กระจกเงาในคืนที่ไร้เงา
เสียงฝนกระหน่ำบนหลังคาสังกะสีเก่าของบ้านร้างข้างทาง รถมอเตอร์ไซค์สี่คันจอดเรียงกันเป็นแถบ กลุ่มวัยรุ่นสี่คน – ทิม นัท ฟ้า และพลอย – วิ่งหลบฝนเข้ามาในเงามืดใต้ชายคา บ้านหลังนี้ตั้งโดดเดี่ยวในซอยเปลี่ยว รั้วสนิมเขียว บานประตูเหล็กขึ้นสนิมแง้มไว้ เงาจากไฟถนนสาดเข้ามาเป็นแนวยาวบนฝาผนังไม้ผุ ๆ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เข้าไปกันเหอะ ฝนมันจะตกแรงขึ้นทุกทีแล้ว” นัทชวน พลางมองไปรอบ ๆ อย่างระแวดระวัง
ทิมยกกล้องโทรศัพท์ขึ้น มุมปากยกยิ้ม “จะถ่ายคลิปแกล้งผีให้ได้ยอดวิวเยอะ ๆ เถอะ”
ฟ้ากับพลอยต่างลังเล ฟ้าขบกรามแน่น มองประตูที่ประตูปิดไม่สนิท “มันน่ากลัวจริงนะ ฉันว่าเรากลับดีกว่า”
“โธ่เอ๊ย กลัวอะไร มีตั้งสี่คน” ทิมว่า ก่อนจะผลักประตูเข้าไป เสียงบานประตูดังออดแอด เผยห้องโถงมืด มีกลิ่นอับของไม้เปียกและฝุ่น
ทุกคนหยิบไฟฉายจากโทรศัพท์ส่องไปข้างหน้า ฝุ่นหนาฉาบทุกอย่าง ผนังมีรอยขูดขีด ไม่มีเฟอร์นิเจอร์ มีเพียงกระจกบานใหญ่ตรงผนังฝั่งซ้ายที่ดูใหม่กว่าสิ่งอื่น
“แปลกนะ ทำไมกระจกบานนี้ถึงไม่เป็นฝ้าที่ขอบเลย” พลอยกระซิบ
นัทเดินเข้าไปใกล้ ยิ้ม “ของดีมั้ง”
ทิมยกกล้องขึ้นถ่าย ไฟจากแฟลชสะท้อนไปทั้งห้อง แต่…ในจอมอนิเตอร์ กลับเห็นแต่ฉากหลังไร้เงาคน
ทุกคนเดินเข้ามาใกล้กระจก มองดูภาพตัวเอง… แต่ในกระจกกลับไม่มีเงาใครเลย มีเพียงห้องเปล่าในกรอบกระจก
ความเงียบปกคลุม ฟ้าสั่น มือเย็นเฉียบ “มันไม่ปกติ…”
ทันใดนั้น เสียงฝีเท้าช้า ๆ ดังมาจากชั้นสอง ทุกคนหยุดนิ่ง หายใจเงียบ
“ใครอยู่ข้างบน…” เสียงของนัทเบาเหมือนลมหายใจ
ไม่มีใครขยับ ทุกคนจ้องกันเองด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถามและความกลัว ทิมฝืนยิ้ม “อาจเป็นหนู…หรือแมวหลง”
พลอยขยับเข้ามาเกาะแขนฟ้า “เราออกไปเถอะ”
ฝนยังคงตกหนัก เสียงฟ้าแลบข้างนอกทำให้เงาในห้องเคลื่อนไหว ทิมไม่ยอมแพ้ กดอัดคลิปต่อ “เดี๋ยวถ้าไม่มีอะไร จะตัดคลิปนี้ไปลงทวิตเตอร์”
แต่ความผิดปกติในกระจกยังคงอยู่ ยิ่งทุกคนขยับ เงาในกระจกยังว่างเปล่า ห้องในกระจกกลับไม่มีอะไรขยับตาม
จู่ ๆ มือของนัทยื่นไปแตะผิวกระจก…เย็นเฉียบอย่างประหลาด ทันทีที่นิ้วสัมผัส กระจกสั่นไหวเล็กน้อย เหมือนมีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ข้างใน
ทุกคนผละออก ถอยห่างพร้อมกัน พลอยหายใจแรง “มัน…มันขยับ”
เสียงฝีเท้าเงียบไป ทุกคนหันมองกันเอง แต่ไม่มีคำตอบใด ๆ ทิมหัวเราะกลบเกลื่อน “พวกแกตาฝาด อย่างมากก็มีกระจกเสีย”
แต่อีกมุมหนึ่งในห้อง เงาเล็ก ๆ ตรงมุมขวาบนของกระจกเคลื่อนไหวได้เองอย่างช้า ๆ
ฟ้าเห็น เธอพูดเสียงสั่น “มีเงาอะไรอยู่…ตรงมุมกระจก…”
ทิมหยิบกล้องขึ้นมาโฟกัสใหม่ แต่ในจอภาพยังคงว่างเปล่า ราวกับสิ่งที่ฟ้าเห็น ไม่มีอยู่จริง
เสียงฝีเท้ากลับมาอีกครั้ง คราวนี้หนักกว่าเดิม ราวกับมีคนเดินลากขาอยู่บนชั้นสอง
นัทมองบันได “ถ้าจะออกไป…ต้องผ่านบันไดนั่น”
พลอยรีบพูด “เราโทรเรียกใครมารับได้ไหม?”
มือถือของทุกคนไม่มีสัญญาณ ทิมพยายามโทรออก จ้องจอด้วยความหงุดหงิด “สัญญาณหายหมดเลย…”
ฝนยังไม่หยุดตก เสียงฟ้าร้องข้างนอกแผ่วเบา ทิมถอนหายใจ เดินกลับมาที่กระจก ก้มมองพื้นใต้กรอบกระจก และพบเศษภาพถ่ายขาวดำขาดแหว่งอยู่หนึ่งแผ่น
เขาหยิบขึ้นมา ในนั้นเป็นภาพเด็กหญิงสี่คนยืนเรียงหน้าเศร้าต่อหน้าบ้านหลังนี้ ทุกคนสวมชุดนักเรียนเก่า ฟ้าจ้องภาพนั้นนานอย่างคล้ายคุ้นตา…แต่ไม่มีใครจำได้ว่าคือใคร
พลอยถามเสียงเบา “เด็กในรูป…ทำไมหน้าตาคล้ายเรา?”
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความไม่มั่นใจ ทิมพยายามจะพูดอะไร แต่ข้างหลังกลับมีเสียงกระซิบดังลอดมาจากกระจก
“อย่าทิ้งฉันไว้คนเดียว…”
นัทขนลุกซู่ มองหาที่มาของเสียง “ใครพูด?”
แต่ทุกอย่างเงียบลงอีกครั้ง เหมือนเสียงเมื่อครู่ไม่เคยเกิดขึ้น ฟ้าลูบแขนตัวเอง มือเย็นเฉียบ สายตาจ้องไปยังภาพถ่ายที่ทิมถืออยู่
ทิมยื่นภาพให้ทุกคนดูใกล้ ๆ ทุกคนจ้องหน้าคนในรูปและเริ่มรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด “มัน…เหมือนฉันตอนเด็ก” ฟ้าว่าเบา ๆ
นัทส่ายหน้า “ฉันไม่เคยมาแถวนี้เลย จะเหมือนกันได้ไง”
พลอยพูดเสียงสั่น “หรือว่า…พวกเราเคยมาที่นี่จริง ๆ”
ทิมหัวเราะกลบเกลื่อนอีกครั้ง “ภาพมันเบลอ ๆ เองน่า อย่าคิดมาก”
พลอยเดินออกห่างจากกลุ่ม มองไปรอบห้อง ฝุ่นในบ้านเหมือนจับตัวหนาขึ้นเรื่อย ๆ จนบรรยากาศเริ่มอึดอัด
เสียงลากขากลับมาอีกครั้ง คราวนี้เหมือนจะลงมาที่บันได ทุกคนแน่นิ่ง มองหน้ากันด้วยแววตาเต็มไปด้วยความหวาดระแวง
ฟ้าเริ่มร้องไห้เบา ๆ “ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่…”
นัทพยายามปลอบแต่เสียงเขาสั่น “เดี๋ยวฝนหยุด เราออกไปทันที”
ทิมยังดื้อดึง “คลิปนี้ต้องได้วิวแน่…พวกเอ๋ย อึดไว้สิ…”
แต่ในกระจก เงาที่มุมขวากลายเป็นรอยเปื้อนรูปคนชัดเจนขึ้นมา เหมือนเด็กหญิงคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ในนั้น
พลอยมองเห็น เธอกรีดร้อง “มีเด็กอยู่ในกระจก!”
แต่เสียงเงียบกริบ ไม่มีใครตอบสนอง ทั้งกลุ่มเริ่มสับสนระหว่างความจริงกับสิ่งที่เห็นในกระจก
ทุกคนเริ่มหายใจถี่ขึ้น บรรยากาศในห้องหนาวเย็นผิดปกติ ฝุ่นเหมือนลอยวนรอบขา เสียงกระซิบเบา ๆ ดังขึ้นจากทุกทิศทาง
“กลับมา…กลับมาก่อน…”
ทิมหันขวับไปมองรอบตัว แต่เห็นแค่เงาและความว่างเปล่าเท่านั้น
นัทพยายามเปิดประตู แต่ประตูถูกล็อกแน่นจากข้างนอกอย่างไร้เหตุผล ทุกคนเริ่มหวาดกลัวอย่างจริงจัง
ฟ้าเดินไปที่บันได ตัดสินใจจะขึ้นไปดูข้างบน นัทคว้ามือไว้ “อย่าไป!”
ฟ้าสะบัดมือออก “ถ้าเราไม่รู้ว่ามีอะไรข้างบน จะอยู่ตรงนี้ไปทำไม” เธอพูดอย่างสิ้นหวัง
ทิมกับพลอยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจเดินตามขึ้นบันไดไปพร้อมกัน เสียงไม้ลั่นใต้เท้าแต่ละก้าว
ชั้นบนเงียบสงัด มีเพียงแสงไฟจากมือถือของแต่ละคนส่องไปข้างหน้า ทางเดินแคบ ๆ พาไปสู่ห้องนอนประตูปิด
ทิมเป็นคนแรกที่เอื้อมมือไปหมุนลูกบิด ประตูเปิดอย่างเงียบเชียบ ภายในห้องมีเตียงเก่า ๆ ผ้าปูที่นอนขาดรุ่งริ่ง ตรงมุมห้องมีกล่องกระดาษที่ปิดฝาเอาไว้
ฟ้าสะอึกเมื่อเห็นกล่องนั้น เธอพูดเบา ๆ “เหมือน…เคยเห็นกล่องนี้”
พลอยเดินเข้าไปใกล้ มือสั่นขณะที่เปิดฝากล่องออก ชุดนักเรียนเด็กหญิงเก่า ๆ หลายชุดซ้อนกันอยู่ มีคราบฝุ่นและน้ำตาเปื้อนปก
นัทดูสีหน้าทุกคน “มันเกี่ยวกับรูปถ่ายนั่นหรือเปล่า?”
ทิมหยิบชุดนักเรียนขึ้นมาดู ก่อนจะพบลายมือเล็ก ๆ เขียนด้วยดินสอจาง ๆ ที่ปกเสื้อ – “อย่าลืมฉัน”
ฟ้าร้องไห้เงียบ ๆ เธอกุมขมับ ท่าทีทรมานกับความทรงจำบางอย่างที่กำลังจะผุดขึ้นมา
พลอยพูดเบา ๆ “ฉัน…เหมือนเคยสัญญากับใครไว้ที่นี่…”
ทิมถาม “สัญญาอะไร?”
พลอยเงียบไปนาน ก่อนจะพูดช้า ๆ “จะไม่ทิ้งเธอไว้คนเดียว…”
จู่ ๆ เสียงกระจกแตกดังแว่วขึ้นมาจากชั้นล่าง ทุกคนหันขวับ
นัทพูดเสียงสั่น “มันต้องมีอะไรเกิดขึ้นกับเด็กในรูปแน่ ๆ”
ทุกคนรีบลงไปที่ชั้นล่าง พบว่ากระจกบานใหญ่มีรอยร้าวเหมือนมือใครบางคนทุบอยู่จากข้างใน
ฟ้าค่อย ๆ เดินเข้าไปใกล้ มองจ้องกระจก เงาเด็กหญิงในกระจกชัดเจนกว่าเดิม เธอร้องไห้ น้ำตาไหลอาบแก้ม แต่ไม่มีเสียง
เสียงกระซิบลอยมาอีกครั้ง “อย่าลืมคำสัญญา…”
ฟ้าหลับตาแน่น ราวกับความทรงจำถูกกระชากกลับมา เธอพูดเสียงแผ่ว “เราเคยมาเล่นที่นี่ตอนเด็ก…มีเด็กคนหนึ่ง…ถูกขังอยู่ในห้องนี้…เรา…เราออกไปแล้วทิ้งเธอไว้…”
ทิมสั่น “พวกเรา…ทิ้งเธอเหรอ?”
ฟ้าร้องไห้ “เราเคยสัญญาว่าจะกลับมา แต่…ไม่มีใครกลับมา”
ทันใดนั้น กระจกแตกออก เงาเด็กหญิงก้าวออกมาจากกรอบกระจก เสียงร้องไห้ก้องห้อง ทุกอย่างสั่นสะเทือน
นัทพยายามเปิดประตู พลอยร้องขอชีวิต ทิมยกกล้องขึ้นเหมือนจะถ่ายภาพสุดท้ายแต่กล้องดับไปเอง
ฟ้าเดินเข้าไปหาเด็กหญิงในเงา น้ำตาไหลอาบแก้ม “ขอโทษ…ขอโทษจริง ๆ”
เด็กหญิงในเงายื่นมือมาแตะหน้าฟ้า ใบหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าและผิดหวัง เสียงสะอื้นดังก้องในหัวของทุกคน
“แล้วจะไม่ลืมกันอีก…”
ทันใดนั้น ทุกอย่างเงียบงัน ประตูเปิดออก ฝนหยุดตก แสงอาทิตย์เช้าสาดเข้ามาในห้อง กลุ่มวัยรุ่นมองหน้ากัน ฟ้ากุมมือแน่น ทุกคนร้องไห้ด้วยความเสียใจ ค่อย ๆ เดินออกจากบ้านร้างโดยไม่มีใครพูดอะไร
เมื่อมองย้อนกลับไป กระจกแตกบานนั้นยังคงสะท้อนเพียงห้องว่างเปล่า ไม่มีเงา ไม่มีเสียง มีเพียงความรู้สึกของคำสัญญาและอดีตที่ไม่มีวันย้อนคืน
ทิมหยิบกล้องขึ้นมาเปิดดูคลิปที่อัดไว้…ในคลิปมีเพียงความว่างเปล่า ไม่มีแม้แต่เสียง ไม่มีใคร…ราวกับสิ่งที่เกิดขึ้นในคืนนั้น ไม่เคยมีอยู่จริง