ทางเดินสุดท้ายในหอเก่า
เสียงร้องแผ่วเบาดุจสายลมหลงทางในทางเดินแคบของหอพักหญิงเก่า อาคารไม้สามชั้นที่ใครๆ เรียกว่าหอหลังเก่า ตั้งตระหง่านอยู่ข้างป่ารกและสระน้ำที่มีต้นกกขึ้นแน่น ดึกสงัดคืนหนึ่ง เมย์ นิสิตปีสาม นั่งอยู่ในห้องอ่านหนังสือรวมกับเพื่อนอีกสามคน—เอม อร และจูน—เงียบงันไร้เสียงหัวเราะเหมือนทุกคืน อากาศเย็นเฉียบแทรกผ่านหน้าต่างไม้ที่ปิดไม่สนิท
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“แกว่า…เสียงอะไรเมื่อกี้?” เอมกระซิบรอดไรฟัน ดวงตาเบิกโพลงมองข้ามไหล่ไปทางบันได
ไม่มีใครตอบ ต่างคนต่างนิ่ง อรกลืนน้ำลายแล้วลุกขึ้นไปปิดไฟห้องอ่านหนังสือ ท่ามกลางความเงียบงันที่แผ่ซ่านจนได้ยินเสียงหัวใจของตัวเอง
ทันใดนั้น มือถือของจูนสั่น เมย์เหลือบมองจอ—ข้อความจากรุ่นน้องปีหนึ่งชื่อเกด “พี่เมย์…ช่วยด้วย อยู่ห้อง 305”
“305…ไม่มีใครอยู่ห้องนั้น มันล็อกไว้ตั้งแต่ปีที่แล้ว” เมย์พูดเสียงสั่น อรกับเอมเดินมามุงดูหน้าจอ ทุกคนรับรู้ถึงลมหายใจของกันและกัน
“เราต้องไปดูสิ” จูนตัดสินใจลุกขึ้นก่อน ทุกคนเดินออกจากห้องอ่านหนังสือไปสู่บันไดไม้ ทางเดินยาวว่างเปล่า แสงไฟกระพริบราวกับจะดับลงเมื่อลมเย็นพัดผ่าน
เสียงรองเท้ากระทบไม้ดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเดินมาถึงชั้นสาม หน้าห้อง 305 ไฟตรงทางเดินกะพริบแรง เมย์ลังเล มือสั่น “ปกติไม่มีใครกล้าเดินถึงตรงนี้เลยตอนดึก…”
อรเอื้อมมือไปจับลูกบิด มันเย็นเฉียบและหมุนไม่ได้ ประตูล็อกสนิท ในขณะที่ทุกคนกำลังจะหันหลังกลับ เสียงฝีเท้าเบาๆ ดังขึ้นข้างหลัง ทุกคนหยุดนิ่ง
เสียงนั้นค่อยๆ หายไปในความเงียบ ทุกคนมองหน้ากันอย่างหวาดระแวง ความกลัวค่อยๆ ซึมลึกเมื่อต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่แน่ใจว่ามีจริงหรือไม่
“แก…ได้กลิ่นอะไรไหม เหมือนกลิ่นเปรี้ยวๆ” เอมพูดเบาๆ อรมองนาฬิกา “ตีสองกว่าแล้ว กลับห้องกันก่อนมั้ย เดี๋ยวเช้าค่อยไปถามแม่บ้านเรื่องกุญแจ”
ทุกคนตัดสินใจเดินกลับห้องอย่างช้าๆ แต่เมย์ได้ยินเสียงเหมือนคนกระซิบชื่อเธอเบาๆ จากด้านหลัง หันกลับไปก็พบเพียงทางเดินว่างเปล่าและแสงไฟสลัว จูนเดินประกบมาติดๆ “พี่เมย์ ได้ยินเหมือนกันใช่ไหม”
คืนนั้นไม่มีใครนอนหลับสนิท เสียงกุกกักและเสียงของลมที่ลอดเข้ามาทางหน้าต่าง สร้างความรู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
เช้าวันถัดมา เมย์รีบออกไปตามหาแม่บ้าน ชื่อป้ารื่น ป้ารื่นยืนรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าหอ “ห้อง 305 น่ะหนู ล็อกไว้นานแล้ว ไม่มีใครกล้าเข้า ป้าไม่มีลูกกุญแจด้วยซ้ำ”
เมย์นิ่งคิดอยู่พักใหญ่ เอมเดินมาตาม “เมื่อคืนได้ข้อความจากเกดอีกว่า ‘อย่าเปิดประตูนะ’” เอมยื่นมือถือให้ดู ทุกคนเริ่มหวาดระแวงกันเอง
วันนั้นทั้งวันไม่มีใครเจอเกด ไม่ว่าโทรหาเท่าไร เกดก็ไม่ตอบไลน์ กลุ่มเพื่อนเริ่มถกเถียง “หรือเกดแค่แกล้งเรา?” จูนถามเสียงเบา แต่ไม่มีใครตอบ ตลอดวันพวกเธอรู้สึกเหมือนถูกจับตามองจากที่ไหนสักแห่งในหอ
คืนต่อมา เมย์ฝันเห็นตัวเองเดินขึ้นบันไดไปที่ห้อง 305 แต่ประตูเปิดอยู่ มีแสงสลัวและเสียงร้องไห้ดังแว่วมา เธอสะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงเคาะประตูห้องตัวเองในโลกจริง
เอมยืนอยู่หน้าห้อง “มีใครไปเปิดไฟชั้นสามเมื่อคืนนี้ป่าว” อรเดินมาตาม “เมื่อกี้เราได้ยินเสียงเหมือนคนลากของอยู่ชั้นบนด้วย”
ทุกคนรวมตัวกันหน้าห้องอ่านหนังสืออีกครั้ง เสียงลมพัดหน้าต่างกระทบกันเบาๆ “เราต้องขึ้นไปดูอีกไหม” จูนถามเสียงสั่น
แต่คราวนี้ไม่มีใครกล้าขึ้นไป ทุกคนได้แต่เงียบ อรจับแขนเมย์แน่น เมย์รู้สึกถึงความเย็นเยียบแปลกๆ ที่แขน
คืนนั้นเมย์นอนไม่หลับ เธอได้ยินเสียงน้ำหยดจากห้องน้ำรวม เดินไปดูก็พบว่าไม่มีใครอยู่ แต่มีกระดาษแผ่นหนึ่งตกอยู่บนพื้น เขียนด้วยลายมือสั่นๆ ว่า “อย่าเข้าไปในห้องนั้น”
เมย์รีบเก็บกระดาษไว้ เอากลับมาให้เพื่อนดู เอมจับกระดาษมือสั่น “ใครเอามาวาง ตลกแล้วนะ” ทุกคนเงียบ ไม่มีใครกล้าตอบว่าทำ
หลายวันผ่านไป เกดยังไม่ปรากฏตัว เพื่อนร่วมห้องของเกดบอกว่าเกดหายตัวไปตั้งแต่ตีสองคืนนั้น “เหมือนเดินออกจากห้องไปแล้วก็ไม่กลับมา”
จูนเริ่มหวาดกลัว “ถ้าเรากำลังถูกหลอก หรือมีอะไรในห้อง 305 จริงๆ ล่ะ”
อรพยายามรักษาบรรยากาศให้ปกติ “บางทีอาจจะเป็นเรื่องบังเอิญก็ได้ เกดอาจจะกลับบ้าน” แต่ไม่มีความมั่นใจในน้ำเสียงนั้น
คืนวันศุกร์ เมย์ตัดสินใจเดินขึ้นไปชั้นสามคนเดียว เธอถือไฟฉายมือถือ ส่องทางเดินยามดึกที่เงียบงัน เงาตัวเองยาวเหยียดไปตามแสงไฟ เธอหยุดยืนหน้าห้อง 305 อีกครั้ง
เสียงลมหายใจของตัวเองกระชั้นขึ้น มือแตะบานประตู มีเสียงเคาะแผ่วเบาจากด้านใน ประตูยังคงล็อก เมย์กลั้นใจฟัง เสียงข้างในคล้ายกับเสียงร้องไห้ และเสียงกระซิบชื่อเธอ
เมย์รีบวิ่งกลับลงมา เจอเอมยืนรออยู่ด้านล่าง เอมพูดเบาๆ “มีบางอย่างไม่ถูกต้อง…เราไม่ควรไปยุ่งกับห้องนั้นอีก”
แต่ในคืนนั้นเอง ทุกคนในกลุ่มได้รับข้อความเหมือนกัน “ช่วยด้วย อยู่ห้อง 305” จากเบอร์ของเกด แต่เมื่อโทรกลับไปไม่มีใครรับ
รุ่งเช้า มีข่าวว่านักศึกษาหญิงอีกคนหายตัวไป เมย์กับเพื่อนๆ จึงรวมตัวคุยกันในห้องอ่านหนังสือ
“มันต้องมีอะไรในห้องนั้นแน่ๆ เราต้องเข้าไปดู” เมย์ยืนกราน เอมกับอรลังเล ส่วนจูนไม่เอาด้วยแต่สุดท้ายก็ยอมตาม
ทุกคนหารือกันว่าจะหาทางเข้าไปในห้องให้ได้ จูนเสนอ “ลองถามป้าแม่บ้านอีกที หรือปีนหน้าต่างจากด้านนอก”
ช่วงบ่าย เมย์เดินอ้อมไปหลังหอ เห็นหน้าต่างห้อง 305 เปิดแง้มออกนิดเดียว เธอรู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองมาจากในห้องนั้น
เย็นวันนั้น พวกเธอพยายามปีนขึ้นไปแต่หน้าต่างแน่นหนาเกินไป ทันใดนั้น เอมเหลือบไปเห็นเงาดำวูบหนึ่งผ่านบนชั้นสาม ทุกคนหยุดนิ่ง
ตกกลางคืน มีเสียงลากของหนักๆ ดังมาจากชั้นสามอีกครั้ง อรกลั้นน้ำตาไม่อยู่ “ฉันไม่ไหวแล้ว” เธอสะอื้นเบาๆ เมย์ดึงอรเข้ามากอด
จูนพูดออกมาเสียงแผ่ว “พรุ่งนี้เราไปแจ้งตำรวจไหม?”
“ยัง—เราต้องรู้ก่อนว่ามันเกิดอะไรขึ้น” เมย์ยืนยัน เธอรู้สึกว่าทุกคนในกลุ่มเริ่มหวาดระแวงกันเอง
รุ่งเช้าตำรวจมาตรวจสอบหอพัก แต่ไม่พบร่องรอยผิดปกติ ไม่มีใครกล้าเปิดห้อง 305 ตำรวจพูดเพียง “เดี๋ยวจะดำเนินการตามขั้นตอน” แล้วก็เดินจากไป ทิ้งความอึดอัดไว้ในอากาศ
คืนนั้น เมย์ฝันอีกครั้งว่าได้ยินเสียงเกดเรียก เธอตื่นขึ้นกลางดึก มองไปนอกหน้าต่าง เห็นไฟชั้นสามเปิดอยู่ ทั้งที่ไม่มีใครขึ้นไป
ทั้งหมดตัดสินใจรวมตัวขึ้นไปชั้นสามพร้อมกันในคืนถัดมา ทุกคนถือไฟฉายและเตรียมใจกันเต็มที่ จูนมือสั่นสะท้าน “ถ้าเกิดอะไรขึ้น…อย่าทิ้งฉันนะ”
เมย์เดินนำหน้า ทุกคนตามไปถึงหน้าห้อง 305 เอมหยิบกุญแจผีที่แอบยืมจากป้าแม่บ้านมาลองไข เสียงแก๊ก…ประตูเปิดออกช้าๆ
ภายในห้องมืดสนิท เย็นเฉียบและมีกลิ่นเปรี้ยวแรงขึ้นเรื่อยๆ ทุกคนเดินเข้าไป แสงไฟฉายส่องไปเห็นรอยขีดเขียนเต็มผนัง เป็นข้อความซ้ำๆ ว่า “อย่าเข้า อย่าเปิด”
บนพื้นมีสมุดบันทึกเล่มหนึ่ง เมย์หยิบขึ้นมาเปิดอ่าน ในหน้าสุดท้ายมีข้อความเขียนด้วยลายมือสั่นเครือ “ขอให้ช่วยฉันด้วย ฉันติดอยู่ในนี้ คำสาปจะไม่จบจนกว่าคนสุดท้ายจะออกไป”
ทันใดนั้นประตูกระแทกปิดดังปัง ทุกคนสะดุ้งตกใจ ห้องทั้งห้องเยือกเย็นผิดปกติ เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้นรอบตัว “อยู่ด้วยกัน…อย่าทิ้งฉัน…”
แสงไฟฉายริบหรี่ลง ทุกคนเกาะกลุ่มกันแน่น เอมร้องไห้โฮ “เราจะออกไปยังไง”
เสียงหนึ่งแทรกเข้ามาในหัวเมย์ “ต้องมีใครอยู่แทน” เมย์ตัวสั่น “เราต้องเลือก…”
จูนเริ่มสติแตก “นี่มันอะไรกัน” อรประคองจูนไว้ จู่ๆ สมุดบันทึกก็เปิดเองไปหน้าที่มีรอยขีดข่วนลึกเป็นรอยนิ้วมือ
ประตูห้องเปิดวูบออก ทุกคนรีบวิ่งออกมาได้ทัน เหลียวกลับไปเห็นเงาดำรูปร่างคล้ายหญิงสาวยืนอยู่ในห้องนั้น ก่อนไฟทั้งชั้นจะดับวูบ
คืนนั้นไม่มีใครกล้านอน ทุกคนต่างหวาดผวาและระแวงกันว่า ใครกันแน่ที่อาจเป็นคนต่อไป
วันถัดมา เมย์กลับไปหาแม่บ้าน ป้ารื่นเล่าให้ฟังเสียงเบา “เมื่อก่อนมีเด็กผู้หญิงหายตัวไปในห้องนั้น คนที่อยู่ในกลุ่มเดียวกันก็ตามหากัน แต่สุดท้ายทุกคนค่อยๆ หายไปทีละคน…”
“แล้วทำไมไม่ปิดห้องทิ้งไปเลย?” เมย์ถาม ป้ารื่นหลบตา “ถ้าปิดจริงๆ มันจะยิ่งตามออกมา”
เมย์ตัดสินใจว่าจะต้องหาทางช่วยเกดให้ได้ เธอกลับขึ้นไปชั้นสามคนเดียวอีกครั้ง คราวนี้ในมือเธอถือสมุดบันทึกเล่มนั้น
เงาในห้องค่อยๆ เคลื่อนเข้ามาหา เสียงกระซิบดังขึ้น “อยู่ด้วยกัน…อย่าทิ้งฉัน…” เมย์ยื่นสมุดบันทึกไปวางตรงกลางห้อง “ถ้าเธออยากให้ใครอยู่แทน ขอให้ปล่อยเกดไป”
ห้องเงียบงัน มวลอากาศเย็นจัด แสงไฟข้างนอกริบหรี่ เงาดำค่อยๆ ละลายหายไปที่มุมห้อง ก่อนจะได้ยินเสียงประตูเปิด ช้าๆ เมย์เดินออกมาจากห้องโดยไม่มีอะไรตามมา
รุ่งเช้า เมย์พบว่าเกดกลับมาอยู่ที่ห้องเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ในแววตาเกดเต็มไปด้วยความกลัวและว่างเปล่า
กลุ่มเพื่อนเริ่มห่างเหินกัน ไม่มีใครพูดถึงห้อง 305 อีกเลย แต่ในคืนหนึ่ง เมย์ได้ยินเสียงกระซิบจากปลายเตียง “มาอยู่ด้วยกัน…อย่าทิ้งฉัน…”
เรื่องราวของห้อง 305 กลายเป็นตำนานเงียบในหอพักหญิงเก่า ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้อีกเลย แต่เสียงกระซิบในความเงียบยังคงวนเวียนอยู่เสมอ