สมาคมเพื่อนบ้าแผน (ตอน: แผนลับ (ผิด) ต้อนรับน้องใหม่)
เสียงกริ่งโต๊ะไม้ปลุกความสนใจในห้องชมรมเก่าคร่ำของมหาวิทยาลัย ‘ไอ้ต้น’ คว้าขวดน้ำแล้วตบมันลงแรง ๆ บนโต๊ะ “วันนี้เราต้องโชว์ให้ดูว่า ‘สมาคมเพื่อนบ้าแผน’ เหมาะกับยุคใหม่!”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!‘ปลื้ม’ หนุ่มหน้าหล่อแต่งตัวเนี้ยบ แต่ขี้กังวล หยิบสมุดโน้ตออกมาจดทันที “แผนต้อนรับน้องใหม่ต้องมีความสร้างสรรค์ ไม่มีหลุดเฟรมเด็ดขาด”
‘หมวย’ สาวแว่นสายเปย์ ชุดเครื่องเขียนครบเซ็ต กระซิบเสียงเบาจนแทบหาย “จริง ๆ ขอแค่ไม่โป๊ะแตกก็พอ…”
‘เคน’ ชายหนุ่มหัวเราะง่าย ท่าทางชิล ๆ นั่งเท้าคางหงายหลังบนโซฟา “ไว้ใจต้นเหอะ เดี๋ยวก็มีมิติใหม่ งานนี้ผมรับผิดชอบเรื่องเอฟเฟกต์เสียงเอง”
ทันใดนั้นโทรศัพท์ ‘เตย’ สาวร่างเล็กผู้มั่นใจเว่อร์ ก็ดังขึ้น เธอเปิดลำโพง เสียงรุ่นน้องปีหนึ่งรายงานว่า “พี่ ๆ ครับ พวกน้องอีกสิบนาทีจะถึง!”
ต้นหันมาแสยะยิ้ม “เอ้า ร่ายเวท!”
ทุกคนต่างรีบวุ่นวาย ต้นหยิบแผน “Operation Freshman Boom” ขึ้นมาชูเหนือหัว แต่หลุดมือเลยปลิวตกพื้นดังปั้ก “อ่า…ไม่เป็นไร ไม่ต้องมีแผนก็ได้!”
ปลื้มเบิกตาโตกวาดของกระจายประมาณหามุมอมพระมาพูด “ต้น เราต้องมีลำดับขั้นตอน!”
หมวยหยิบแผนขึ้นไล่เช็ดฝุ่น ก่อนชี้ประโยคแรก “ข้อหนึ่ง เก็บรองเท้าน้องตั้งแถวรับ—แต่ห้องเราไม่มีทางเดินจะเอารองเท้าตั้งตรงไหน?”
เตยเข้าไปขยี้ผมต้น “ถ้างั้นก็โยนไปละกัน ให้รู้ว่าแซ่บ!”
—
เวลาผ่านไปเสียงคนน้องหัวเราะเฮฮาดังเข้ามาหน้าห้อง ปลื้มปรับเนคไทแล้วเดินออกไปปาดเหงื่อ “ยินดีต้อนรับสู่ชมรมสมาคมเพื่อนบ้าแผน พี่ชื่อปลื้ม เป็น…เอ่อ…เลขานุการ (แต่ควบตำแหน่งผู้ตรวจความเรียบร้อยเฉพาะกิจ)”
ต้นผลักตัวเองแทรก “แล้วพี่คือต้น ประธานชมรมแห่งภารกิจเสียงฮา!”
เตยยิ้มกว้าง “เตยดูแลกิจกรรม พี่ขไจัดหนัก!”
เคนยกมือไหว้แบบขำ ๆ “ผมเป็นโปรดิวเซอร์เสียงอารมณ์แห่งโลก”
หมวยยืนส่องแผน มือข้างหนึ่งกำปากกา “หมวยคุมงบ พร้อมช่วยเหลือถ้าทุกคนยังอยู่รอด”
กลุ่มน้องปีหนึ่งกลั้นขำ เห็นความเพี้ยนของพี่ ๆ รักบรรยากาศแปลกประหลาดนี้ทันที
—
ต้นปะทะเสียง “กิจกรรมแรก! พี่จะให้น้องหมุนขวด เลือกหัวข้อสุ่มทำความรู้จัก!”
เตยจ้องหน้าต้นกระซิบ “นั่นมันกิจกรรมปีที่แล้ว”
ต้นหน้าซีดแต่ยิ้มกว้างกลบเกลื่อน “ปีนี้เราเปลี่ยน… ใครหมุนขวดแล้วโดนปลื้มต้องเผยว่าเคยโกหกว่าอะไร!”
ปลื้มตะลึง “เดี๋ยวนะ! ฉันขอโควตาไม่พูดไม่ได้เหรอ…”
เตยรีบสวน “นักกิจกรรมต้องพร้อมรับทุกสถานการณ์!”
ตอนหมุนขวด ขวดดันหยุดที่หมวย ทุกสายตาจับจ้อง หมวยขยับแว่นหน้าตื่น ตอบเบา ๆ “เคยบอกแม่ว่าไปเรียนกลุ่ม ที่จริงไปซื้อสมุดลดราคา”
เสียงหัวเราะดังก้องห้อง ต้นรีบสรุป “อย่างนี้แหละ… สุดยอดผู้บริหารต้นทุน!”
กิจกรรมดำเนินไปเรื่อย ๆ แบบงง ๆ บางคนถามอะไรได้คำตอบสวนทันควันจนเริ่มสงสัยว่าพี่ ๆ ชมรมนี้เล่นมุกจริงหรือเปล่า
—
ปัญหาเริ่มต้นขึ้นเมื่อกลุ่มน้องใหม่แนะนำตัวผิด ทำชื่อเพี้ยนจนต้นดันเข้าใจผิดว่าน้องเป็นสายลับจากชมรมคู่แข่งที่ปลอมตัวเข้ามาสืบงานชมรม
ต้นรีบกระซิบปลื้ม “นาย ดูสิ นักกิจกรรมที่ไหนเอาชื่อนำด้วย ‘0001’?”
ปลื้มตัดสินใจตามน้ำ “บางทีอาจเป็นปฏิบัติการป่วนชมรมคู่แข่งแบบในหนังสือ How-To ว่าด้วยสงครามชมรม!”
เตยเข้ามาเสริมแบบมั่นใจ “โอเค ทุกคน! เตรียมแผนล่อหลอก!”
เคนรีบปรับเอฟเฟกต์เสียงโทรศัพท์มือถืองก ๆ “เสียงระเบิด…เสียงกรี๊ด…โอเค พร้อม!”
น้องปีหนึ่งงงเป็นไก่ตาแตก เผลอเรียกชื่อผิดซ้ำซากเองเพราะความประหม่า—ต้นยิ่งมั่นใจ ยิ่งจัดหนัก ‘แผนสับขาหลอก’ ที่คิดเองว่าฉลาดล้ำ
—
แผนเริ่มบานปลาย ต้นสั่งให้น้องทำภารกิจลับ “เดินไปเอากระเป๋าสีเขียวในห้องสมุดโดยไม่ให้ใครเห็น จากนั้นรายงานรหัสลับกลับมาให้พี่”
น้องใหม่งุนงงแต่กลัวจะผิดกติกา ยอมไปทั้งที่ไม่เข้าใจ—กลับมาตกใจที่พบในกระเป๋าเป็นแต่สมุดบัญชีรายจ่ายของหมวย
หมวยตาโต “เอ๊ะ! สมุดนี้ของฉัน! นายเอาไปได้ยังไง?”
น้องตอบเสียงสั่น “เอ่อ พี่เป็นคนสั่งครับ…”
ต้นดักเสียงเข้ม “อ๋อ นี่แหละรูปแบบการสืบลับ! แน่จริงเผยรหัสลับมา!”
น้องใหม่เสียงอ่อย “สมุดรายรับรายจ่าย… รหัสลับน่าจะ…สมดุลระหว่างชีวิตกับเงินประหยัด?”
ปลื้มหัวเราะแห้ง ๆ แต่ในใจเริ่มสะกิดว่าคงเข้าใจผิดกันไปเอง
—
ความอลหม่านไม่หยุดแค่นั้น น้องอีกคนถูกดึงเข้าสมรภูมิ ‘เกมตอบคำถามตรรกะ’ ของต้น วางกับดักให้ตอบผิดแล้วแกล้งตีความมั่ว ๆ
เคนเปิดเสียงตลกประกอบ “ปี๊ป ๆ พลาดเล็กน้อยแต้มลบ 2!”
เตยหันมาประกาศ ‘คะแนน’ จนอารมณ์ขึงขังดันกลายเป็นขำจนควบคุมสถานการณ์ไม่ได้
น้องเริ่มกลัวคิดว่าตกหลุมพรางวัฒนธรรมลับของชมรม “พวกพี่เอาจริงเหรอ?”
ต้นตอบเสียงโหดแต่ตาเป็นประกาย “ของจริง สายปั่นเท่านั้นถึงจะรอด!”
—
เวลาผ่านไปห้องเริ่มวุ่นวาย ปลื้มแยกตัวกระซิบกับหมวย “ต้นเข้าใจผิดชัวร์ แบบนี้น้องเครียดทุกคน”
หมวยรับคำเงียบ ๆ “แต่ถ้าเราหยุดเล่นตามต้นก็กลัวจะแป้กกลางอากาศ…”
ปลื้มถอนหายใจ “เอาไงดี วงการชมรมจะจารึก!”
เคนลุกมาบอก “ขอแผนใหม่! ให้หัวเราะไปพร้อมกันพอ เอะอะอะไร เอาจริงไม่ไหว”
เตยโผล่มากระซิบ “ขอ vote เหอะ เล่นเกินครึ่งแล้วนะ…”
ทั้งกลุ่มสบตากัน ทุกคนต่างกลัวว่าถ้าบอกต้นว่า ‘คิดมากไปเอง’ จะเสียฟอร์มประธาน พวกเขาเลยกลายเป็นกลุ่มสมรู้ร่วมคิดแบบงง ๆ ต่อยอดปัญหาทุกทิศทาง
—
หลังพักเบรก ต้นกลับมาพร้อมรอยยิ้มลับ ๆ ประกาศ “รอบสุดท้าย! ทุกคนจะต้องผ่าน Mission Impossible ของชมรม!”
น้องใหม่หน้าซีด ใครสักคนโดนครูฝึกแกล้งใส่กระเป๋ากระดาษใบใหญ่คลุมศีรษะ
ปลื้มรีบห้าม “ต้น เราจะโดนฟ้องข้อหากดดันน้องแล้วไหม?”
ต้นสวน “เรื่องนี้เป็นการทดสอบความกล้า ใครผ่านถือว่าสอบติดเป็นทางการ!”
แต่ขณะกำลังบิ๊วอารมณ์อย่างหนัก เสียงวิทยุกระจายข่าวดังในห้อง “ขอให้ชมรมสมาคมเพื่อนบ้าแผนหยุดสร้างเสียงดัง” ทุกคนชะงักนิ่งไปสองวินาที
เคนแอบซ่อนหัวเราะ “สงสัยปีนี้จะเป็นประวัติศาสตร์”
—
จุดแตกหักมาถึงเมื่อน้องคนหนึ่งเผลอหลุดถาม “ชมรมนี้พี่เอาจริงหรือแค่ปั่นครับ?”
เงียบ… ทุกสายตาสบกันในระยะประชิด ต้นหันมามองเพื่อนฝูง “พวกนาย…พวกนายแกล้งเล่นกับฉัน…หรือว่าฉันคิดไปเอง?”
ปลื้มทำหน้าอมกลืน “เราก็แค่ไม่อยากขัดไอเดียแก…ก็เลย…”
หมวยเติม “กลัวจะเสียบรรยากาศไง…”
เตยมองต้นสายตาเอาใจ “แต่ก็สนุกกว่าทุกปีก่อนนะ!”
น้องใหม่หัวเราะ “จริง ๆ ชมรมนี้สุดยอดเลยพี่! ไม่ต้องมีพิธีอะไรแบบเดิม ๆ แล้วล่ะ!”
ทุกคนหัวเราะ น้ำตาคลอหน่อย ๆ ทั้งเขินทั้งโล่งใจ ต้นยอมยิ้มรับ。“ต่อไปใครมีไอเดียประหลาดก็ช่วยกันเสนอเลยนะ ไม่ใช่ฉันบ้าคนเดียว!”
—
กิจกรรมจบด้วยการถ่ายรูปร่วมกัน น้องใหม่ชูสองนิ้ว พี่ ๆ เล่าเรื่องพลาดบ้า ๆ บอ ๆ ตลอดปีที่ผ่านมา เสียงหัวเราะคละเสียงขำในห้องสมาคมอยู่จนถึงพระอาทิตย์ตก
ก่อนกลับ เคนแซว “ปีหน้าสงสัยต้องแอบตั้งกล้องเก็บหลักฐานไว้ด้วยเนอะ!”
ต้นหยิบขวดน้ำขึ้นมาอีกครั้ง “ทีนี้ ชมรมเรามีกฎข้อใหม่—ไม่ต้องสมบูรณ์แบบ ขอแค่ไม่ลืมหัวเราะก็พอ!”
หมวยกระซิบเบา ๆ “งบกิจกรรมปีหน้าจะไม่รั่วอีกแล้วเนอะ…”
ทุกคนยิ้ม หัวเราะ ให้กำลังใจกันอย่างอารมณ์ดี หัวใจทุกคนอบอุ่นราวเพิ่งผ่านพิธีกรรมแห่งมิตรภาพแท้ ๆ ที่ไม่มีสูตรสำเร็จใด