ลมหายใจแห่งรัก
เสียงเพลงจากร้านกาแฟริมทางดังคลอไปกับเสียงการจราจรในมหานครใหญ่ ทิว หนุ่มที่มีอาชีพรับจ้างถ่ายภาพ มีชีวิตเรียบง่าย แต่ความหวังในอนาคตกลับเต็มไปด้วยความฝันที่ยังไม่ถึงที่หมาย เขานั่งอยู่ที่ร้านกาแฟในเช้าวันเสาร์ นั่งกับเพื่อนสนิทของเขา ซอฮยอน ไส้กรอกในจานยังคงร้อน แต่ซอฮยอนไม่ได้สนใจเพราะกำลังทำให้ตอบกลับข้อความจากแฟนสาวอยู่
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!กลางการสนทนาที่เต็มไปด้วยเสียงฮัมของบทเพลง ทิวตัดสินใจว่าจะขยับตัวเองไปอีกขั้น เขาหมายมั่นจะเข้าแข่งขันในโครงการถ่ายภาพระดับประเทศซึ่งเขาต้องส่งผลงานในสัปดาห์หน้า
‘มันจะดีถ้าเราได้แสดงให้คนอื่นเห็นว่าเราเป็นใคร’ ทิวกล่าว พร้อมกับสายตาที่เต็มไปด้วยความหวัง ซอฮยอนมองหน้าเพื่อนและพยักหน้าเห็นด้วย
วันต่อมา ทิวมาที่มหาวิทยาลัย ข้างสนามฟุตบอลมีการจัดกิจกรรมประกวดภาพถ่ายจากนักศึกษา คณะศิลปศาสตร์จึงเป็นสถานที่ที่เขาแอบส่งภาพไป เพื่อไม่ให้เพื่อนร่วมชั้นรู้ว่าเขากำลังทำอะไร
จิตรา สาวนักศึกษาที่มุ่งมั่นมีความฝันในการเป็นศิลปินตัวยง เธอเดินเข้าไปในงานอย่างมุ่งมั่นด้วยใบหน้าเต็มไปด้วยแรงบันดาลใจ ทิวเห็นจิตราที่นั่งอยู่ตรงมุมเฉียง และรู้สึกว่ามีบางอย่างดึงดูดให้เขาเข้าไปพูดคุย
‘สวัสดีครับ ชื่อทิวครับ’ เขาเผลอกระซิบด้วยเสียงที่อ่อนแรง จิตราหันมาสบตาเขา พร้อมยิ้มที่เต็มไปด้วยความอบอุ่น ‘จิตรา ยินดีที่ได้รู้จัก’
ทิวรู้สึกถึงแรงดึงดูดอย่างหนึ่งที่เกิดขึ้นในอากาศ มันทำให้เขาลืมเรื่องราวทั้งหมดเกี่ยวกับการแข่งขันภาพถ่าย
ระยะเวลาผ่านไป หัวใจของทั้งสองคนได้เจอรถคว่ำที่หนึ่ง จากการสนทนาที่เริ่มจากศิลปะ มันกลายเป็นการเข้าใจเรื่องราวข้างในกันและกัน จนกระทั่งจิตราตัดสินใจที่จะช่วยทิวปรับแก้ภาพถ่าย เพื่อให้ดีที่สุดในตอนส่งประกวด ทั้งคู่ใช้เวลาอยู่ด้วยกันจนเกือบจะลืมโลกภายนอก
ในคืนนั้น ขณะที่ทิวพยายามที่จะเลือกภาพที่ดีที่สุด จิตรวางมือลงเพื่อถามด้วยเสียงเบา ‘ทิว… ถ้าฉันบอกว่า มีอะไรบางอย่างที่อาจทำให้เราถูกกีดกันจากความฝัน เธอจะรู้สึกอย่างไร’
ทิวหยุดคิด เขารู้ว่าโลกนี้เต็มไปด้วยการแข่งขันและข้อจำกัด เขาเพียงแค่ตอบกลับไปว่า ‘เราต้องยึดมั่นในสิ่งที่เราเชื่อ… และเราจะอยู่เคียงข้างกัน’
หลังจากส่งผลงานแล้ว ทิวและจิตราใช้เวลาช่วงสุดสัปดาห์ด้วยกัน จิตราบอกเล่าให้ทิวได้รู้ว่าเธอกำลังมีปัญหาที่บ้าน พ่อของเธอต้องการให้เธอเรียนต่อในสาขาที่ไม่ใช่สิ่งที่เธอรัก แม้ว่าจะมีการขัดแย้งแต่ทิวก็ให้กำลังใจ และรับฟังเธอด้วยความใส่ใจ
วันประกาศผลมาถึง ทิวและจิตราตื่นเต้นเมื่อเข้ามาที่มหาวิทยาลัย ทันใดนั้นจิตราเห็นพ่อของเธอเดินมาทางด้านหลัง เธอพลิกตัวและพูดแบบไม่คิด ‘ทิว… ไปกินข้าวกันนะ’ sebelumหันไปหาพ่อของเธอ
ผลการแข่งขันประกาศออกมา ทิวเป็นกรรมการที่หวนคืนไปยังภาพเพื่อความสงบในใจ แต่เขารู้ดีว่าผลลัพธ์อาจทำให้เขาแยกจากจิตรา ท่ามกลางการตอบรับที่ดีแต่เสียงเฮฮาเขากลับรู้สึกมืดมน
‘ฉันอยากให้เธอรู้ว่าฉันจะคิดถึงเธอทุกวัน’ ทิวเคลื่อนตัวเข้าไปใกล้จิตรา ขณะที่พูด ร่างกายของเขาสั่นเครียด จิตราตอบกลับด้วยเสียงที่อ่อนโยน ‘ไม่ว่าผลจะออกมาเป็นอย่างไร ฉันจะอยู่ข้างเธอ’
แต่ความฝันของจิตราเริ่มห่างออกไป เมื่อมีการแข่งขันที่ได้หมาย แต่จิตรายังคงพยายามต่อสู้ แม้ว่าทิวจะพอใจในผลการแข่งขันแต่เขาก็ไม่อยากให้ความรักต้องพ่ายแพ้
เวลาผ่านไป มีคืนนั้นที่ทิวได้ยินว่าจิตราไปฝึกงานที่มหานครแห่งหนึ่งและเธอไม่กลับ ช่วงเวลานั้นเขารู้สึกว่าใจของเขาแตกสลาย เขายังคงตามหาเธอไปทุกหนทุกแห่ง
มีช่วงเวลาที่เขาเข้ามาในห้องพักอัดจิตรที่เคยอยู่ด้วยกัน จิตรอยากให้เขากลับไป เขาคิดถึงเสียงหัวเราะของจิตราและการรวบรวมกันไม่ว่าจะเป็นกันอย่างชัดเจนในมหาวิทยาลัย แต่วันนี้ทุกอย่างแตกสลาย
สุดท้ายในวันที่การแยกทางของพวกเขากลับมาชัดเจน ทิวตัดสินใจที่จะมองหาความรักใหม่ แต่ไม่เคยลืมประสบการณ์ที่เขามีกับจิตรา
สิ่งที่เกิดขึ้นได้สร้างการเปลี่ยนแปลงพวกเขาทั้งคู่ ทิวได้เตรียมเข้าแข่งขันในปีถัดไป เขาตระหนักว่าความรักไม่ได้มีเพียงโชคชะตา และจิตราก็มีความฝันในชีวิตใหม่ของตัวเองเช่นกัน
โดยสุดท้ายเมื่อถึงวันที่เขาได้เข้าแข่งขันอีกครั้ง ทั้งคู่พบกันอีกครั้งที่มหาวิทยาลัย และสิ่งที่เกิดขึ้นในปีนั้น ทวีความสำคัญขึ้นและพวกเขาได้รู้ว่าความรักครั้งนี้ไม่เคยหายไป
จบรอบรบที่มีแต่ความจริงใจความรักที่ไม่สุขของพวกเขาลงไป และเริ่มจากมิติมุมมองที่มองเห็นกันในฐานะเพื่อนหรือตัวเองที่เคยอยู่ข้างกันมาก่อนโดยไม่กลัวมันจะเป็น