เสียงก้องแห่งบ้านร้างริมบึง
แสงแดดสุดท้ายของวันจางหายไปหลังแนวต้นอ้อริมบึง เสียงกบร้องระคนกับเสียงน้ำไหวเบา ๆ แต่ที่น่าประหลาดคือเมื่อกลุ่มวัยรุ่นห้าคน—พลอย, โอม, กานต์, ไหม, และต้น—เดินเข้าสู่พื้นที่บ้านร้างหลังหนึ่ง กลับไม่มีใครได้ยินเสียงนกหรือแม้แต่จิ้งหรีด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!พลอยมองบ้านไม้สองชั้นที่หลังคาทรุดโทรมด้วยแววตาไม่แน่ใจ เธอกระชับกล้องในมือ พลางหันไปทางเพื่อน ๆ “แน่ใจเหรอว่าจะถ่ายที่นี่ โอม?”
โอม—ผู้นำทีมถ่ายสารคดี—เงียบไปสักพัก สายตาเขามองไปที่ประตูบ้านที่เปิดแง้มราวกับเชื้อเชิญ “ข้อมูลมันตรงที่นี่น่ะพลอย…ว่ากันว่าคนหายไปหลายคนเลย ไม่มีใครกล้าพูดถึง”
กานต์ยิ้มฝืด ๆ “ถ้าเราได้ข้อมูลลึกลับนี่ รับรองสารคดีต้องดังชัวร์”
ไหมเดินตามหลังสุด เธอหยุดชะงักเมื่อเท้าเหยียบแอ่งน้ำ ใบหน้าซีดขาว “เรายังทันถอยกลับนะ” เธอเสียงสั้น ๆ
ต้น—ผู้เงียบขรึมที่สุด—พยักหน้าไปที่บ้าน “ในเมื่อมาถึงแล้ว ก็ถ่ายให้จบเถอะ”
กลุ่มเดินเข้าไปในบ้านอย่างไม่ค่อยเต็มใจ บานประตูไม้เก่ากรอบแกรบเมื่อโอมผลักเข้าไป กลิ่นอับเก่าตีขึ้นจมูก ทันทีที่ทุกคนก้าวข้ามธรณีบ้าน เหมือนเสียงรอบนอกหายไป
พลอยเงี่ยหูฟัง “ได้ยินมั้ย…เหมือนมันเงียบผิดปกติ”
ไหมกอดตัวเองแน่น “เหมือนเสียงเราดังกว่าปกติ…”
โอมตั้งขาตั้งกล้องตรงห้องโถง พลางเปิดไฟฉาย “เราเริ่มถ่ายกันตรงนี้เลยดีกว่า”
ขณะที่พลอยกดบันทึกภาพ เสียงฝีเท้ากึกก้องบนพื้นไม้ดังสะท้อน หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นเมื่อเห็นเงาตัวเองไหวบนผนัง…แต่เหมือนจะมีเงาอีกเส้นที่ไม่ใช่ของใครในกลุ่ม
กานต์เดินไปรอบ ๆ สำรวจภาพถ่ายโบราณที่แขวนเอียง ๆ บนผนัง “ใครจะเอารูปแบบนี้ไว้…”
ต้นหยุดมองรูปหนึ่งจ้องเขม็ง ภาพเด็กหญิงท่าทางเศร้าสร้อยยืนอยู่หน้าบ้านหลังนี้ ดวงตานั้นดำวาวผิดธรรมชาติ
พลอยขยับกล้องไปถ่ายใกล้ ๆ แต่ภาพในจอเหมือนมีเงามืดคลุมอยู่ข้างหลังเด็กหญิงนั้น เธอฟังเสียงหายใจของตัวเองสะท้อนในห้องว่าง ๆ
โอมหันมาหาพลอย “เธอเคยได้ยินเรื่องบ้านนี้มาก่อนไหม?”
พลอยส่ายหน้า “แม่บอกแค่ห้ามเข้าใกล้…”
ไหมเหลียวซ้ายขวา “บ้านนี้…เหมือนไม่มีใครอยู่มานาน แต่ข้าวของยังเหมือนมีคนใช้…”
ต้นเดินไปเปิดหน้าต่าง บานไม้เก่ากรอบแกรบและปิดเองตามแรงลมเบา ๆ ทุกคนสะดุ้ง
เสียงจากห้องด้านหลังดังขึ้น เป็นเสียงเด็กหัวเราะเบา ๆ เกือบไม่ได้ยิน พลอยหยุดหายใจ เธอเหลียวมองแต่ไม่เห็นใคร
กานต์พูดเสียงเบา “เมื่อกี้…ได้ยินมั้ย?”
ไหมพึมพำ “อย่าล้อเล่นแบบนี้นะ…”
โอมกลืนน้ำลาย “ไปดูห้องด้านหลังกันไหม”
กลุ่มเดินเรียงกันไปยังห้องครัว พื้นไม้ดังเอี๊ยดอ๊าดใต้เท้า ในห้องครัวมีหม้อชามวางอยู่บนโต๊ะ ทั้งที่บ้านนี้ควรไม่มีใครอยู่มานาน
พลอยถ่ายภาพรอบห้อง สัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกแปลก ๆ เธอมองเห็นรอยเปื้อนน้ำตาลคล้ายคราบน้ำบนโต๊ะ มันต่อเนื่องไปยังมุมห้อง
ต้นก้มลงสำรวจ เงียบไปนาน “นี่มัน…”
ก่อนใครจะพูดอะไร เสียงกระซิบเบา ๆ ดังขึ้นข้างหูพลอย “กลับไป…อย่าเข้ามา” เธอสะดุ้งหันขวับ ไหมมองมาอย่างตกใจ “เธอเป็นอะไร?”
พลอยพูดไม่ออก เธอสั่นไปทั้งตัว โอมขยับมาใกล้ “พลอย เห็นอะไร?”
พลอยกลืนน้ำลาย “มีเสียง…เมื่อกี้มีเสียงกระซิบข้างหู…”
กานต์เดินไปยังประตูห้องเก็บของ พยายามเปิดแต่ติดแน่น เขาเคาะเบา ๆ เสียงสะท้อนดังกลับราวกับมีคนอยู่ข้างใน กานต์ขยับถอยหลัง “ข้างในมีอะไร…”
ไหมเริ่มร้องไห้เบา ๆ “กลับเถอะนะ…ได้มั้ย”
ต้นเดินเข้าไปปลอบ เงาเขาบนผนังบิดเบี้ยวราวกับขยับเอง พลอยหลับตาแน่น สูดลมหายใจลึก
โอมตัดสินใจ “เราต้องเข้าไปดูให้รู้เรื่อง ไม่งั้นเราจะถ่ายอะไรได้”
ทุกคนเงียบงัน พวกเขาตัดสินใจเปิดประตูห้องเก็บของร่วมกัน กลิ่นอับชื้นแรงขึ้นจนแสบจมูก พวกเขาเห็นกล่องไม้เก่าใบใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลาง กานต์หยิบไฟฉายส่อง ภายในกล่องเต็มไปด้วยจดหมายเก่า ๆ กองทับกันจนเหลืองกรอบ
ไหมหยิบจดหมายใบหนึ่งออกมา เธออ่านออกเสียงด้วยเสียงสั่น “…’อย่าเชื่อเสียงนั้น…มันไม่ใช่ของคน…’”
โอมจ้องไปที่กล่อง “จดหมายนี่ของใคร?”
พลอยค้นจนเจอซองหนึ่งมีลายมือเด็ก พลอยอ่าน “’แม่คะ เขากลับมา…เขาบอกให้หนูไปกับเขา…’”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นข้างนอกห้องโถง ทุกคนหยุดหายใจ มองหน้ากันเงียบ ๆ
ต้นออกไปดูที่หน้าต่าง เห็นเงาคนผ่านเลยไปเร็ว ๆ ในความมืด พลอยตามไปติด ๆ เธอเปิดกล้องบันทึกภาพไว้ มือสั่นจนภาพไหว
ไหมกระซิบ “พวกเราต้องออกไปจากที่นี่…”
โอมขยับมาจับมือไหม “ใจเย็นก่อน เราต้องสืบให้รู้ก่อนจะกลับ”
เสียงเด็กร้องไห้เบา ๆ ดังมาจากชั้นสอง กานต์มองขึ้นไป “เมื่อกี้เสียงอะไร?”
พลอยหันไปทางบันได “ไปดูมั้ย?”
ทุกคนลังเลแต่สุดท้ายก็ก้าวขึ้นบันไดทีละคน บันไดไม้ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด ทุกย่างก้าวเหมือนมีสายตาจ้องมองอยู่
เมื่อขึ้นถึงชั้นบน พวกเขาพบห้องนอนเล็ก ๆ ประตูไขว้เชือกเก่า ๆ ไว้ ฝุ่นหนาเตอะปกคลุม โอมตัดเชือกออก ประตูช้า ๆ เปิดออกเอง เห็นเตียงเด็กและของเล่นเก่า ๆ วางอยู่บนพื้น
ไหมเดินไปหยิบตุ๊กตาผ้าเก่า ๆ ตัวหนึ่งขึ้นมาดู ดวงตาตุ๊กตาขุ่นมัว “ของเล่นยังอยู่เลย…”
เสียงลมหายใจเด็กดังขึ้นในห้อง ขณะทุกคนเงียบงัน เงาเล็ก ๆ วูบผ่านกระจกหน้าต่าง ทุกคนหันขวับไปพร้อมกัน
กานต์ตัดสินใจเปิดลิ้นชักโต๊ะหนังสือ พบสมุดวาดรูปเก่า ๆ เขาเปิดดู หน้าแรกเป็นภาพเด็กหญิงยืนจับมือกับเงาดำคล้ายคน ทุกคนมองหน้ากันเครียด
พลอยพึมพำ “เด็กหญิงในภาพถ่าย…”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นข้างบันได เสียงต่ำกว่าปกติ ทุกคนหยุดฟัง ไหมร้องไห้หนักขึ้น “เราต้องออกไปจริง ๆ นะ…”
โอมท้วง “เงียบก่อน ฟัง…เสียงนั้น…”
ทุกคนหยุดนิ่ง เสียงกระซิบแว่วมา “ไปกับฉัน…มาอยู่ที่นี่ด้วยกัน…” เสียงนั้นลอดผ่านผนังหนาว ๆ
ต้นเดินไปตรงหน้าต่าง เห็นบึงมืดสนิท เขากำมือแน่น ความทรงจำบางอย่างแล่นวาบขึ้น—บ้านเก่าของตัวเองที่เคยมีเหตุการณ์ประหลาด เขาหลับตาแน่น
พลอยเดินไปหาต้น “นายเป็นอะไร?”
ต้นตอบเสียงแผ่ว “ผมเคยมาแถวนี้ตอนเด็ก…แล้วมีเด็กผู้หญิงหายไปต่อหน้าต่อตา…”
กานต์ถาม “แล้วนายไม่เคยเล่าให้พวกเราฟัง?”
ต้นกลืนน้ำลาย “ผมจำไม่ได้…แต่รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ…”
จู่ ๆ ประตูห้องปิดดังปัง ทุกคนสะดุ้ง กล้องที่พลอยถืออยู่ดับวูบ ภายในห้องมีแต่ความมืด เสียงกระซิบวนเวียนรอบตัว
ไหมร้องไห้ “ขอร้องล่ะ หยุดเถอะ…!”
เสียงเงียบชั่วขณะ ก่อนเสียงเด็กพูดขึ้น “พวกเธอเข้ามา…แล้วต้องอยู่ที่นี่ตลอดไป…”
พลอยคว้ากล้องขึ้นมาใหม่ พยายามเปิดแต่ไฟไม่ติด โอมตะโกน “ทุกคน จับมือกันไว้!”
ทันใดนั้น แสงไฟฉายของกานต์ติดขึ้นอีกครั้ง ส่องไปที่มุมห้อง เห็นเงาเด็กหญิงคนหนึ่งนั่งหันหลัง ท่าทางสั่นเทา ไหมกลั้นใจถาม “เธอเป็นใคร…”
เด็กหญิงไม่ตอบ แต่มือขาวซีดชี้ไปที่ประตูห้อง ทุกคนเริ่มก้าวถอยหลัง ประตูเปิดออกเองช้า ๆ เผยให้เห็นทางเดินมืดสนิท
กานต์นำทีมออกจากห้อง ต้นเดินตามหลังสุด ทุกคนก้าวเร็วขึ้น เสียงฝีเท้าของตัวเองดังสนั่นในบ้านเงียบ ๆ แต่ละคนเริ่มระแวงกันเอง หวาดกลัวว่าเสียงนั้นใช่ของตนจริงหรือไม่
เมื่อมาถึงโถงใหญ่ ทุกอย่างดูผิดแปลก เงาในบ้านยาวและบิดเบี้ยวผิดธรรมชาติ พลอยหันไปเห็นรูปเก่าบนผนัง เด็กหญิงในรูปยิ้ม…แต่สายตาเหมือนจ้องมองตรงมาที่เธอ
ไหมหมดแรงทรุดตัวนั่งกับพื้น พลอยคุกเข่าลงข้าง ๆ “เราจะออกไปด้วยกันนะ”
โอมบีบมือพลอยแน่น “อย่าเชื่อสิ่งที่เห็น…อย่าแยกจากกัน”
เสียงกระซิบยังดังต่อเนื่อง “กลับมาอยู่กับฉัน…”
ต้นชะงัก มองเงาเด็กหญิงที่เดินออกมาจากมุมมืด เงานั้นแยกตัวจากกำแพงมาหยุดตรงหน้าต้น ดวงตาดำสนิทไร้ประกาย
“นายจำฉันไม่ได้เหรอ…” เด็กหญิงกระซิบ
ต้นตัวสั่น “ขอโทษ…ผม…ผมไม่รู้…”
เด็กหญิงร้องไห้ เสียงสะท้อนก้องไปทั่วบ้าน “พวกเขาพาฉันไป…แล้วก็ไม่มีใครช่วย…เธอก็ทิ้งฉันไว้…”
พลอย มองโอม กานต์และไหม แต่ละคนเริ่มจำอดีตตัวเองได้ราง ๆ ทุกคนเคยมีส่วนอยู่ในเหตุการณ์ตอนเด็ก ๆ ที่บ้านหลังนี้—แต่ต่างคนต่างปิดบังความทรงจำนั้นไว้
กานต์ก้มหน้า “ผม…ผมเคยเห็น…แต่ผมกลัว…เลยวิ่งหนีไป…”
ไหมสะอื้น “ฉันได้ยินเสียงเธอวันนั้น…แต่แม่บอกห้ามพูด…”
โอมกลืนน้ำลาย “เราทุกคน…ต่างปฏิเสธ ไม่ยอมรับความจริง…”
เสียงเด็กหญิงในเงาเงียบลง แววตาเศร้าสร้อย “ทุกคนกลัว…ทุกคนเห็น…แต่ไม่มีใครช่วย…”
พลอยกลั้นน้ำตา เธอตัดสินใจพูด “ขอโทษ…เราไม่รู้…ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เราจะช่วยเธอ…”
บ้านทั้งหลังสั่นสะเทือน เสียงก้องในผนังดังระงม ภาพอดีตฉายซ้อนในสายตาทุกคน เหตุการณ์วันนั้น—เด็กหญิงหายไปกลางบึง ทุกคนเห็นแต่ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้ ไม่มีใครเอ่ยถึง นั่นคือบาดแผลที่ติดค้างในใจมาตลอด
เงาเด็กหญิงค่อย ๆ จางหาย เหลือเพียงเสียงกระซิบ “ขอบคุณ…แต่ที่นี่ต้องมีใครอยู่…”
พลอยรู้สึกหนาวเย็นแทรกซึมเข้าไปในกระดูก เธอมองเพื่อน ๆ ทุกคนต่างน้ำตาไหลเงียบ ๆ ภายในบ้านเริ่มสั่นแรงขึ้น ประตูหน้าบ้านค่อย ๆ เปิดออกเอง เผยให้เห็นบึงมืดและทางออก
โอมตัดสินใจ “ไป…ตอนนี้!”
ทุกคนรีบวิ่งออกจากบ้าน พวกเขาหันกลับไปมอง เห็นเงาเด็กหญิงยืนมองอยู่ที่หน้าต่างชั้นสอง สายตาเศร้าสร้อยแต่เหมือนจะยิ้มอ่อน ๆ
เมื่อพวกเขาวิ่งออกมาถึงบึง กลิ่นอับหายไป เสียงธรรมชาติกลับมา เสียงกบ จิ้งหรีด และลมคืนสู่ปกติ พลอยยืนนิ่ง สูดลมหายใจลึก เธอมองบ้านร้างหลังนั้นครั้งสุดท้าย น้ำตาเอ่อขึ้นในตา
“เราจะไม่มีวันลืม…” พลอยกระซิบ
แต่ก่อนจากกัน เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นอีกครั้ง “แล้วฉันจะรอ…”
ทุกคนเดินจากไปช้า ๆ เงาสะท้อนพวกเขาอยู่ในบึงมืด บ้านร้างยังคงยืนเดียวดาย เงาเด็กหญิงยังวนเวียนในความเงียบ—รอวันจะมีใครกลับมาอีกครั้ง