ฤดูที่ฝนพรำ ความรักที่ซ่อนอยู่
เสียงฝนตกหนักกระทบกระจกร้านกาแฟเล็ก ๆ ตรงหัวมุมมหาวิทยาลัย ‘จินตา’ หัวเราะเบา ๆ ขณะที่หยดน้ำพรมเสื้อนักศึกษาระบายลายเทา คราม—เพื่อนสนิทจากคณะถาปัตย์ฯ—เพิ่งเดินเข้ามานั่งตรงข้าม ใบหน้าเขาตึงเครียด ชุ่มไปด้วยน้ำฝน แต่ยังคงถามด้วยเสียงนิ่งว่า “โมโหอะไรใส่ฝนรึเปล่า?”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!จินตาเขยิบถ้วยโกโก้อุ่นตรงหน้า “แกมาแกล้งพูดเล่นนะ แต่ตัวเองอ่ะ โดนฝนจนผมเปียกหมดแล้ว คงจะหนาวน่าดู”
ครามขยับเสื้อ เอาผ้าขนหนูมาซับหัวอย่างหงุดหงิด “เดี๋ยวก็คงแห้ง ทนเอา เดี๋ยวต้องไปวาดแบบต่อ”
เสียงฝนภายนอกเป็นจังหวะเดียวกับการจิบโกโก้ จินตามองเพื่อนนิ่ง ๆ พลันสายตาหลบไป ไม่กล้าสบตาตรงนานนัก เธออยากพูดเรื่องคำถามหลายอย่างในใจ แต่ก็เลือกปล่อยผ่าน เหมือนทุกครั้งที่ผ่านมา
ตอนสายในคลาสจิตกรรม แม้ครามจะตั้งใจกับงานมาก ยังคงหันมาแอบมองจินตาเป็นระยะ เวลาเธอเหม่อ เขาจะขมวดคิ้วเล็กน้อย เหมือนอยากพูดบางอย่างแต่ไม่กล้า
“คราม แกบ้าหรือเปล่าวะ ใส่แว่นตากันน้ำมาวาดแบบ” ปิ่น เพื่อนในกลุ่มเดินเข้ามาตบบ่าครามขำ ๆ
ครามไม่ได้ตอบ เขาส่ายหน้าน้อย ๆ หันกลับไปจดจ้องกับแผ่นกระดาษกับสีที่เปื้อนมือ
“อย่าไปแหย่เค้าเลยแก วาดเสร็จเดี๋ยวก็พูดเองนั่นแหละ” จินตายิ้มมุมปากให้ปิ่น แล้วจ้องมองครามนิ่ง ๆ
บ่ายวันนั้น ฟ้าหลัว ๆ ยังไม่ยอมหยุดตก จินตานั่งเขียนเฟรมนิยายในสมุดเล่มหนาใต้ต้นปีบ ทุกตัวอักษรช้า ๆ เสียงฝนคล้ายจังหวะหัวใจที่รัวตลอดเวลา ครามเดินมาเงียบ ๆ ทรุดลงตรงพื้นข้าง ๆ ไม่พูดอะไร แม้ขอบตาบ่งบอกถึงความอ่อนล้า
“แกคิดอะไรอยู่?” จินตาถามเสียงเบา
“คิดว่าบางทีมัน…เหนื่อยเนอะ” ครามพูดช้า ๆ มองท้องฟ้าไกล “ถ้าเรียนจบแล้ว เราจะ…ยังได้เจอกันบ้างมั้ย”
จินตานิ่งไปอึดใจ เธอตอบไม่ออก หัวใจอยากจะพูดความในใจ แต่มันหนักแน่นเกินกว่าจะหลุดจากริมฝีปาก
วันต่อมา กลุ่มเพื่อนนัดกินหมูกระทะตอนเย็น ครามไม่ค่อยพูดอะไรนัก นั่งมองจินตาคุยหัวเราะกับเพื่อนอีกคน—บีม ที่มักจะหยอกเล่นกับเธอจนเพื่อนรอบข้างเข้าใจผิด
หลังจากเพื่อน ๆ แยกย้าย จินตาเดินคู่กับครามกลับหอพัก สองคนอยู่ในความเงียบระหว่างเสียงฝนพรำ ๆ
“แกคิดว่าบีมชอบฉันมั้ย?” จินตาถามแบบไม่สบตา
“แล้วแกอยากให้เค้าชอบรึเปล่า?” ครามย้อนเสียงต่ำจาง ๆ
จินตายกไหล่ หัวเราะเจือนิดเดียว “เปล่าหรอก เราก็แค่…ไม่ได้รู้สึกอะไร”
ครามพยักหน้าเบา ๆ ดวงตาไม่ยอมสบกัน ช่วงที่เดินผ่านสะพานเล็ก เขาหยุดชะงัก พลันพูดออกมาว่า
“ถ้าฉันชอบ…ใครสักคน ฉันก็คงไม่แสดงออกโหวกเหวกขนาดนั้น”
จินตาชะงักกึก ในใจเต้นระรัวแต่ก็เลือกนิ่งเงียบ วิ่งนำครามกลับไปแบบไม่เหลียวหลัง
กลางดึกในห้อง จินตาจ้องโทรศัพท์อยู่นานที่ไลน์กลุ่มเพื่อน ไม่มีข้อความจากคราม เดินดูวิวฝนตกจากหน้าต่าง เธอเขียนข้อความในมือถือ แต่ลบออกหมดหลายครั้ง ทิ้งไว้แค่ข้อความสั้น ๆ ที่ไม่เคยกล้ากดส่ง
วันรุ่งขึ้น ในคลาสเรียนจินตาเงียบผิดปกติ ปากไม่พูดคุย เพียงแต่คอยเหลือบมองคราม ทว่าทั้งสองไม่มีใครเอื้อนเอ่ยเรื่องเมื่อคืนออกมา
ผ่านมาหลายวัน ครามเริ่มหงุดหงิดง่ายขึ้น หลีกเลี่ยงกลุ่มเพื่อนมากกว่าปกติ ทุกสายตาเวลาจินตาหัวเราะกับใครเหมือนจะเพิ่มระยะห่างระหว่างเขาทั้งสอง
“เราเป็นอะไรกันแน่วะคราม” จินตาถามเสียงพร่าในเย็นวันหนึ่ง ใต้ร่มไม้ใหญ่ คนทั้งสองยืนนิ่งข้างกัน ครามหลบตา พูดยาก ๆ ออกมาว่า “เพื่อนมั้ง…แค่ –”
จินตาขำ กลบเกลื่อนความเจ็บร้าวไว้ “เพื่อนก็พอแล้ว” เสียงสะท้อนในใจกลับตรงข้าม
คืนหนึ่งในร้านเหล้ามหาวิทยาลัย กลุ่มเพื่อนคุยเสียงดังสนุกสนาน ครามเมากว่าทุกครั้ง หลังเหล้าแก้วสุดท้าย จินตาพยุงเพื่อนเดินฝ่าสายฝนกลับหอพัก
“เจ็บปวดดีนะ เวลารู้ว่าต้องชอบใครสักคนแต่พูดไม่ได้” ครามพูดตรง ๆ เสียงเบา ๆ
จินตาแทบหยุดหายใจ พลันหันไปสบตา เพียงชั่วครู่ ครามก็หลับตาลง จินตาสะอึก หัวใจเธอเหมือนถูกฉีกออกเป็นสองฝั่ง
วันถัดมา ครามเอาแต่หลบหน้า ไม่มาร้านกาแฟ ไม่เข้าสังคมเหมือนเดิม จินตาเริ่มรู้สึกสูญเสียอะไรบางอย่างไป คำพูดของครามฝังใจจนไม่เป็นอันทำอะไร
“เราทำอะไรผิดเหรอ?” จินตาถามปิ่นในห้องน้ำหญิง
“แกน่าจะคุยกับครามตรง ๆ นะ ไม่งั้นแกจะเสียเค้าไป” ปิ่นเตือนเสียงหนักแน่น
เย็นวันหนึ่ง หลังคลาสสุดท้าย จินตาเดินขึ้นไปบนดาดฟ้าอาคารเก่า เจอครามนั่งกอดเข่ามองฟ้าฝนเทา ๆ
“ไง…” เธอเปรยเสียงแผ่ว ครามเงยหน้ามองด้วยแววตาไม่มั่นคง
“ขอโทษที่ช่วงนี้ฉันเงียบไป” จินตานั่งลงข้าง ๆ ลมหายใจสะท้าน “แค่รู้สึกว่า…ถ้ากล้าพูดตรง ๆ ทุกอย่างอาจไม่เหมือนเดิม”
ครามหัวเราะในลำคอ “เราต่างก็กลัวเหมือนกันใช่มั้ย กลัวเสียอีกฝ่ายไป…”
ความเงียบปกคลุมครู่หนึ่ง สายฝนค่อย ๆ ซาหาย จินตาหยิบมือวางบนหลังมือครามช้า ๆ
“เคยคิดมั้ย ว่าความกล้านี่มันกึ่ง ๆ นะ กว่าคนเราจะเข้าใจตัวเอง”
ครามค่อย ๆ เงยหน้าขึ้น สีหน้าเศร้าเปลี่ยนเป็นความหวังเรืองรองเล็กน้อย “ฉันยังไม่เข้าใจ…แต่เวลาที่อยู่กับแก ฉันรู้สึกว่าตัวเองได้กลับมาเป็นตัวเองจริง ๆ”
ทั้งสองนั่งเงียบ พลางปล่อยให้หยดฝนสุดท้ายร่วงบนขอบดาดฟ้า ก่อนจินตาจะพูดช้า ๆ ว่า “เราอาจไม่ได้เหมือนเดิมหรอก…แต่ก็ไม่อยากเสียกันไป”
สายลมเย็นพัดผ่าน เสียงฝนเหลือเพียงหยาดสุดท้าย ครามจับมือจินตาแน่นขึ้นเล็กน้อย
หลังจากนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อย ๆ เปลี่ยนไป ไม่ใช่การเปิดเผยเสียทีเดียว แต่การใกล้กันมากขึ้น เป็นเพื่อน เป็นที่พักใจ แต่ยังคงไม่กล้าพูดทุกสิ่ง
ช่วงสอบปลายภาค ทั้งคู่ต่างหายหน้ากันหลายวัน ความเงียบเช่นนี้ทำให้คิดถึงมากกว่าเดิม เมื่อกลับมาเจอ ณ ร้านกาแฟเดิม ครามยื่นกระดาษโน้ตให้จินตา หลบสายตาพูดเสียงเบา
“ฝากแกอ่าน…ถ้าอยากรู้ว่าฉันคิดยังไง”
จินตารับกระดาษ เปิดอ่าน—ในนั้นเป็นรูปดินสอเล็ก ๆ วาดใบหน้าตัวเอง ยิ้มรับฝน มีข้อความเล็ก ๆ ว่า “เวลาฝนตก ฉันคิดถึงแกเสมอ”
จินตายิ้ม ดวงตาน้ำตาคลอ เงยหน้าสบตาคราม พลันหัวเราะเบา ๆ
“ฝนจะตกอีกเมื่อไหร่ไม่รู้ แต่ขอให้อยู่ด้วยกันตอนฝนตกบ้าง จะได้มั้ย?”
ครามครุ่นคิดชั่วครู่ สีหน้าโล่งใจ ก่อนพูดเบา ๆ กลืนกินเสียงตัวเอง “ได้สิ”
เสียงหัวเราะแลกเปลี่ยน เบาบางแต่เต็มไปด้วยความหมาย ใหม่ในฤดูฝนที่หัวใจสองดวงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป