เสียงในห้องพักหมายเลข 17
ฝนตกกระหน่ำใส่หลังคาสังกะสีเก่าของหอพักหญิง “ศิริวัฒน์” กลางซอยแคบที่เกือบไม่มีรถยนต์กล้าแล่นผ่าน ในคืนแรกที่แพรวาเดินลากกระเป๋าเดินทางยี่ห้อไม่มีชื่อผ่านประตูไม้เก่า เธอได้กลิ่นอับชื้นผสมกลิ่นน้ำฝนและฝุ่นผง เธอหอบหายใจเหนื่อย หน้าตาเรียบเฉยแต่ซ่อนความกังวลลึก ๆ อยู่ในดวงตา เธอมองซ้ายมองขวาเมื่อได้ยินเสียงอะไรบางอย่างคล้ายกุกกักในมุมมืดของโถงทางเดิน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ย้ายมาใหม่หรอ?” เสียงหญิงสาวแหบแห้งดังขึ้นด้านหลัง แพรวาสะดุ้ง เธอหันไปเจอสาวผมสั้นหน้าตาจืดชืด ดวงตาเหมือนหลบความจริงบางอย่าง ชื่อที่ป้ายติดเสื้อคือ ‘ไอซ์’
“ค่ะ… ห้อง 17” แพรวาตอบเสียงเบา ๆ
ไอซ์เม้มปากนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะยกยิ้มแปลก ๆ “ถ้าได้ยินเสียงอะไรก็อย่าไปสนใจนะ ห้องนี้เสียงมันเพี้ยนบ่อย”
แพรวามองกลับอย่างไม่ไว้วางใจแต่ก็ฝืนยิ้มรับ เธอเดินต่อไปยังห้องพักหมายเลข 17 ป้ายเหล็กขึ้นสนิมประดับอยู่หน้าประตูไม้แห้งกรัง เธอเสียบกุญแจไข พอเปิดเข้าไป กลิ่นเก่าและความเย็นเฉียบปะทะหน้า ตรงมุมหนึ่งของห้องมีตู้เสื้อผ้าไม้เก่าเตี้ย ๆ ฝุ่นจับหนาแน่น
แพรวาเริ่มจัดของอย่างเงียบ ๆ เสียงฝนยังคงซัดกระหน่ำอยู่นอกหน้าต่าง ราวกับเสียงในอกเธอเองที่ยังไม่สงบ
เวลาล่วงเลยถึงเที่ยงคืน แพรวายังคงนอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงขนาดเล็ก ทุกอย่างเงียบจนเกินไป จู่ ๆ เสียงกุกกักเบา ๆ ดังมาจากตู้เสื้อผ้า เธอหยุดหายใจชั่วขณะ ตั้งใจฟัง เสียงนั้นเงียบไป แต่สักพักก็กลับมาอีกครั้ง เหมือนบางอย่างกำลังขยับอยู่ข้างใน
เธอรีบหยิบมือถือเปิดไฟฉาย เดินไปใกล้ ๆ เปิดตู้ดูข้างใน มีแต่เสื้อผ้าเก่าของผู้เช่าเดิม ถูกพับไว้ในถุงพลาสติก ไม่มีอะไรผิดปกติ แพรวาปิดตู้แล้วกลับไปนอน พยายามกล่อมตัวเองว่าเป็นเสียงไม้ลั่น
เช้าวันต่อมา แพรวาตื่นมาด้วยอาการงัวเงีย สังเกตเห็นคราบน้ำซึมจากเพดานหยดใส่พื้นใกล้เตียง เธอถอนหายใจ หันไปเห็นไอซ์กำลังยืนอยู่ตรงประตูห้องโถง ไอซ์จ้องมาทางเธอด้วยสายตานิ่งจนน่ากลัว
“เมื่อคืนได้ยินเสียงไหม?” ไอซ์ถามเสียงเรียบ
แพรวาชะงัก “เสียงอะไร?”
ไอซ์ยิ้มมุมปาก “อย่าไปสนใจ อย่าคิดมาก”
แพรวานิ่งงัน สิ่งที่ไอซ์พูดทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกเตือนบางอย่าง
ตอนกลางวัน แพรวาเดินไปที่สำนักงานหอพัก พบกับคุณป้ามยุรี เจ้าของหอพักวัยกลางคนที่ดูเคร่งขรึมและพูดน้อย เธอถามถึงเสียงแปลก ๆ ในห้อง
“ตู้เก่ามันก็เสียงดังบ้าง ไม่มีอะไรหรอกหนู” ป้ามยุรีตอบพลางเช็ดเคาน์เตอร์ไม้เก่า ๆ ไม่สบตาแพรวา
เย็นวันนั้น แพรวากลับมาที่ห้อง เจอผู้หญิงผมหยิกหน้าตาเปรี้ยวจี๊ดเดินผ่านหน้าห้องเธอไปอย่างรวดเร็ว เธอหันไปสบตาอีกฝ่าย เห็นแววตาไม่เป็นมิตรและรีบสาวเท้าเข้าไปในห้องข้าง ๆ มีเสียงล็อกประตูดัง “แกร๊ก”
ก่อนเข้านอนคืนนั้น แพรวาตัดสินใจโทรหาแม่ บอกว่ารู้สึกอึดอัดกับหอพักใหม่ แต่แม่เงียบไปนานก่อนจะพูดว่า “อดทนหน่อย หนูต้องอยู่ที่นี่ให้ได้”
เสียงกุกกักในตู้เสื้อผ้าคืนนี้ดังถี่ขึ้น แพรวานอนตัวแข็ง มือกำมือถือแน่นจนเหงื่อซึม เสียงนั้นเหมือนกระซิบแผ่ว ๆ วนเวียนอยู่รอบห้อง เธอพยายามอุดหูแต่กลับได้ยินเสียงนั้นชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ
เช้าวันต่อมา แพรวาเริ่มสังเกตว่าเพื่อนร่วมหอแต่ละคนมีท่าทีแปลก ๆ ไอซ์มักจะหลบตา ไม่ค่อยพูดคุยกับใคร ขวัญ ผู้หญิงผมหยิกจากห้องข้าง ๆ มักจะจ้องมองแพรวาด้วยสายตาหวาดระแวง
กลางดึกคืนนั้น ขณะฝนตกหนักขึ้นอีก แพรวาได้ยินเสียงเคาะประตูดังขึ้นช้า ๆ เธอลุกไปดูที่ตาแมว เห็นเงาร่างบางคนยืนอยู่หน้าห้อง เงาไม่ขยับเขยื้อนเหมือนรูปปั้น เธอหลับตาแน่น ไม่กล้าเปิดประตู
เสียงเคาะหยุดลง เธอหายใจโล่งอก แต่เมื่อเหลือบไปที่กระจก เธอกลับเห็นเงาผู้หญิงในชุดนักศึกษา ยืนอยู่หลังตัวเอง แม้ในห้องจะไม่มีใคร
แพรวารีบหันกลับไป ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น ทุกอย่างเงียบสนิท
หลังจากเหตุการณ์นั้น แพรวาเริ่มเก็บตัว ไม่พูดกับใครเลย เธอพยายามหาข้อมูลเกี่ยวกับหอพักในอินเทอร์เน็ต เจอแต่ข่าวเก่า ๆ เลือนรางเกี่ยวกับอุบัติเหตุไม่ทราบสาเหตุเมื่อหลายปีก่อน แต่ไม่มีรายละเอียดชัดเจน
ค่ำวันถัดมา ระหว่างกลับจากเรียน แพรวาถูกขวัญเรียกไว้ ขวัญส่งกล่องข้าวเล็ก ๆ มาให้ เธอรับแบบไม่ไว้ใจ ขวัญกระซิบเบา ๆ “อย่าออกจากห้องกลางคืน… อย่าเชื่อเสียงเรียก ไม่ว่าจะได้ยินอะไร”
ก่อนจะถามอะไร ขวัญก็รีบเดินหนีไป
แพรวากลับมาถึงห้อง ฝนเริ่มตกอีกครั้ง เธอนั่งกินข้าวเงียบ ๆ ทันใดนั้น เสียงในตู้เสื้อผ้าดังขึ้นอีก คราวนี้เสียงเหมือนมีบางอย่างคลานอยู่ด้านใน เธอถือไฟฉายเข้าไปดูแต่ก็ไม่เจออะไร นอกจากถุงเสื้อผ้าเก่า ๆ ที่เหมือนถูกขยับออกมาจากมุมเดิม
แพรวาคืนนั้นฝันเห็นผู้หญิงในชุดนักศึกษานั่งร้องไห้อยู่ปลายเตียง เสียงร้องสะอื้นแผ่วเบา ก่อนจะตื่นขึ้นมากลางดึกพบว่าเสียงสะอื้นยังคงดังอยู่จริง ๆ
เธอทนไม่ไหว ลุกขึ้นเดินไปเคาะห้องของไอซ์กลางดึก ไอซ์เปิดประตูออกมาด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“เธอได้ยินเสียงร้องไห้ไหม?”
ไอซ์นิ่ง “อย่าไปสนใจ มันจะหายไปเอง”
“ในห้องมันมีอะไร…” แพรวาเสียงสั่น
“ขอร้องล่ะ อย่าไปยุ่ง” ไอซ์รีบปิดประตูใส่หน้าเธอทันที
แพรวากลับไปที่ห้อง นั่งซุกตัวอยู่มุมเตียง เสียงร้องไห้ยังคงดังผ่านผนังบาง ๆ จากตู้เสื้อผ้า
เช้าวันรุ่งขึ้น แพรวาสังเกตเห็นถุงเสื้อผ้าเก่าถูกวางไว้หน้าห้องเธอ เธอหยิบขึ้นมาดู ข้างในมีสมุดบันทึกเก่าอยู่เล่มหนึ่ง กระดาษกรอบเปื่อย เธอเปิดดู ข้อความหน้าปกเขียนด้วยลายมือหวัด ๆ ว่า “อย่าฟังเสียง”
แพรวาเริ่มอ่านบันทึกในสมุด พบว่าผู้เขียนสมุดชื่อ “เมย์” เธอเคยอยู่ห้องหมายเลข 17 และกล่าวถึงเสียงกุกกัก เสียงร้องไห้ที่ได้ยินทุกคืน จนถึงคืนหนึ่งที่เมย์เขียนว่า “คืนนี้มีใครบางคนเรียกชื่อฉันจากในตู้เสื้อผ้า” และจากนั้นหน้าสุดท้ายก็ขาดหายไป
คืนนั้น แพรวานั่งลังเลอยู่หน้าตู้เสื้อผ้า เสียงกุกกักยังคงไม่หยุด คราวนี้ตามมาด้วยเสียงกระซิบดังขึ้นชัดเจน “แพรวา…ช่วยด้วย”
เธอถอยหลัง หัวใจเต้นแรง เสียงนั้นยังคงเรียกต่อ เธอพยายามปิดหูแต่ก็ยังได้ยินเหมือนเดิม
แพรวาพยายามออกจากห้องแต่พบว่าประตูล็อกแน่น เธอกรีดร้องเรียกไอซ์แต่ไม่มีใครตอบรับ เสียงกระซิบกลายเป็นเสียงร้องไห้โหยหวน เธอซุกตัวอยู่กับผนังจนเช้า
วันต่อมาแพรวาคว้าสมุดบันทึกไปถามป้ามยุรี แต่ป้ากลับนิ่งเงียบ ไม่ยอมพูดอะไรสักคำ เพียงแต่สบตาเธอด้วยแววตาเศร้าสร้อย
ไอซ์เดินเข้ามาหาเธอในช่วงบ่าย กระซิบเบา ๆ “ถ้าอยากรอด…ต้องคืนของของเมย์ไปไว้ที่เดิม”
แพรวาตัดสินใจเปิดตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง วางสมุดบันทึกไว้ในถุงเสื้อผ้าเก่า ทันใดนั้นไฟในห้องดับวูบ เสียงกุกกักหยุดลง ทุกอย่างเงียบสนิท
แต่ทันทีที่เธอหันหลังกลับ เสียงกระซิบเดิม “แพรวา…ขอบใจนะ…” ดังขึ้นอีกครั้งแต่ครั้งนี้อ่อนโยนและเศร้าอย่างประหลาด
คืนนั้นแพรวาหลับลงโดยไม่มีเสียงรบกวนใด ๆ เธอฝันเห็นผู้หญิงในชุดนักศึกษานั่งยิ้มเศร้าให้เธอ ก่อนจะจางหายไปในแสงสลัว
วันรุ่งขึ้น แพรวารวบรวมความกล้าถามขวัญว่าเกิดอะไรขึ้นกับเมย์ ขวัญสบตาเธออย่างลังเล ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ “ไม่มีใครรู้… ทุกคนแค่ได้ยินเสียงร้องไห้ แต่ไม่กล้ามองตรงไปที่เสียงนั้น…”
แพรวารู้สึกเหมือนความสงบกลับคืนมา เธอเริ่มใช้ชีวิตในหอพักอย่างระแวดระวังมากขึ้น ทุกคืนก่อนนอน เธอมักจะหยุดนิ่งฟังความเงียบ จนบางครั้งรู้สึกเหมือนเสียงกระซิบยังวนเวียนอยู่
คืนหนึ่ง ขณะเธอกำลังจะหลับ เสียงกุกกักเบา ๆ ดังขึ้นจากตู้เสื้อผ้าอีกครั้ง…