แผนลับจับผิดแฟลต
เสียงหวีดร้องดังลั่นจากห้องข้าง ๆ ทะลุผนังหอพักบัวแก้ว—พีสะดุ้งโหยงจนเกือบทำแก้วน้ำหก ตั้มที่กำลังงีบอยู่ถัดไปยังไม่รู้สึกตัวจนเสียงผู้หญิงร้องดังขึ้นอีกรอบ คราวนี้ตั้มเด้งลุก “มันมาอีกแล้วเหรอ!?”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ใช่! มันร้องตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว!” พีพูดเสียงสั่น สีหน้าเต็มไปด้วยความกังวลแถมเขากระซิบต่อ “นายว่าพวกเขาทำอะไรหรือเปล่า? มันเหมือน…แปลก ๆ”
ตั้มหาวแล้วทำหน้าซื่อ “เสียงคนดูหนังผีน่า เออ หรือฝึกเสียง?”
พีไม่ขำ เขายื่นหน้าเข้ามากระซิบ “ฉันว่าเขามีความลับ!”
ขณะเดียวกัน กิ่งสาวข้างห้องหน้าตาดุแถมชอบจุ้น ไม่พูดมากแต่สายตาคมกริบ กำลังแอบฟังอยู่นอกประตู พอพีเปิดประตูออก เธอเกือบจะล้มใส่เขาไปด้วยซ้ำ
“แอบตามหาความจริงเหมือนกัน?” กิ่งพูดเสียงนิ่งแต่แฝงความอยากรู้
สามสหาย—ที่ไม่ค่อยลงรอยกันนัก—จึงผนึกกำลังคิดแผน ‘จับผิด’ คนข้างห้องให้ได้ โดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าทุกอย่างจะเลยเถิดแค่ไหน
“โอเค คืนนี้ แอบดู!” ตั้มเอ่ยพลางหยิบกล้องเก่า ๆ ที่อวดอ้างว่าซูมไกล แต่ดันซูมแล้วเบลอจนอาจมองผิดว่าเป็นแมวหรือกระถางต้นไม้
คืนนั้น ทั้งสามแบ่งหน้าที่พากันโพสต์ท่าดักซุ่มอยู่หน้าห้องข้าง ๆ พีคอยบันทึกเสียง กิ่งจดบันทึกรายงาน ตั้มเอากล้องส่อง แต่ละคนมีแผนของตนเอง ต่างคนต่างไม่ไว้ใจกันเท่าไร
พลันเสียงเคาะประตูโครมดังขึ้น ทำให้ทั้งสามสะดุ้งสุดตัว ตั้มรีบซ่อนกล้องไว้ข้างหลัง กิ่งหันไปยิ้มแห้ง ๆ พลางดึงพีเข้าแถว ผลคือ กระถางหน้าห้องล้ม พีกระโดดถอยหลัง ไฟฉายตกกระทบกระถางเกิดเสียงดังลั่น คนข้างห้องเปิดประตูมาเจอภาพสามคนยืนตะลึง คนข้างห้องมองหน้าอย่างไม่เข้าใจ “ช่วยหยิบถุงขยะให้หน่อย”
ตั้มรีบดึงถุงขยะด้วยท่าทางเหมือนสายลับ “รับทราบครับ!” แต่จับไม่มั่น ถุงขยะขาด ของเหลวหยดพื้น กิ่งเบิกตา “ของเหลวนี้มัน…”
“ซุปหรอยู่อะ ผมเผลอทำหกเมื่อเช้า” คนข้างห้องพูดยิ้มหญิง แต่สายตาระอา กระตุ้นความสงสัยในตัวกิ่งหนักขึ้นอีก
ขณะที่กลิ่นซุปโชยกระจาย พีคว้าส่งทิชชูให้คนข้างห้อง พูดเสียงอ้อมแอ้ม “เอ่อ…กินอะไรดึก ๆ ไม่ดีต่อสุขภาพนะพี่”
กิ่งจับแขนพีลากออกอย่างมีจังหวะสะดุด พอถึงหน้าห้อง เธอเริ่มระบาย “ฉันว่าแปลก มีความลับไม่ธรรมดา!”
กลับมาที่ห้อง พีเริ่มกังวลว่าสืบแบบนี้เขาอาจจะผิดกฎหมาย ตั้มยังคงลั่น “สุ่มกล้องดูต่อ ไม่ผิดหรอก—ดูแบบข้อมูลข่าวสาร!”
คืนนั้นเอง ทั้งกลุ่มรวมตัวกันฟังเสียงแปลก ๆ ที่อัดไว้ เปิดซ้ำอีกรอบ เสียงที่คิดว่าเป็นเสียงผู้หญิงร้อง กลับฟังดูเหมือนเสียงแมวที่ติดคอแบบไม่มีใครคาดคิด กิ่งหน้าซีด “ฉัน…คิดไปเองหรือเปล่า?”
“กินซุปแล้วแมวมาติดคอ” ตั้มว่าพลางหัวเราะ พีหน้าแดงที่อัดเสียงผิด
เช้าวันต่อมา กิ่งจุดไฟสงสัยอีกครั้งเมื่อเห็นคนข้างห้องถือถุงปริศนา “ดูดิคะ พี่เค้ากล้าทำทุกเช้าเลยนะ”
กลุ่มสามคนเดินตามแบบเก้ ๆ กัง ๆ แบบสืบสวนอ่อนประสบการณ์ จนเกือบทิ่มประตูห้องน้ำรวมในหอ พอตั้มจะเปิดถุงปริศนา คนข้างห้องกลับหันมาสวน “อยากรู้ก็ช่วยเปิดดูเลย”
ทุกคนลุ้นระทึก แต่เมื่อเปิดออก ข้างในเป็นอาหารแมวแบบพิเศษ กิ่งงง “นี่เอามาให้แมวเหรอ!?”
คนข้างห้องหัวเราะ “ผมเปิดบ้านเป็นห้องพักแมวจร ตอนกลางคืนแมวจะร้องประหลาด เหมือนเด็กผู้หญิงร้องจริง ๆ”
บรรยากาศอึ้งเงียบไปพักใหญ่ คนข้างห้องให้การบ้านใหม่: “ช่วยหาแมวเพิ่มไหม?”
พีเหมือนจะถูกหวยหล่นใส่ เขารีบบอกว่า “ไม่ครับ พอแค่นี้…”
แต่เรื่องยังไม่จบ…คืนนั้นตั้มดันได้ยินเสียงร้องใหม่—เห่าหอนรุนแรง!
กลุ่มสืบซุ่มกันอีกรอบ คราวนี้กิ่งเอาไฟฉายไปส่องแมวแต่กลับเจอหมาที่ย่องเข้ามาในหอ กิ่งตกใจร้องเสียงดังจนชาวหอต้องตื่นขึ้นมา
ตั้มประกาศ “คืนนี้หอกลายเป็นสวนสัตว์!” พีแอบมองต้นตอเสียง ครั้นไปตรวจดูอีก ฝันร้ายของเขาคือ เจอหมากำลังขุดขยะ กิ่งพยายามไล่แต่หมาก็ดื้อสุดขีด ทุกอย่างกลายเป็นความโกลาหลจนน่าขำ
รุ่งเช้า หัวหน้าหอ เรียกทั้งสามคนไปพูดคุย โดยคิดว่ากลุ่มนี้เป็นต้นเหตุทำให้หอเลอะเทอะและแมวหมาวิ่งเต็มหอ สามคนพยายามอธิบาย แต่พูดไม่ตรงกันเลยสักคน—พีพยายามอธิบายเรื่องเสียง ตั้มยังคงยืนยันเจ้าหมาคือ ‘ผู้ต้องหา’ กิ่งกลับบอกคือฝีมือแมวเลือดผสม!
สุดท้ายหัวหน้าหอมอบโจทย์ใหม่ ให้ช่วยรับผิดชอบดูแลหมาแมวที่หอเพิ่ม ในชื่อ ‘คณะดูแลสัตว์ประจำหอ’ ทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างเครียด แต่ก็ตลกกับชะตาของตัวเอง
ภารกิจเริ่มต้นใหม่ สามสหายต้องวางแผนดูแลสัตว์แต่ดันวุ่นกว่าเดิม แผนรัดกุมของพีเต็มไปด้วยความกังวลจนเกินเหตุ ตั้มยังชิลล์ กิ่งวางแผนเรียงลำดับความสำคัญ แต่พอเริ่ม ‘ลงมือจริง’ ปรากฏว่าแมวกับหมาไม่ได้เชื่อฟังใครเลยสักคน
แมวปีนม่านจนตูบตกใจ ตั้มถือถังข้าวแต่แมวกินกระดาษ กิ่งวิ่งตามหมาที่แย่งกล่องขนม พีกดดูคลิปสอนแต่หมาดันจ้องหน้า หมากับแมวป่วนจนหอปั่นป่วน
คนพักในหอส่งเสียงบ่น สามสหายจึงคิดแผนเอาใจคนในหอ—แจกขนมแลกเสียงหัวเราะ แต่ผลคือแมวแย่งขนม วิ่งวุ่น ทุกคนต้องลงมาช่วยกันจับหมาแมว
แมวโดดได้เก่งกว่าที่คิด ตั้มปรับมายด์ “ชีวิตต้องยืดหยุ่น” พีเครียดกว่าเดิม กิ่งจับแมวได้แต่หมาหลุดอีก
ความวุ่นวายทวีคูณ ทั้งหอเหมือนสนามรบย่อย ๆ ช่วงหนึ่งพีขึ้นไปเฝ้าหอทั้งคืนเพราะกลัวอะไรจะหลุดรอด ตั้มแนะนำให้ใช้เสียงนกเรียกสัตว์ ผลคือ เสียงนกแทนที่จะล่อลวงสัตว์ กลายเป็นปลุกคนทั้งหอให้ตื่นมารับเช้าวันใหม่เร็วขึ้น (แต่ไม่มีสัตว์ไหนเข้ามาเลย)
สุดท้าย ภารกิจวุ่นวายบานปลาย แต่สุดท้ายกลุ่มสามสหาย กับเพื่อน ๆ ในหอก็เรียนรู้จะยอมรับความวุ่นวาย—และกันเอง ในหอมีเสียงหัวเราะแทนเสียงร้องแปลก ๆ
วันสุดท้ายของหน้าที่ ‘คณะดูแลสัตว์’ ทั้งสามคนขอบคุณความปั่นป่วนที่ทำให้เข้าใจคนรอบข้างมากกว่าคิดเองเออเอง สุดท้าย พีพูดเบา ๆ ว่า “บางที เสียงประหลาดที่ดังกลางดึก…ก็อาจเป็นเสียงหัวเราะของเราเอง”
ตั้ม “หรือเสียงหมาวิ่งวน”
กิ่ง “หรือเสียงแมวทับถุงขนม แต่อย่างน้อยวันนี้ เราช่วยกันจริง ๆ นะ”
ทั้งสามคนแอบอมยิ้มมองหอวุ่นวาย พลางเตรียมใจรับมือ “ภารกิจ” ชุดใหม่ (เพราะใกล้งานรับน้อง)—แต่คราวนี้…ขอแค่ไม่มีเสียงร้องประหลาดก็พอ!
ความวุ่นวายมาพร้อมรอยยิ้ม…ที่หอพักบัวแก้วแห่งนี้เสมอ