เมษาในรอยอดีต
เสียงแกร่งของกระดิ่งเหนือประตูร้านกาแฟ “บ้านใบเมษา” ดังขึ้นในบ่ายวันหนึ่ง แสงแดดอุ่นของเดือนเมษายนส่องลอดผ่านกระจกเข้ามาอาบร่างของหญิงสาวผมสั้นสีดำที่แต่งตัวเรียบง่าย เธอเดินเข้ามาท่ามกลางกลิ่นกาแฟคั่วใหม่ มองสำรวจภายในร้านอย่างลังเล สายตาหยุดอยู่ที่ชายหนุ่มร่างสูงผิวแทนที่กำลังยืนเช็ดเคาน์เตอร์อยู่หน้าบาร์
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นั่งได้เลยครับ เดี๋ยวผมเอาเมนูไปให้” รัฐห์พูดด้วยน้ำเสียงสุภาพพลางส่งยิ้มน้อย ๆ ให้ เธอแค่พยักหน้า หย่อนตัวลงเก้าอี้ใกล้หน้าต่างลงอย่างระมัดระวัง
“กลับมาอีกแล้วเหรอครับคุณเมษา” เขาเอ่ยขึ้นหลังคืนเมนู เธอเงยหน้ามองอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนเบือนสายตาออกไปนอกหน้าต่าง
“เพิ่งว่าง เลยแวะเฉย ๆ ค่ะ” นํ้าเสียงไร้น้ำหนักของเมษาตอบก่อนจะก้มดูเมนู แต่ไม่ได้ตั้งใจจะเลือกอะไรใหม่
ความเงียบแฝงด้วยบางสิ่งน่าค้นหาปกคลุมระหว่างทั้งสอง รัฐห์เทน้ำเปล่าใส่แก้วให้ช้า ๆ เหมือนต้องการถ่วงเวลา
“ยังเหมือนเดิมเลยไหมครับ — ลาเต้ไม่หวาน” เขาถามเพื่อหาความแน่ใจ
“ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ ไม่สบตา แล้วเสียงชงกาแฟก็กลายเป็นเสียงเดียวที่ดังในร้านช่วงหัวค่ำ
ลูกค้าเบาบาง รัฐห์เดินมาเสริฟ์กาแฟให้และนั่งลงตรงข้ามโดยไม่ได้ขออนุญาต สองคนนิ่งเงียบกันอีกรอบก่อนที่รัฐห์จะเอ่ยขึ้นว่า “อยู่คนเดียวอีกแล้ว…”
เมษายิ้มบาง ๆ ที่มุมปาก “อยู่คนเดียวมานานแล้วค่ะ ชินแล้ว”
“จริง ๆ ผมก็ไม่ได้ต่าง…” มือที่ถือถ้วยกาแฟของเขากระชับแน่นขึ้นนิดหน่อย
ช่วงบ่ายของวันถัดมา เมษากลับมาที่ร้านอีกครั้ง คราวนี้รัฐห์ชวนเธอคุยนานกว่าทุกที “ทำงานดูยุ่งตลอดเลยนะครับ”
เมษาหัวเราะบางเบา “คนไม่มีที่ให้กลับบ้านจริง ๆ ก็ต้องพยายามสร้างที่ของตัวเองใช่ไหมคะ”
รัฐห์นิ่งไปครู่หนึ่ง “ผมก็เข้าใจ…เมื่อก่อนผมเหมือนไม่มีที่ไหนเป็นของตัวเองเลย…อาจจะเพราะผมเคยเดินผิด”
เธอเหลือบมองอย่างแปลกใจ “เดินผิด?”
“เคยเลือกทางผิดครับ…เลยเสียสิ่งสำคัญไปมาก”
เมษานิ่งเงียบเหมือนไม่อยากรื้อฟื้น
ฤดูร้อนเปลี่ยนเป็นเย็นอับชื้น ฝนแรกที่โปรยปรายในค่ำวันหนึ่งทำให้ร้านเงียบกว่าปกติ รัฐห์ยื่นร่มให้เมษาตอนจะกลับบ้าน เธอจ้องร่มเหมือนจะปฏิเสธอยู่ชั่วครู่
“ขอบคุณนะคะ” เธอรับร่มก่อนก้าวออกไปอย่างลังเล
…
ในวันฝนพรำถัดมา เมษาแวะเข้าร้านอีกครั้ง รัฐห์สะดุดตามองท่าทีของเธอที่ดูอ่อนล้า
“คุณโอเคไหมครับ?”
เธอนิ่งไปชั่วขณะก่อนตอบคล้ายถอนหายใจ “ฉันนอนไม่ค่อยหลับช่วงนี้”
เขาพยายามถามไถ่ “เรื่องงานหรือเรื่องใจครับ?”
เมษายิ้มขม “บางทีมันแยกกันไม่ได้หรอกค่ะ”
มือของรัฐห์เองก็สั่นน้อย ๆ ขณะวางแก้วกาแฟให้เธอ
เย็นวันหนึ่ง มีกลุ่มลูกค้าหนุ่มสาวเข้ามานั่งหัวเราะกัน เจาะจงเดินมาทักเมษา “นั่นไง ๆ! เมษา เธอยังอยู่แถวนี้เหรอเนี่ย!”
เสียงพวกนั้นทำให้ใบหน้าของเมษาเปลี่ยนไป เธอผงะเล็กน้อยแล้วปั้นหน้ายิ้มจาง ๆ “ค่ะ…แวะมาเรื่อย ๆ”
รัฐห์ประหลาดใจกับท่าทีเธอ เห็นใครคนหนึ่งในกลุ่มกระซิบกับอีกคนอย่างลังเล
หลังจากเพื่อนกลุ่มนั้นออกไป รัฐห์เสิร์ฟเค้กให้เมษาโดยไม่ได้รับออร์เดอร์ “วันนี้คุณดูฝืนยิ้ม”
เมษาแตะแก้วกาแฟ “เอาจริง ๆ ฉันไม่ค่อยอยากเจอใครเก่า ๆ สักเท่าไหร่ค่ะ”
รัฐห์พยักหน้า “ผมเองก็เหมือนกัน…”
เธอหันไปมองหน้าเขาตรง ๆ เป็นครั้งแรก “ถ้าเลือกได้ คุณจะกลับไปแก้อะไรกับอดีตไหม?”
เขาเงียบไปนานก่อนตอบเสียงเบา “ผมอยากให้อภัยตัวเอง…แต่บางที มันก็ยากเหมือนกัน”
เมษายิ้มจาง ๆ “ฉันเองก็ยังไปไม่ถึงตรงนั้น”
วันถัดมา ทั้งคู่เริ่มคุยกันมากขึ้น เรียบง่ายแต่จริงใจ รัฐห์เล่าเรื่องตกงานกับการล้มเหลวในอดีต เมษาเล่าถึงความสัมพันธ์ครอบครัวที่พัง เธอเคยตัดสินใจหนีออกจากบ้านไปต่างจังหวัดหวังเริ่มต้นใหม่แต่ต้องผิดหวัง พบแต่ความเหงาและการรอคอยอะไรบางอย่างโดยไม่รู้ว่าคืออะไร
“ความเงียบในหัวฉันมันดังมากกว่าที่ใครคิดนะคะ”
“แล้วตอนนี้รู้สึกเงียบอยู่ไหม?”
เธอลังเล “บางทีก็ไม่ได้เหงา เพราะอย่างน้อยก็มีคนคอยถามว่าวันนี้ผ่านมายังไงบ้าง”
รัฐห์ยิ้มบาง ๆ “ดีใจที่ยังอยากเล่าให้ผมฟัง”
วันหนึ่งขณะร้านปิด รัฐห์เสนอให้ช่วยเมษาย้ายของเล็กน้อย เธอลังเลเขิน ๆ แต่ก็ยอมปล่อยให้เขาช่วย เมื่อกล่องใบนั้นถูกเปิด เศษภาพถ่ายเก่า ๆ หล่นออกมาพร้อมจดหมายลายมือสั่นไหวของเมษาในวัยเด็ก
“ไม่ต้องดูหรอกค่ะ มันเป็นอดีตที่ไม่สวยเท่าไร”
รัฐห์เงียบไป มีเพียงรอยยิ้มอึดอัด เขาตัดสินใจไม่ถามต่อ
ค่ำนั้น ขณะลมฝนพัดกรูเข้าร้าน รัฐห์ยื่นแจ็คเก็ตให้เมษาอีกครั้ง “ใส่ไหม เดี๋ยวไม่สบาย”
เมษาชะงักก่อนรับมา สบตาเจือแววขอบคุณ
ช่วงนี้ทั้งสองผูกพันกันมากขึ้น เมษาแกล้งหยิบกาแฟลูกค้าผิดแล้วโดนรัฐห์แซว “ไม่ใส่ใจเลยนะวันนี้”
เมษาหัวเราะ “แค่…ใจลอย”
“ลอยไปถึงไหนเหรอ”
เธอหลบสายตา “ก็…แถว ๆ ร้านนี่แหละ”
ค่ำหนึ่งหลังร้านปิด รัฐห์พูดขึ้นเบา ๆ “ถ้าคุณอยากอยู่เงียบ ๆ ผมก็อยู่เป็นเพื่อนได้”
เมษาพยักหน้าตอบรับ
หลายวันต่อมา เมษาหายไปไม่เข้าร้าน รัฐห์เริ่มกระวนกระวาย วนเวียนดูโทรศัพท์ทั้งวันแต่ไม่กล้าทักหา
สามวันหลังจากนั้น เมษาโผล่มาด้วยสีหน้าซีดเซียว
“คุณหายไป…” รัฐห์เอ่ยเสียงเบา
“ขอโทษค่ะ มีเรื่องกับแม่อีกแล้ว”
เขาถามด้วยเสียงที่อ่อนโยนขึ้น “ทะเลาะกันหนักเหรอครับ”
“เหมือนทุกทีค่ะ แค่ครั้งนี้ฉันตัดสินใจกลับไปบ้าน… แต่ก็จบเหมือนเดิม”
ทั้งสองแลกเปลี่ยนเรื่องครอบครัว เกือบจะรู้สึกใกล้กัน แต่เมษาดูปิดตัวลงอีกครั้ง
เช้าวันหนึ่ง เมษาโทรหา รัฐห์ลังเลก่อนรับสาย “คุณว่างไหมคะ…”
“ผมว่างมาก มีอะไรรึเปล่า?”
เธอขอให้เขาไปเดินเล่นด้วย รัฐห์รีบหยิบแจ็คเก็ตขับรถออกจากร้านไปยังสวนสาธารณะ เมษานั่งรอที่ม้านั่งใต้ต้นคูนที่เพิ่งผลิบาน
“ถ้าเราเกิดมาครอบครัวปกติ ชีวิตจะเป็นไงนะ”
รัฐห์เงียบไปนาน “ผมคิดเรื่องนี้มาเป็นร้อยรอบ…แต่สุดท้ายเราก็ต้องอยู่กับสิ่งที่เลือกเอง”
เธอมองหน้าเขา “คุณเสียใจกับอดีตไหม”
รัฐห์ถอนหายใจ “เสียดายเวลาที่ปล่อยให้ตัวเองโกรธทุกอย่าง…”
เมษาโพล่งขึ้น “ฉันก็เคยทำตัวแย่มาก ๆ กับแม่…”
รัฐห์นั่งนิ่ง พลางเอื้อมมือวางมือบนมือเธอ แผ่วเบา เธอดึงกลับแต่ไม่ทัน
ทั้งสองเงียบอีกครั้ง ท่ามกลางลมเย็นและกลีบดอกสีเหลืองที่ปลิวลงพื้น
หลังจากนั้น ความสัมพันธ์เริ่มแปลกไป ต่างคนต่างเว้นระยะห่างมากขึ้น เมษาไม่ค่อยเข้าร้าน รัฐห์ดูเหม่อและทำงานไม่เต็มที่
ถึงวันหนึ่ง เมษาทิ้งจดหมายซองหนึ่งไว้ที่ร้านในคืนฝนตก รัฐห์กลับมาเก็บเจอ เปิดอ่านด้วยมือสั่น
“ฉันเคยกลัวการเริ่มใหม่…แต่วันนี้กลัวการอยู่คนเดียวมากกว่านั่งเฝ้าอดีต…ถ้าวันหนึ่งกล้ายกโทษให้กันเองเมื่อใด อาจจะพบกันใหม่”
รัฐห์นิ่งอยู่นาน ทบทวนอดีตของตัวเอง น้ำตาซึมรินขอบตา เทียนไขร้านส่องแสงสลัวๆ
เวลาผ่านไปหลายสัปดาห์ เขาเริ่มกลับมาดูแลร้านอย่างตั้งใจ รับฟังลูกค้าอย่างจริงจัง เข้าใจหัวใจตัวเองมากขึ้นทีละน้อย
วันหนึ่ง เมษากลับมาในชุดใหม่ สีหน้ายิ้มละมุน เธอเปิดประตูเข้ามาแล้วหยุดหน้าบาร์ รัฐห์ที่กำลังชงกาแฟชะงักไปเล็กน้อย
ความเงียบปกคลุมอีกรอบ เธอพูดเบา ๆ “ขอกาแฟแก้วเดิมค่ะ”
รัฐห์ยิ้มขึ้นพลางรับออร์เดอร์ “ลาเต้ไม่หวาน…ใช่ไหม”
ทุกอย่างเหมือนเดิม แต่แววตาทั้งสองเปลี่ยนไป เมษาลังเล หยิบจดหมายที่พับไว้มาวางบนเคาน์เตอร์
“เคยคิดว่าถ้าให้อภัยกันไม่ได้…คงไม่มีวันเริ่มใหม่”
เขาเอื้อมมือแตะจดหมายนั้น พลางยิ้มเศร้า “แต่บางอย่างไม่จำเป็นต้องเริ่มใหม่…แค่เดินต่อได้ก็พอ”
ทั้งสองมองตากันนาน …จนในที่สุด เมษายิ้มละมุน ดวงตาส่องประกายมั่นใจ เธอตอบเบา ๆ “งั้นช่วยเดินไปด้วยกันนะคะ”
เสียงดนตรีในร้านเบาตามเดิม แต่ความอึดอัดหล่นหายไป เหลือเพียงรอยยิ้มอุ่น ๆ ของสองคนที่ก้าวข้ามรอยอดีต ถึงจะไม่ได้จูบหรือสัญญาอะไร แต่ความเข้าใจใหม่นี้คือการเริ่มต้นที่แท้จริง — สำหรับทั้งคู่…ในฤดูเมษายน