ฤดูที่เธอไม่เหมือนเดิม
เสียงของแอร์คอนดิชั่นดังหึ่งอยู่มุมหนึ่งของออฟฟิศ ท่ามกลางแสงแดดเย็นสลัว พีทนั่งพิมพ์งาน หัวใจรู้สึกรำคาญแปลกๆ เมื่อเสียงรองเท้าส้นสูงของฟ้ากระทบพื้นเคลื่อนเข้ามาใกล้ คีย์บอร์ดของเธอกระแทกดังกว่าคนอื่นเหมือนจงใจให้ได้ยิน “พี่พีท คอนเซ็ปท์งานนี้ใช้ไม่ได้หรอกค่ะ มันเชยไป” เธอว่า พลิกกระดาษในมือถือกางบนโต๊ะ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!พีทเงยหน้าขึ้น หรี่ตาเหมือนคิดถ้อยคำตอบกลับ แต่เลือกเงียบ ขยับแว่นแล้วตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อ ฟ้าไม่ยอมแพ้ “เดี๋ยวฟ้าลองเขียนใหม่นะคะ จะเห็นว่ามันต่างกันยังไง” เธอลุกเดินออกไป ทิ้งให้บรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยแรงกดดันปริศนา
สายตาคนงานกลุ่มนึงหันมามอง พีทถอนหายใจเบาๆ แผ่วเหมือนไม่อยากให้อีกฝ่ายได้ยิน เสียงแอร์ยังคงคลายความเงียบเช่นเดิม
ตกเย็น พีทเดินลงลานรถ ฟ้ายังยืนโทรศัพท์กับใครบางคน ดวงตาเธอฉายแววเครียด ปลายนิ้วมือกำสายคล้องกระเป๋าแน่น “แม่ไม่ต้องห่วงหนูหรอก หนูไหว” เธอเงียบไปอีกสองวินาที “ยังไงพรุ่งนี้ฟ้าต้องได้อาชีพนี้ต่อ…”
พีทเดินผ่านด้วยจังหวะลังเล เสียงอาหารกล่องกระทบกันในถุงพลาสติก มือเขาเก็บกุญแจรถเบาๆ เธอหันมาเจอพอดี “อ้อ พี่พีท กลับบ้านดีๆ นะคะ” น้ำเสียงนั้นอ่อนโยนกว่าตอนทุ่มเถียงในห้องประชุม
คืนวันนั้น พีทตกผลึกสิ่งที่เกิดขึ้น ฟ้าทำงานเก่งเกินเด็กใหม่ แต่เหมือนเธอปกป้องบางสิ่งอยู่เสมอ ในบ้านที่เขาเช่าอยู่คนเดียว เสียงนาฬิกากระทบผนังช้าๆ ตัวเขานอนพลิกไปมา ฝันถึงการถกเถียง ความเหนื่อยล้ากัดกิน เงาสีฟ้าทาบทับในฝันเหมือนใครซักคนกำลังร้องไห้แต่ไม่ยอมให้เห็นน้ำตาจริง
เช้าวันต่อมา ฟ้าถือเอกสารเข้ามาใหม่ในห้องงาน “ฟ้าเขียนคอนเซ็ปท์ใหม่มาแล้วค่ะ ลองดูไหม” ในดวงตาเธอมีทั้งกลัว และท้าทายผสมกัน พีทรับมาเปิดอ่าน ขมวดคิ้วแล้วเอียงหัว “มันเสี่ยงเกินไป…แต่ก็ไม่แย่” เธอยิ้มมุมปากแล้วเดินกลับโต๊ะของตัวเอง
การประชุมในสัปดาห์ถัดมา งานของฟ้าได้ถูกยกขึ้นมาพูดร่วม อีกฝ่ายหัวเราะเบาๆ “ถ้าหัวหน้าชอบ ไว้ฟ้าช่วยตกแต่งเพิ่มให้มั้ยคะ” พีทยิ้มจางๆ เก็บความรู้สึกน่าหงุดหงิดนั้นไว้ในใจ แต่ในส่วนลึก รู้สึกเหมือนจะได้ช่วยเหลือใครบางคนสักที
บ่ายวันหนึ่ง ฟ้าป่วย น้ำเสียงโทรมาแผ่วเบา “พี่พีท…ฟ้าไม่ไหวค่ะ ขอ WFH ได้ไหม” พีทลังเล ก่อนตอบ “ดูแลตัวเองนะ เดี๋ยวงานพี่เคลียร์ให้” เธอเงียบไปนิด “ขอบคุณค่ะ”
เย็นนั้น เขาเดินไปที่แผงผลไม้หน้าซอยบ้านเธอโดยไม่รู้ตัว เธอเพิ่งย้อมผมใหม่เป็นสีเข้ม จับจ้องอยู่ริมระเบียงห้อง “พี่พีท?” เขายื่นถุงผลไม้ “เพื่อนร่วมงานที่ดีต้องส่งวิตามินไง” เธอหัวเราะทั้งน้ำมูก เสียงหัวเราะฟังสดใสขึ้น “ฟ้าไม่ค่อยมีคนมาหาสมัยนี้” เธอว่า สองคนนั่งมองท้องฟ้าเงียบๆ สักพัก ดวงอาทิตย์ไล้ขอบฟ้า ทิ้งความอุ่นสงบสั้นๆ ที่ยังไม่อยากให้จบเร็วเกินไป
เช้าวันจันทร์ ฟ้าโพสต์งานลงใน google drive ผิด folder จนหัวหน้าดุ “นี่งานสำคัญนะฟ้า พี่พีทต้องแก้อีกรอบ!” เธอนิ่งเสียใจ แต่ไม่โต้แย้งใคร ออกไปนั่งที่มุมห้องเงียบๆ อาการเหมือนพยายามซ่อนความกดดัน พีทย่องตามออกไป ยื่นกระดาษให้ “งานดีแล้ว แค่แก้ชื่อไฟล์ก็พอ” เธอยิ้มอายๆ
เดือนต่อมา โครงการที่ฟ้าทุ่มสุดตัวถูกยกเลิกไม่ทราบสาเหตุ วันนั้นเธอเงียบเกือบทั้งวัน ส่งข้อความขอโทษที่พลาดงานให้พีท พีทก็แค่พิมพ์กลับเบาๆ ‘ไม่เป็นไร รู้มั้ยว่าฟ้าทำดีที่สุดแล้ว’ แล้วกดส่งไปโดยไม่คิดมาก
คืนนั้น ฟ้ากลับบ้านช้า พีทกลับเข้าห้องครัวเช่า เปิดกล่องข้าวนั่งเหม่อ เห็นโทรศัพท์แจ้งเตือนภาพวิวกลางคืน เธอลงสตอรี่ “Sometimes losing is just a pause, not an end.” พีทอ่านข้อความนั้นนานกว่าปกติ
เช้าถัดมา ฟ้าเอากาแฟเย็นมาให้เขา “ขอบคุณที่เป็นทีมเดียวกันนะคะ” เธอกลอกตาเล่นแล้วถอยออกไป เหลือแต่กลิ่นกาแฟที่กรุ่นอยู่ระหว่างพวกเขา
ไม่กี่วันต่อมา พีทยืนดูฝนสาดกระจกออฟฟิศ สังเกตเห็นฟ้ายืนคุยโทรศัพท์น้ำเสียงตึง “ไม่ค่ะ ฟ้าไม่ได้จะเปลี่ยนสายงาน หนูต้องช่วยแม่” เธอวางสายไป นานกว่าจะหันมาเห็นพีท เขาไม่พูดอะไร แต่เดินไปหยิบผ้าเช็ดหน้าแล้วยื่นให้ เธอพึมพำขอบคุณ คำขอบคุณดูเศร้าและตัดพ้อในเวลาเดียวกัน
ปลายเดือนใกล้ประเมินผลงาน ฟ้าทำงานหนักจนดึกดื่น หน้าโทรมและเปิดคอมจนตาแดง พีทสังเกตแล้วเข้าไปนั่งข้างๆ “ฟ้า กลับบ้านเถอะ ดึกแล้ว” เธอส่ายหน้า “เดี๋ยวไม่ทันเดดไลน์ค่ะ…พี่เคยอยากลาออกจากที่นี่ไหม”
ความเงียบเกิดขึ้นกะทันหัน พีทคิด คำถามนั้นเคยกัดกินเขาเหมือนกัน “เคย…แต่งานนี้คือสิ่งเดียวที่ยังเหลือ” ฟ้ายกคิ้ว ขำทั้งคุยจริงจัง “ฟ้าก็รู้สึกเหมือนกัน” พวกเขานั่งข้างกันนานสองนาน ราวกับกลัวเวลากลางคืนจะหมดเร็วเกินไป
วันหนึ่ง ฟ้าได้เลื่อนตำแหน่งแต่ต้องไปประจำสาขานครปฐม เธอเฉยชา ไม่แสดงความดีใจ “ฟ้าไม่อยากย้าย…” เธอพูดกับพีทกลางลานจอดรถยามเย็น “แต่ถ้าไม่ไปก็ไม่มีเงินช่วยแม่…” พีทอ้าปากเหมือนจะพูดอะไร แต่ก็ปิดเงียบไป สองสายตาเจ็บปวดไม่แพ้กัน
อาทิตย์ต่อมา ฟ้ากำลังจะย้าย เธอเดินเข้ามาในออฟฟิศ พีทหลบสายตาจนสุดท้ายฟ้าต้องเป็นฝ่ายพูด “พี่…จะส่งเมลงานให้ไหมคะ หรืออยาก block กันเลย” สีหน้ากึ่งขำกึ่งเศร้า พีทนิ่ง เฉดสีของห้องดูซีดกว่าทุกวัน “ฟ้า…ขอโทษที่ไม่ได้อยู่กับพี่จนจบโปรเจกต์” เสียงฟ้าเหมือนจะร้องไห้แต่ก็ยังกลั้นไว้
คืนก่อนย้าย ฟ้ายืนหน้าต่าง คุยโทรศัพท์กับแม่ “หนูโอเคค่ะ…หนูตัดสินใจเอง” เธอซ่อนเสียงสะอื้นอยู่ด้านหลังความมั่นใจ
วันย้าย พีทโผล่มาเซอร์ไพรส์ที่สถานีรถไฟ เธอตกใจ “พี่มาทำไม” เขาไม่ได้ยิ้มมากนัก “จะมาส่งน้องร่วมงานให้เดินทางปลอดภัย” ทั้งสองคนเดินไปเงียบๆ จนฟ้าอดไม่ได้ “ฟ้าคิดว่าพี่ไม่สนใจ” พีทหัวเราะในลำคอ “ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมงาน ฟ้าเป็นคนสำคัญของพี่” เธอก้มหน้า ไม่พูดอะไร
หลายเดือนผ่านไป ทั้งสองห่างกันและคุยกันใน chat ด้วยความห่างเหินต่างจากเดิม วันหนึ่งพีทขอวีดีโอคอล ฟ้ารับแบบลังเล “ฟ้างานยุ่ง” “แต่อยากเห็นหน้า” เขาพูดผิดจังหวะ เธอหัวเราะเบาๆ “พี่นี่แปลกนะ”
ไม่กี่วัน ฟ้ากลับมาเยี่ยมบ้านเก่า เธอแวะมาที่ออฟฟิศแต่ไม่กล้าบอกใคร พีทบังเอิญเจอที่ร้านกาแฟ เขาทำแก้วกาแฟหก “ขอโทษที” เธอยิ้ม “ฟ้าไม่ได้โกรธที่พี่ไม่ตามฟ้าไป” คาเฟ่ที่สงบเหลือเพียงเสียงหัวเราะแผ่ว ๆ
บ่ายนั้น สองคนเดินสวนในสวนสาธารณะ ฟ้าพูดเรื่องอนาคต “พี่เคยกลัวไหมว่าถ้าเลือกผิดชีวิตจะไม่กลับมาเหมือนเดิม” พีทนิ่ง เขายอมรับ “ทุกวัน ฟ้าก็เหมือนกันใช่ไหม” “ใช่ค่ะ…ฟ้าเคยกลัวว่าต้องอยู่คนเดียว… แต่ทุกวันนี้ฟ้ารู้ว่าตัวเองก็เดินต่อได้”
ตกเย็น ฟ้าโทรไปหาพีทก่อนกลับ “ขอบคุณที่เคยเชื่อใจฟ้านะคะ” น้ำเสียงหายใจกลั้นก่อนพูด
เดือนต่อมา ฟ้ากลับมาประจำกรุงเทพอีกครั้ง พีทเป็นคนแรกที่เห็นเธอในลิฟท์ อารมณ์ทั้งคู่เปลี่ยนไป ฟ้าที่เติบโตขึ้น และพีทที่กล้ายิ้มมากขึ้น
ค่ำคืนนั้น พีทรออยู่หน้าคอนโดฟ้า เขาถือดอกไม้หนึ่งดอก “ดอกอะไร” “ดอกเดียวในฤดูนี้…แต่สำหรับฟ้ามันคือคำขอโทษสำหรับทุกอย่างที่เคยปล่อยผ่าน” ฟ้ายิ้ม มองพระจันทร์ที่ผุดขึ้นกลางฟ้าพร้อมหยาดน้ำตา
พีทพูดว่า “ถ้าย้อนกลับไปได้ จะไม่ปล่อยฟ้าให้เดินคนเดียวอีก” ฟ้ากระซิบช้าๆ “ฟ้าก็ไม่อยากเดินคนเดียว…แต่วันนี้เราหัดเดินข้างกันจริงๆ ได้สักที”
ลมอ่อนๆ พัดผ่าน ฤดูเดิมที่ไม่เคยเหมือนเดิมอีกต่อไป