ตำนานแห่งผืนป่าเรืองแสงและเสียงหัวใจของซิรี
คืนหนึ่งที่เงียบสนิทและเปล่งประกายด้วยพันแสง ผืนป่าเรืองแสงทอดยาวสุดลูกหูลูกตา รากไม้ทั้งหลายโผล่พ้นดิน ส่องสว่างเหมือนโชติช่วงด้วยไฟอ่อนจาง ๆ แมลงแสงหมื่นตัวล่องลอยเป็นกระแสคล้ายลมหายใจของเทพเจ้าเหนือยอดไม้ ฝนตกเบาบาง บนใบไม้หยดน้ำส่องประกายเหมืองดาวเต็มฟ้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ซิรี เด็กหนุ่มผิวคล้ำร่างเล็กนั่งคุดคู้ใต้ต้นนาคาเรืองแสง ใจเขาเต้นระส่ำขณะเพ่งมองผืนป่าที่ยามนี้เหมือนมีตาเฝ้ามองกลับแทน ทุกคนในหมู่บ้านเชาราครวญด้วยความกลัว จะด้วยเหตุที่ผืนป่าเริ่มหายเลือนราวถูกกลืนกินด้วยเงาหมอกหรือด้วยเรื่องเล่าแห่งคำสาปก็มิอาจแน่ใจ
แต่ซิรีแตกต่าง ในขณะที่ผู้อื่นปิดประตูบ้านแน่นยามรัตติกาล เขาชอบแอบฝ่าสายหมอกมายืนฟังเสียงของป่า—เสียงใบไม้กระทบกัน เจื้อยแจ้วของสิ่งมีชีวิตลี้ลับ เสียงแผ่วเบาคล้ายหัวใจเต้นร่วมจังหวะเดียวกัน
คืนที่ดวงจันทร์เต็มดวง รากไม้เรืองแสงลุกวาบเหมือนตะเกียงพันดวง ซิรีลุกขึ้นเดินเหยียบย่ำพื้นหญ้านุ่ม แสงใต้ฝ่าเท้าไหลเวียนราวสายน้ำ ดวงตาเขากะพริบตื่นเต้นเมื่อเงาพริ้วหนึ่งผุดขึ้นตรงหน้า สัตว์รูปร่างคล้ายสุนัขแต่ขนทอเส้นใยแก้วโปร่งใสเปล่งประกาย
“เจ้าคือ…อะไร?” ซิรีเสียงสั่น
สัตว์นั้นโน้มหน้าลงใกล้ ดวงตาสีอำพันมันฉายเงาพลิ้วไหว “ข้า—ฮิรุซา ผู้เฝ้าผืนป่านี้มานับร้อยปี” เสียงมันนุ่มลึกสะท้อนป่าให้สั่นสะเทือนเล็กน้อย
ซิรีถอยหลัง ใจหนึ่งอยากวิ่งหนี แต่อีกใจกลับหยุดนิ่งด้วยความสงสัย “ท…ทำไมข้าไมเคยเห็นเจ้ามาก่อน?”
ฮิรุซาค่อย ๆ เอียงหัว มันพูดช้า ๆ ราวกับเลือกถ้อยคำ “เพราะเจ้าคือคนแรกที่ได้ยินเสียงหัวใจของป่าจริง ๆ มนุษย์คนอื่นฟังแต่เสียงตนเอง”
ลมพัดผ่าน เสียงคล้ายกระซิบและสะท้อนในสายหมอก ซิรีเม้มปากแน่น นึกถึงน้องสาวนอนซมเพราะไข้อากาศในหมู่บ้านนานนับสัปดาห์
“หากข้าฟังเสียงป่าได้ …ข้าช่วยอะไรได้ไหม?”
ฮิรุซายิ้ม ดวงตาสีอำพันกระจ่างกว่าเดิม “ผืนป่ากำลังถูกกลืนหายด้วยคำสาปแห่งการหลงลืม หากเจ้ากล้ายืนหยัด เจ้าต้องเดินสู่ใจกลางป่า ร่วมกับข้า”
แสงไฟจากปลายจมูกสัตว์วิเศษนั้นแตะมือซิรี อบอุ่นปนเจ็บวูบ ซิรีสั่นเครือ “ใจกลางป่ามีอะไร?”
“มีความจริงซึ่งเจ้ายังไม่กล้ามอง มีกุญแจสู่การปลดปล่อยหรือจมดิ่ง”
เสียงเห่ากระซิบลม เหน็บหนาวซอกซอนไปถึงกระดูก แต่เมื่อดวงตาแสนอ่อนโยนของฮิรุซาจ้องมองตรง ซิรีขัดใจตัวเองไม่ได้ที่จะก้าวเดินตาม
ถนนสายแสงใต้เท้าทอดเข้าสู่ดงไม้สูง ต้นไม้นาคาเรืองแสงสูงตระหง่าน ระหว่างทาง พุ่มไม้ปรากฏสีเหลืองส้มเมื่อสัมผัส แสงไฟสายยาวคล้ายสายรุ้งเส้นผ่า ซิรีมองฮิรุซาก้าวเดินเรียงข้าง ไม่พูดสิ่งใดอีก
เสียงนกหยาดหยด—นกขนาดเล็กปีกลายหยาดน้ำเงินโปรยลงมา ยามเคลื่อนไหวปีกส่งเสียงเหมือนหยดน้ำตก ฮิรุซาหยุดดูมัน พลิ้วขนแวววาว ฟังเสียงป่า ซิรีลอบยิ้ม แต่เมื่อเงาเคลื่อนใกล้กลับกลายเป็นสิ่งมีชีวิตหน้าตาประหลาด—จอมดึงฝัน—ตัวอ้วนเตี้ย ตัวสีเทาแดง หัวกลม มือยาว แขนขาสั้น มันมักโผล่มายามผู้คนละเลยเสียงหัวใจตัวเอง
ซิรีแอบมองมันทั้งสงสัยและขลาดกลัวในใจ ฮิรุซารำพึงเบา ๆ ให้ฟัง “จอมดึงฝันจะกินฝันที่เจ้ามิกล้าตามหา หากข้าประชิดไว มันจะไม่รังแก”
ซิรีกลืนน้ำลาย หัวใจเขาเต้นแรงจนมือสั่น
ระหว่างทาง ยิ่งลึกเข้าไป ดวงไฟบนรากไม้นับร้อยเริ่มดับลงทีละจุด แสงจันทร์อ่อนลงจนเกือบมืด เงาหมอกหนาทึบเข้า หมู่บ้านไกลหายจนเงียบ สายลมเย็นเฉียบไล้กาย
ซิรีเริ่มลังเล คิดถึงบ้านกับความกลัวจาง ๆ ฮิรุซาหยุดมองเขา “เจ้ายังอาจกลับไป… แต่ป่านี้จะค่อย ๆ หาย ไม่มีวันฟื้นกลับอีก”
เสียงคำรามเงียบ ๆ ลอยแทรกมากับลม คือเสียงความลังเลในใจตนเอง ซิรีหลับตา ฟังเสียงลมหายใจ-เสียงหัวใจและเสียงป่าเข้าด้วยกัน ก่อนจะฝืนก้าวต่อไป “ข้ายังคงเดินต่อ…แม้กลัว”
ม่านหมอกทึบและเย็นเฉียบ ซิรีรู้สึกว่าเดินนานเสียจนเท้าแทบหายไปในพื้นดิน ดวงไฟเหลือเพียงจุดเดียวส่องนำหน้า
พวกเขาหยุดตรงต้นไม้สูงใหญ่มหึมา รากแผ่กว้างกอดพื้นดิน มอสเรืองแสงหยดน้ำหยาดย้อยยอดใบ ฮิรุซานั่งลงช้า ๆ กระซิบคล้ายสวดมนต์โบราณ เสียงนั้นสะเทือนพื้นป่า ซิรีมองไปรอบ ๆ เห็นภาพในหมอก—คือภาพผู้คนในหมู่บ้าน หัวเราะ ร้องไห้ ตะโกน เรียกเขากลับบ้าน
“นี่…เสียงของอดีตและความกลัวเจ้าหรือเปล่า?” ฮิรุซาเอ่ย
ซิรีลงนั่งข้าง ๆ “ข้ากลัว… กลัวน้องตาย… กลัวป่าหาย… กลัวข้าไร้ค่า…”
หมอกกระจายออกเหมือนม่านถูกเปิด เผยแก่นไม้กลางลาน—ลูกกลมสีฟ้าโปร่งแสงลอยเหนือพื้น ตรงกลางคือลูกแก้วหัวใจ—ของจริงของป่าเรืองแสง
ฮิรุซามองเขาอย่างสงบ “เจ้าพร้อมเผชิญคำสาปและฟังหัวใจป่าไหม?”
ซิรีสั่น เขาเอื้อมแตะลูกแก้วทันใดนั้นเสียงแตกกระจาย ความรู้สึกเหมือนถูกฉุดลงก้นบึ้ง มีภาพมากมายไหลย้อน ความเสียใจ ปล่อยมือ กระหวัดฝันถึงบ้าน ช่วงเวลาที่เคยมองข้ามจิตใจตนเอง
ในวินาทีนั้น ซิรีเข้าใจว่าคำสาปจะแกร่งกว่าเมื่อความกลัวในใจเขาครอบงำ
เสียงหัวใจป่าสั่นผสานหัวใจตัวเอง ทันทีที่เจ้าตัดสินใจยอมรับความกลัว—ภาพอดีตในหมอกค่อย ๆ จางหาย
ซิรีเอ่ยเบา ๆ “ข้ากลัวจริง…แต่ข้าเลือกที่จะไม่หนีต่อ”
ทันใดนั้นแสงเรืองรองแผ่ทั่วลาน รากไม้แตกหน่อใบใหม่ ลูกแก้วกลางป่ากลับมาส่องประกาย สายหมอกลอยจาง
เสียงป่าคืนกลับ นกหยาดหยดเริงร่า แมลงแสงบินกวนทั่วอากาศ ฮิรุซามองเขาด้วยรอยยิ้มอบอุ่น “เจ้าสมควรได้ยินเสียงป่าชั่วชีวิต หัวใจเจ้าคือหัวใจป่า”
ซิรีลูบมอสเรืองแสง ฟังเสียงหัวใจตัวเอง กลับบ้านพร้อมกับความเข้าใจว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์คือการเผชิญความกลัว กล้าที่จะเลือกแม้ไม่รู้ผลลัพธ์ ความทรงจำและเสียงหัวใจเขาเต้นร่วมกับผืนป่าตลอดกาล