รอยทรายใต้หิมะ
เสียงรองเท้ากระทบกับพื้นหิมะหนาแน่นในยามเช้า อากาศยะเยือกแทรกผ่านผ้าพันคอที่เด็กหนุ่มชื่อธันวาคลุมไว้แน่น เขาเดินสวนกับริ้วลมแหลมคมหอบเอาเศษเกล็ดน้ำแข็งปลิววนรอบซอยใกล้มหาวิทยาลัย เมืองสโนว์เวลล์ดูเงียบงันผิดปกติ วันนี้เป็นวันครบปีที่พี่ชายของเขาหายตัวไป…
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ธันวายืนข้างหน้าสถานีอวกาศเก่า ตัวอาคารขาวสะอาด โปร่งตาด้วยบานกระจกขนาดใหญ่ เขายืนนิ่ง ก่อนยกโทรศัพท์ขึ้นมาดูรูปพี่ในอัลบั้ม ฝ่ามือชื้นเหงื่อแม้ในอากาศเย็นจัด คำถามคาใจวนเวียนในหัวว่า “ทำไมถึงไม่มีใครพูดถึงพี่อีก?”
เสียงประตูเลื่อนอัตโนมัติดังขึ้น เด็กสาวผมสั้นคนนึงเดินออกมาจากอาคาร สะพายกระเป๋าผ้าสีขาวสะอาดไว้ข้างหลัง เธอมองธันวาอย่างระวังแต่เปิดรอยยิ้มน้อย ๆ
“รอใคร?” เธอถาม น้ำเสียงไม่รีบเร่ง ธันวาเกือบหลุดขำ
“แค่ผ่านมา…ดูเฉยๆ”
เธอดูเหมือนไม่เชื่อ แต่ไม่ถามเพิ่ม เธอแนะนำตัวเองว่า “ชื่อปอ”
ทั้งสองยืนเงียบชั่วครู่ หิมะตกจากขอบหลังคาเป็นสายขาว ปอขยับกระเป๋าไหล่ “อยู่ที่นี่นานจะโดน รปภ.ถามนะ”
ธันวาตัดสินใจเดินเข้าไปในสถานีอวกาศ ลิ้มรสความอึดอัด ปอลอดตามมา
ในล็อบบี้ ธันวาเห็นบุรุษหนึ่งในเครื่องแบบ รปภ. ท่าทางเหนื่อยล้า “มาหาอะไรเหรอ หนุ่ม?”
ธันวาเงียบไปชั่วอึดใจ “ผม…ลองหาคนที่เคยอยู่ที่นี่ พี่ชายผม เคยทำงานห้องเครื่องก่อนจะ…ไม่กลับบ้าน”
รปภ.ขยับลุกเต็มตัว สีหน้าเปลี่ยน “ไม่เหลือใครในกะดึกแล้วนอกจากหัวหน้าคุมระบบ… แต่เขาไม่ค่อยคุยกับใครนะ”
ปอมองธันวาด้วยสายตาเหมือนจะอ่านใจ “เอาไหม ฉันรู้จักหัวหน้าคุมระบบ ให้ฉันเข้าไปถามก็ได้”
ธันวาเงียบอีกครั้ง “ขอบใจนะ แค่…ถ้าไม่ลำบาก”
ในร้านกาแฟในสถานี ปอไล่สายตาจากหน้าต่างไปหาผู้ชายวัยกลางคนซึ่งดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าคุมระบบจริง ๆ นั่งก้มคีย์บอร์ดอยู่
“เห็นไหม เขาเอง” เธอบอก ธันวากลืนน้ำลาย หยิบถุงผ้าวางไว้บนตัก มือสั่นเบา ๆ
“หนาวไหม?” ปอถามเบา ๆ
ธันวายิ้มเจื่อน “แค่มือมันชา”
ทั้งคู่เดินเข้าไปหาหัวหน้าคุมระบบ ปอทักทาย “ลุงเดชว่างไหมคะ เพื่อนหนูอยากรู้เรื่องคนชื่อภวัตเมื่อปีก่อน…”
เดชเงียบไปนานก่อนจะมองหน้าทั้งสอง “ภวัตเหรอ… ไม่พูดถึงนั้นนานแล้ว เด็กคนนั้นขยัน เขาไม่ใช่คนหนีงาน…”
ธันวาตาโต “งั้นคุณลุงคิดว่า…?”
เดชนั่งเงียบและชำเลืองไปยังหน้าต่างข้าง ๆ “คนที่นี่ไม่ค่อยอยากยุ่งเรื่องคนนอก… แต่ถ้าจะถามจริง เดี๋ยวช่วยดูแฟ้มบันทึกเก่าให้”
แสงแดดส่องผ่านกระจกของสถานี กลุ่มเด็กนักศึกษาบางคนสวนเข้ามา ธันวารู้สึกเหมือนโลกค่อย ๆ กว้างขึ้นแต่หนาวเย็นเหลือเกิน
ระหว่างรอ เดชยื่นซองแฟ้มบาง ๆ มาให้ “มีแต่บันทึกเข้าออก แต่วันนั้น… ของภวัตขาดช่วงไปตอนตีสอง ไม่มีใครรู้ว่าเขาออกทางไหน”
ปอหยิบแฟ้มขึ้นดู “ประตูหนีไฟล็อกหมดใช่ไหม”
“ใช่ทุกชั้น ยกเว้นห้องแอร์คอมเพรสเซอร์เก่า ไม่มีใครเข้าไปนานแล้ว มีแต่เด็กปีหนึ่งกลุ่มหนึ่งเอาชื่อไปลงเล่นเกมพิสูจน์ใจ…”
ธันวาขมวดคิ้ว “พี่ไม่เคยพูดถึงห้องนั้นเลย…”
ปอพิงเก้าอี้ เงียบงัน “อยากไปดูไหม” เพียงแค่แววตาแลกเปลี่ยน คำถามที่ค้างคาในใจแปรเป็นเป้าหมายใหม่
ค่ำวันนั้น หิมะเริ่มหนักขึ้น เดือนของเมืองนี้สว่างเรืองรองในคืนมืด ธันวาเดินเคียงปอเข้าไปในตัวสถานีอวกาศฝ่ายเทคนิค ไฟกะพริบเรือง ๆ จากอุปกรณ์ชำรุด
“กลัวไหม?” ปอกระซิบ
“ถ้าเจออะไรที่ไม่อยากรู้ล่ะ?” ธันวาถามกลับเสียงเบา
“แต่ถ้าไม่ค้นก็จะไม่มีวันรู้” เธอยิ้มบาง ๆ อบอุ่นกว่าผ้าพันคอผืนใหม่
ทั้งสองเปิดประตูหมายเลข 17 กับเสียงสนิมของบานพับ ห้องแอร์เก่าเป็นกล่องเหล็กเย็นเฉียบ ผนังเต็มไปด้วยรอยขีดเขียนชื่อเล่นและวันที่ใครสักคนเคยแวะเข้ามา
ธันวากระชับไฟฉายส่องใต้โต๊ะเหล็ก พบถุงกระดาษใบหนึ่ง ภายในคือสมุดโน้ตสีเขียว แผ่นหนึ่งมีลายมือภวัต “ชีวิตคือการเลือก แม้บางทีเลือกเพื่อใคร บางทีก็ต้องเสียใจ”
ปอเหลือบมองหน้า ธันวาพึมพำ “เขาคงกลัว… กลัวทำร้ายคนรอบข้าง”
เสียงโทรศัพท์ดัง หน้าจอสว่างขึ้น มีข้อความจากเบอร์แปลก “เลิกหาเถอะ อันตราย”
ปอตาไว “จะเอายังไง?”
ธันวาเบือนหน้าออกนอกหน้าต่าง เห็นลานหิมะที่แตะสีส้มจากไฟนีออน “ไม่หยุดแน่…”
รุ่งเช้าธันวาเดินเข้ามหาวิทยาลัย แบกใจหนักอึ้ง รปภ.สถานีอวกาศทักทายอย่างระวังใจ “เด็กใหม่ ระวังตัวให้ดี มีคนไม่ชอบให้คุ้ยเรื่องเก่า”
“ทำไมล่ะครับ”
“บางทีความจริงก็ไม่ทำให้ใครมีความสุข”
ธันวาเดินผ่านทางเดินน้ำแข็ง พบเพื่อนใหม่ชื่อคิม นักศึกษาวิศวะเจ้าสำราญ คิมสนใจเรื่องราวของภวัตแต่ดูต่างจากปอ เขาเชื่อใน ‘ความบังเอิญ’ มากกว่า ‘ความลับ’
“นายน่ะคิดมากไปป่าว คนมันหายตัวไปก็มีเยอะ…”
ธันวาสวนทันควัน “แต่นี่มันไม่ปกติอะ ไม่มีใครที่กล้าหายตัวขึ้นมาแบบเงียบๆได้ โดยไม่มีสาเหตุ”
คิมยักไหล่ดูไม่แคร์ แต่ก็ถาม “จะไปค้นอะไรอีกล่ะ?”
“ต้องรู้ให้ได้ พี่อาจจะทิ้งร่องรอยไว้”
คิมถอนใจ “งั้นพรุ่งนี้ฉันไปด้วย”
เวลาผ่านในบรรยากาศเคร่งเครียด ธันวากลับบ้านเช่า ห้องเล็กเต็มไปด้วยของใช้เก่าวางระเกะระกะ เขาหยิบสมุดโน้ตของภวัตออกมาเปิดอ่านซ้ำ ๆ ทวนคำปลุกปลอบใจตัวเอง
กลิ่นชาอุ่น ๆ แล่นเข้าสู่จมูก เขามองออกไปนอกหน้าต่าง เห็นแม่ปลูกกระถางต้นไม้อยู่ริมระเบียง สีหน้าแม่เหนื่อยล้าแต่ใจดี
“แม่… ถ้ามีคนหายไปจากชีวิตเรา แม่จะทำยังไง”
ผู้หญิงวัยกลางคนหยุดมือ จ้องลูกด้วยแววตาเจ็บปวด “คนเราเลือกไม่ได้หรอกว่าจะเสียใคร มีแต่เลือกวิธีอยู่กับความว่างเปล่านั้น”
ธันวานิ่งอึ้งอยู่เพียงลำพัง สองมือนวดกุมสมุดโน้ตแน่นเจียนปริ
วันถัดมา ธันวา ปอ และคิม กลับไปที่สถานีอวกาศเพื่อสืบสวน พวกเขาค้นต่อจากห้องแอร์ไปยังห้องพักพนักงาน พบกล่องไม้ใบเล็กซ่อนไว้ในตู้เก่า
ภายในคือเข็มกลัดโลหะสลักเลขประจำตัวพนักงานบางคน ไม่มีชื่อ ตรงมุมซองกล่องมีกระดาษแผ่นเล็กเขียนสั้น ๆ “ตัดใจยากที่สุดคือการจากลาแบบไม่บอกลา”
คิมพูดเบา ๆ “อาจจะเกิดอะไรกับเขาจริง ๆ แต่ใครสักคนอยากให้มันเงียบ”
ปอเสริม “ถามพวกพนักงานเก่าดูอีก เผื่อมีใครรู้จักภวัตดีจริง”
ธันวาแอบกลัวความจริงที่อาจเปิดออก แต่ยอมรับข้อเสนอ พวกเขาเดินออกนอกสถานี ขณะที่หิมะซัดหน้าแรงขึ้น
ค่ำวันเดียวกัน ธันวาลงนั่งที่ร้านกาแฟในมหาวิทยาลัย เพื่อนนักศึกษาหลายคนกระซิบอยากรู้ว่าทำไมธันวาหมกมุ่นกับเรื่องเก่า บางคนเยาะ บางคนเป็นห่วง บางคนตีตัวออกห่าง
ปอเข้าไปนั่งใกล้ “รู้สึกเสียใจไหมที่เริ่มค้น”
ธันวาส่ายหน้า “เสียใจกว่าถ้าไม่ลอง”
ในร้านกาแฟบรรยากาศเย็นเฉียบ เดชเดินเข้ามาช้า ๆ เขานั่งลง ฝากมือใหญ่บนโต๊ะ “มีคนบอกให้เลิกค้นเรื่องภวัต แต่พี่ว่า… ความจริงมีค่าของมันเอง แต่ถ้าพวกเรายังไม่พร้อมก็ไม่ควรฝืน”
ธันวากำหมัดแน่น “พี่หายไปโดยไร้ร่องรอยในคืนหิมะตกนอกกำหนด ไม่มีคำอธิบาย ไม่มีใครรู้ ไม่อยากปล่อยผ่าน…”
เดชมองทุกคนเรียงทีละคน “เมื่อไหร่ที่รู้ว่าต้องหยุด ก็ควรหยุดเอง”
ธันวางุนงงแต่หนักแน่นขึ้น แม้ในความเงียบแทนคำตอบ
วันถัดไปธันวาค้นหาชื่อพนักงานเก่าโดยความช่วยเหลือของแม่ พบชื่อชายชื่อสุทธิ์ซึ่งอยู่ในรายชื่อกลุ่มสุดท้ายคืนที่ภวัตเลิกกะ เขาจับสายโทรศัพท์น้ำเสียงไม่คุ้นเคย “ไม่ต้องมายุ่งกับเรื่องคนหาย พวกแกก็เสี่ยงเอาเอง”
“พี่ชายผมหายไปไม่มีใครพูดถึงเลย ผมทนไม่ได้”
ปลายสายเงียบ มีเพียงเสียงลมหายใจรำคาญ “ภวัตไม่เคยอยากไป เขาห่วงใครบางคนที่นี่มาก”
ธันวาวางสาย ลงนั่งอยู่กับสมุดโน้ตตัวเอง อึดอัดและสั้นอายุจิตใจ
คืนฝ่าหิมะออกจากบ้านเช่า ปอรอเขาอยู่ที่หัวมุมถนน
“จะเอายังไงต่อ?”
“อยากเข้าไปในห้องแอร์อีกครั้ง”
ปอพยักหน้านิ่ง ๆ ไม่พูดอะไร
ทั้งคู่ย่องกลับเข้าตึกกลางค่ำ เสียงก้าวเท้าเบาระวัง ทุกครั้งที่หอบหายใจเหมือนจะถูกเปิดโปง
เมื่อเข้าประตูกองอุปกรณ์เก่า ธันวาพบถุงผ้าสีฟ้าฉีก ฉีกออกมาเป็นเศษกระดาษและกล่องไม้ขีด ในสมุดโน้ตฉบับใหม่มีรอยขีดเส้นใต้ว่า “รักและกลัว มักเดินคู่กัน”
ปอกระซิบ “บางทีความลับของภวัต… อาจเกี่ยวข้องกับความกลัวในใจเอง”
ธันวาตาแดงจาง เขาเอื้อมจับมือปอ อบอุ่นแผ่ซ่าน “แต่สุดท้ายเขาไม่ทิ้งร่องรอยไว้… เพื่อให้เราได้เรียนรู้”
เสียงหิมะตกลงกระทบกระจกเบา ๆ จังหวะนาฬิกาเดินเงียบงัน
คิมส่งข้อความ “เจอหลักฐานกล้องวงจรปิดของรัฐปีที่แล้ว! รีบดู!”
ทั้งสามนัดเจอที่บ้านคิม เปิดไฟล์วิดีโอดูช้า ๆ เห็นภวัตเดินออกจากสถานีเพียงลำพัง หยุดชะงัก หันกลับมาองคารเหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่าง แล้วเดินหายไปทางขอบเฟรม
ธันวานั่งนิ่ง “เขาตัดสินใจเองจริง ๆ…”
แม่อ้อมกอดธันวาไว้เบา ๆ ความอุ่นจากอ้อมแขนท่ามกลางเมืองหิมะมืดมน
วันสุดท้ายของการค้นหา ธันวายืนนิ่งในสวนกลางเมืองหิมะ ฝ่ามือกำสมุดโน้ตภวัตแน่น ปอและคิมยืนข้าง ๆ
เสียงลมหิมะคราง ธันวาเอ่ยเสียงสั่น “ขอบคุณ… ที่อยู่กับผมจนถึงวันนี้”
ปอจับมือแน่นด้วยรอยยิ้มเศร้า ๆ “คนที่หายไป ไม่เคยล่องลอยออกจากหัวใจเรา”
แสงแรกของวันใหม่ลอดสีขาวของหิมะ ส่องเงายาวตัวคนอยู่เรียงเคียงกัน และเสียงลมหิมะปะทะขอบโลกเงียบงัน รอยทรายใต้หิมะยังจางไป แต่ความรักและการเติบโตไม่มีวันละลาย