เท้ากลายเป็นเด็กชายอีกคน หน้าตาเหมือนเขาแต่สีตาต่าง ซีลิฟถอยหลังพร่ำละล่ำละลัก เด็กเงาโน้มตัวเข้าใกล้ “เจ้าไม่เห็นข้า แต่ข้าเห็นเจ้าเสมอ”
<<