เสียงกระซิบจากหอคอยเก่า
ฝนตกกระหน่ำอย่างไม่มีทีท่าในคืนแรกที่ขวัญมาถึงมหาวิทยาลัยชนบทแห่งนี้ เม็ดฝนกระแทกหน้าต่างบานเก่าดังเปาะแปะ หอพักหญิงหลังยาวทอดตัวไปในความมืดราวสัตว์ประหลาดที่นอนหมอบข้างป่ารกข้างทาง ขวัญก้มหน้ามองกระเป๋าเป้ที่เปียกซึมข้างลำตัว หัวใจเธอหนักอึ้งกว่าสัมภาระเสียอีก เสียงรองเท้าสีขาวเปื้อนโคลนของเธอขยี้กับกระเบื้องทางเดิน ยามค่ำคืนที่เงียบสนิทจนได้ยินเสียงหายใจตัวเองสะท้อนในโพรงหู
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ขวัญมาถึงหน้าห้อง 203 ประตูไม้สีซีดยังมีรอยขูดขีดเหมือนเด็กๆ เคยขีดเล่นมาก่อน เธอสูดหายใจลึก พยายามไล่เสียงในหัวที่บอกให้ย้อนกลับราวกับมันรู้ว่าเธอไม่ควรอยู่ที่นี่ เธอหมุนลูกบิดและผลักประตูเข้าไป พื้นห้องส่งเสียงเอี๊ยด กำแพงเต็มไปด้วยรอยแตกร้าวและกลิ่นอับๆ ที่ติดอยู่ในอากาศ เธอวางกระเป๋าลงและทิ้งตัวลงที่เตียง โลหะใต้ฟูกส่งเสียงครางเหมือนขู่ขวัญในความเงียบ
เสียงฝนตกดังขึ้นอีกเมื่อขวัญได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบาเดินผ่านทางเดินหน้าห้อง เธอชะงัก หยุดหายใจอยู่ชั่วครู่ มือกำผ้าห่มแน่น บานประตูไม้บางสั่นไหวเล็กน้อยเหมือนมีใครบางคนเอามือเคาะเบาๆ เธอผวา รีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาแต่หน้าจอมืดสนิท ไม่มีสัญญาณ
รุ่งเช้า ขวัญตื่นขึ้นมาด้วยดวงตาเหม่อลอย เธอมองออกไปยังหน้าต่าง เห็นป่าข้างหอที่มีเงาดำๆ เคลื่อนไหวอยู่ไกลๆ เธอสะบัดหัวไล่ความกลัว กำลังจะออกไปเรียนก็เจอเด็กสาวรูปร่างเล็กผมสั้นดัดหยิกเดินเข้ามาทัก
“ชื่ออะไรเหรอ เราอยู่ห้องตรงข้าม” เด็กสาวถามเสียงค่อยๆ นัยน์ตาเหมือนมีอะไรซ่อนอยู่
“ขวัญ… แล้วเธอล่ะ”
“ดา” เด็กสาวยิ้มแต่รอยยิ้มดูแปลกๆ “ถ้าหิว ไปกินข้าวที่โรงอาหารด้วยกันมั้ย”
ขวัญพยักหน้าอย่างลังเล ดาเดินนำไป ขวัญเหลียวกลับไปมองหอคอยเก่าริมสุดของหอพัก มีหน้าต่างบานหนึ่งเปิดแง้มทั้งที่มืดทึบ เงาคนยืนอยู่ด้านในเพียงเสี้ยววินาที เธอกระพริบตา เงานั้นหายไป
โรงอาหารเก่าคร่ำคร่า กลิ่นน้ำมันทอดเก่าๆ ลอยเข้าจมูก ดาหยิบข้าวกล่องมาแบ่ง ขณะกิน ดาก็กระซิบว่า “เธอเคยได้ยินเรื่องเล่าของที่นี่มั้ย”
ขวัญส่ายหน้า ดาหันไปมองรอบๆ ลดเสียงลง “ว่ากันว่าหอคอยเก่าตรงปลายตึกนั่น… เคยมีเด็กผู้หญิงโดดลงมานานแล้ว ทุกคืนฝนตกจะได้ยินเสียงร้องไห้กับเสียงกระซิบ”
ขวัญยิ้มแห้ง ๆ “แค่เรื่องหลอกเด็กมั้ง”
ดาหัวเราะเบา ๆ “ก็หวังว่านะ… แต่เมื่อคืนเราได้ยินเสียงคนเดินหน้าห้องเธอด้วย”
ขวัญเงียบไปชั่วขณะ หัวใจเต้นแรง
คืนนั้น ขวัญพยายามข่มตาหลับ เสียงฝนโปรยปรายลงบนหลังคาซ้ำ ๆ เธอนอนฟังความเงียบและเสียงหายใจของตัวเอง จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาจากหอคอยเก่า มันเหมือนเสียงเด็กสาวร้องเรียกชื่อเธอเบา ๆ ขวัญลุกขึ้นยืนที่หน้าต่าง พยายามชะโงกดู แต่มีเพียงความมืดสนิทและเสียงฝน
เช้าวันถัดมา นักศึกษาสาวอีกคนชื่อเหมียวเดินผ่านหน้าห้องขวัญ เธอจ้องขวัญราวกับจับผิด “เมื่อคืนได้ยินเสียงอะไรมั้ย ห้องนี้เสียงดังแปลก ๆ ตลอด”
ขวัญอ้ำอึ้งก่อนตอบ “ก็… ได้ยินเสียงเหมือนคนคุยกัน แต่คิดว่าเพ้อไปเอง”
เหมียวขมวดคิ้ว ก่อนจะลดเสียงลง “เคยมีคนอยู่ห้องนี้หายตัวไปนะ ไม่มีใครกล้าพูดถึง เขาว่ามันเกี่ยวกับหอคอยเก่า”
ขวัญกลืนน้ำลาย ฝืนยิ้ม “เธอเชื่อเรื่องแบบนี้จริง ๆ เหรอ”
เหมียวหัวเราะแห้ง ๆ “เชื่อไม่เชื่อก็เรื่องของเรา แต่… อย่าเดินไปหอคอยตอนกลางคืน”
วันนั้นขวัญไปนั่งอ่านหนังสือในห้องสมุดเก่าของมหาวิทยาลัย เธอสะดุดกับเอกสารบันทึกเก่าบางอย่างที่พูดถึงการก่อสร้างหอพักหญิงและหอคอยเก่า “เพื่อความปลอดภัยและป้องกัน” ไม่มีใครอธิบายว่าป้องกันอะไร
ดาเดินเข้ามาเงียบ ๆ ด้านหลังขวัญ เธอเห็นขวัญสนใจเอกสารจึงถามเสียงต่ำ “เธอหาข้อมูลอะไร”
“มันแปลกนะ เหมือนเขาสร้างหอคอยไว้เพื่อกันอะไรสักอย่าง มากกว่าการระวังขโมย”
ดาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระซิบ “เราว่าคืนนี้อย่าอยู่คนเดียวเลย มานอนห้องเราไหม”
ขวัญลังเลแต่ในที่สุดก็ปฏิเสธ ด้วยความกลัวจะรบกวนคนอื่น เธอกลับห้องคืนเดียวกันนั้น ขณะเดินผ่านหอคอย เธอรู้สึกเหมือนมีสายตาเฝ้ามองตามหลัง
เวลาตีสอง ขวัญสะดุ้งตื่นเพราะเสียงเปิดประตูหอคอยดังแผ่ว ๆ ตามมาด้วยเสียงกระซิบเหมือนเด็กสาวร้องไห้ เธอลุกจากเตียงอย่างลังเล กระซิบเรียกดาในโทรศัพท์แต่ไม่มีสัญญาณอีกเหมือนเดิม
ขวัญตัดสินใจเดินออกจากห้อง เธอพบทางเดินเปียกน้ำราวกับมีใครลากเท้าเปียก ๆ ผ่านไปก่อนหน้า เธอก้มลงมองเห็นรอยเท้าเล็ก ๆ นำไปทางหอคอยเก่า ขวัญลังเล แต่ความอยากรู้มากกว่าความกลัว
เธอย่องตามรอยเท้าไปจนถึงประตูหอคอย มันแง้มอยู่เพียงน้อย ๆ กลิ่นเหม็นอับคละคลุ้ง เธอผลักประตูเบา ๆ บันไดไม้แคบ ๆ นำขึ้นไปสู่ชั้นสองที่มืดสนิท
ขวัญเดินขึ้นบันได ทีละขั้น เสียงรองเท้ากระทบไม้ดังเอี๊ยดอ๊าด อย่างต่อเนื่อง ไม่มีเสียงอื่นใด นอกจากเสียงหายใจของเธอเอง เธอรู้สึกถึงอากาศเย็นเฉียบปะทะผิวหนังและเงาดำรูปร่างเด็กผู้หญิงยืนอยู่ตรงมุมบันไดชั่ววูบ ก่อนจะหายไป
ขวัญรีบก้มศีรษะ ไม่กล้าสบตา เธอเห็นสมุดโน้ตเก่า ๆ ตกอยู่บนพื้น เธอหยิบขึ้นมา ขณะพลิกดู หน้ากระดาษเต็มไปด้วยลายมือหวัด ๆ ว่า “อย่าปล่อยให้เขาออกมา อย่าให้ใครรู้ความจริง”
เสียงฝีเท้าเร่งร้อนดังขึ้นทางบันได ขวัญรีบซ่อนตัวหลังเสาไม้ เงาคนเดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว กลิ่นชื้นและความเย็นยิ่งหนักขึ้น เธอหอบหายใจเงียบ ๆ หัวใจเต้นกระหน่ำเหมือนจะหลุดออกจากอก
ขวัญค่อย ๆ ย่องลงจากหอคอย วิ่งกลับห้องอย่างหวาดผวา เธอเจอดาและเหมียวรออยู่หน้าห้อง ทั้งสองมองหน้ากันอย่างตื่นตระหนก
“ไปไหนมา ทำไมโทรไม่ติดเลย” เหมียวถามเสียงสั่น
ขวัญอ้ำอึ้ง “เหมือนได้ยินเสียงผู้หญิงร้องไห้… เลยเดินไปดูที่หอคอย”
ดาเงียบไปครู่หนึ่งก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ “เมื่อก่อนผู้หญิงที่อยู่ห้อง 203 หายตัวไปกลางดึกหลังฝนตกหนัก… ไม่มีใครเจอเธออีกเลย”
เหมียวเสริม “เขาว่าทุกคนที่เข้าหอคอยกลางคืนจะถูกตามหลอก เหมือนมีอะไรบางอย่างรออยู่ข้างบน”
ขวัญเงียบไปสักพัก ก่อนจะพูดเบา ๆ “แต่เราเจอสมุดโน้ต… เขียนให้ปิดบังอะไรบางอย่าง”
คืนต่อมา เสียงฝนตกกระทบกระเบื้องยิ่งดังขึ้น ดาและเหมียวขอให้ขวัญไปนอนที่ห้องเดียวกัน เสียงกระซิบจากหอคอยยังคงดังมาเป็นระยะ
กลางดึก เหมียวสะดุ้งตื่นเพราะเสียงประตูถูกเปิดอย่างแผ่วเบา เธอกระซิบปลุกขวัญและดา ทั้งสามคนลอบมองออกไปทางหน้าต่าง เห็นเงาคนเดินไปที่หอคอยอีกครั้ง
“มีคนแอบเข้าไปอีกแล้ว” ดากระซิบ
ขวัญเม้มปากแน่น ก่อนตัดสินใจเดินตามไป สามคนย่องตามเงานั้นไปจนถึงประตูหอคอย พบเด็กหญิงใส่ชุดนักเรียนเก่ายืนร้องไห้อยู่ กลุ่มหมอกลอยเวียนรอบตัวเธอ
เด็กหญิงคนนั้นหันมามอง ดวงตาว่างเปล่า เสียงกระซิบเปล่งออกมาว่า “อย่าให้เขาออกมา…”
ขวัญตัวสั่น ดากับเหมียวกุมมือกันแน่น เด็กหญิงค่อย ๆ ละลายกลายเป็นไอหมอกที่ไหลซึมหายเข้าไปในกำแพงหอคอย
หลังจากนั้น ทุกอย่างเงียบงันไปชั่วขณะ สามคนรีบกลับห้อง ขวัญนั่งนิ่ง สะท้อนคำพูดในสมุดโน้ตกับเสียงกระซิบที่ว่า “อย่าให้เขาออกมา” เธอกับเพื่อน ๆ เริ่มรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับอดีตของหอพักและหอคอย ทั้งบันทึกอุบัติเหตุ ทั้งข่าวลือเรื่องการลงโทษเด็กหญิงคนหนึ่งที่ไม่เคยถูกพูดถึงอย่างเป็นทางการ
จากการสืบค้น พวกเธอพบว่าหอคอยเก่าเคยเป็นที่ขังเด็กหญิงคนหนึ่งที่ถูกรังแกอย่างหนัก จนเด็กคนนั้นกระโดดลงมาจากหอคอยในคืนฝนตก เธอไม่ตายทันที แต่หายตัวไปโดยไม่มีใครพบศพตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ขวัญเริ่มถูกหลอกหลอนมากขึ้น เสียงกระซิบในยามค่ำคืนดังขึ้นทุกวัน เธอเห็นเงาเด็กหญิงคนนั้นผ่านห้องน้ำ หรือตามทางเดินในหอพัก บางคืนเธอได้ยินเสียงร้องไห้ราวกับเด็กหญิงคนนั้นอยู่ข้างเตียงเธอ
ดาเริ่มมีอาการประหลาด บางคืนเดินละเมอไปที่หอคอย พูดซ้ำ ๆ ว่า “อย่าให้เขาออกมา” เหมียวเริ่มฝันซ้ำ ๆ ถึงเหตุการณ์ที่เด็กหญิงคนนั้นถูกรังแกในห้องน้ำโรงเรียน เงาของผู้ใหญ่บางคนเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจ
ขวัญตัดสินใจเผชิญหน้าความจริง เธอขอให้ดาและเหมียวช่วยกันเข้าไปในหอคอยกลางดึก พวกเธอจุดเทียนไขแทนไฟฉายและเดินขึ้นบันไดไม้เสียงดังเอี๊ยดเหมือนเดิม บนชั้นสองของหอคอย มีกระจกบานหนึ่งตั้งอยู่ มันสะท้อนเงาเด็กหญิงคนนั้นกำลังยืนร้องไห้ข้างหลัง
ขวัญถามออกไปด้วยเสียงสั่น ๆ “ต้องการให้เราทำอะไร”
เสียงกระซิบตอบกลับมา “อย่าให้เขาออกมา… เขาจะมาแทนที่…”
ทันใดนั้นประตูหอคอยปิดเสียงดัง เงามืดคลี่คลุมรอบตัวพวกเธอ เสียงฝนหนักขึ้นและลมหอบแรงจนเทียนดับ ทั้งสามคนกุมมือกันแน่น เสียงเด็กหญิงร้องไห้ดังขึ้นเรื่อย ๆ จนกลายเป็นเสียงกรีดร้อง
แล้วความเงียบเข้าครอบงำ ขวัญลืมตาขึ้น เห็นดาไม่อยู่ข้าง ๆ เหมียวก็หายไป เธอยืนอยู่คนเดียวต่อหน้ากระจก เงาในกระจกไม่ใช่ตัวเอง แต่เป็นเด็กหญิงคนนั้น ขวัญพยายามจะวิ่งหนี แต่ขาเหมือนถูกตรึงไว้
เสียงกระซิบดังขึ้นอีก “ใครบางคนต้องแทนที่… ถ้าไม่มีใครรู้… เขาจะออกมา…”
ขวัญพยายามตะโกนเรียกเพื่อน แต่ไม่มีเสียงตอบรับ เธอมองไปที่ประตูหอคอย มันถูกปิดล็อกสนิท เงาในกระจกเริ่มขยับเข้าหาเธอมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอกรีดร้อง หัวใจเต้นแรงจนหูอื้อ
ทันใดนั้น ทุกอย่างเงียบสงัด เธอตื่นขึ้นในห้องพักของตัวเอง เหงื่อแตกพลั่ก ใจเต้นระรัว ดาและเหมียวนั่งอยู่ข้าง ๆ สีหน้ากังวล
“เมื่อคืน… เราเหมือนไปติดอยู่ในหอคอยกันหมด” เหมียวพูดเสียงเบา
ดาหันมามองขวัญตาแดงก่ำ “เราเห็นเด็กหญิงคนนั้น เขาอยากให้เรารู้ว่าอะไรบางอย่างถูกซ่อนอยู่ที่นี่…”
ขวัญนิ่งคิดอยู่นาน ก่อนจะบอกให้เพื่อน ๆ รวบรวมหลักฐานเกี่ยวกับการหายตัวไปของเด็กหญิงในอดีต พวกเธอเริ่มเปิดโปงความจริงกับผู้ดูแลมหาวิทยาลัย แต่กลับถูกเตือนอย่างเย็นชา “อย่าไปยุ่งกับหอคอยเก่า อย่าขุดคุ้ยอดีตที่มันควรจบไปแล้ว”
ขวัญไม่ยอมแพ้ เธอและเพื่อน ๆ ลอบเข้าไปในหอคอยอีกครั้ง คราวนี้เจาะพื้นไม้จนพบกล่องเหล็กเล็ก ๆ ข้างในคือเอกสารลับและไดอารี่ของเด็กหญิงคนนั้น เขียนว่า “พวกเขาทำร้ายฉัน และขังฉันไว้ที่นี่ ขออย่าให้ใครต้องเป็นแบบฉันอีก”
ทั้งสามคนนำเอกสารและไดอารี่ออกมาเปิดโปงความจริงในงานวันครบรอบก่อตั้งมหาวิทยาลัย เงาเด็กหญิงในหอคอยคืนนั้น ปรากฏอีกครั้งในสายตาขวัญ เธอไม่ยิ้ม ไม่ร้องไห้ เพียงมองด้วยแววตาว่างเปล่า แล้วเลือนหายไปพร้อมเสียงกระซิบสุดท้ายว่า “ขอบคุณ…”
แต่แม้ความจริงจะถูกเปิดเผย หอคอยเก่าและเสียงกระซิบก็ยังคงอยู่ในเงามืดของมหาวิทยาลัย ขวัญรู้สึกเหมือนมีใครบางคนเฝ้ามองเธอเสมอในยามค่ำคืน เสียงฝนตกยังคงนำพาเสียงกระซิบแผ่วเบา ว่าอดีตที่ปิดบังไว้… ไม่มีวันถูกลืมเลือน