จังหวะสุดท้ายแห่งหิมะ (Last Dance in the Snow)
เสียงรถประจำทางดังสั่นในบรรยากาศเย็นยะเยือก อลิสก้าวลงเท้าข้างหนึ่งแตะพื้นหิมะ เมืองริมเขารกร้างโอบล้อมด้วยผนังหิมะสูงตระหง่าน เสียงข้าวของหนักสองใบกระทบกัน เธอสูดลมหายใจลึก ไม่ยอมให้ใครเห็นริมฝีปากสั่นระริกจากความตื่นกลัวในอก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ประตูหอพักสีหม่น ๆ เปิดอ้าโดยไม่ต้องเคาะ เสียงหัวเราะพลันหยุดเมื่อเธอเดินเข้าไป ทุกสายตาหันมามอง แต่ไม่มีใครส่งยิ้มทัก อลิสฝืนยิ้มเล็กน้อย เหลียวซ้ายขวา เห็นโต๊ะไม้เก่า โทรทัศน์จากยุคเก่า และกระดานปาเป้าข้างฝาผนัง เธอเดินไปหย่อนกระเป๋าในห้องเล็กชั้นสอง หน้าต่างโดนหิมะปกคลุมเกือบทั้งบาน
เสียงฝีเท้าตามมาติด ๆ เป็นยุน เพื่อนร่วมห้องสาวที่ลืมตาโต ยิ้มเหงา ๆ ยุนเอ่ยเสียงเบา “ไม่มีอะไรน่ากลัวหรอก ห้องนี้ก็อยู่แบบนี้มาเรื่อย” อลิสตอบโดยไม่สบตา “ขอบคุณที่บอก” หญิงสาวทั้งสองนั่งเงียบ รอยยิ้มของยุนแฝงความเหนื่อยล้าแต่ก็อบอุ่นอยู่เล็ก ๆ
แสงไฟดวงเล็กส่องกระทบกำแพงห้องนั่งเล่น ตอนเย็นอลิสถูกชวนไปทานข้าวกลุ่มใหญ่ เจย์ หนุ่มผมสั้นพูดเร็ว รัวคำถามเหมือนกลัวความเงียบ “อลิสมาจากไหนอะ จริง ๆ บ้านร้อนหรือเปล่า? อยู่กับใคร?” อลิสมองจานข้าว น้ำเสียงแข็ง “ก็มาจากหมู่บ้านข้างล่าง แม่ป่วย กลับบ้านบ้างไม่ได้” เสียงในห้องเงียบไปชั่วครู่ ยุนมองเธอด้วยแววตาสงสารแตะเบา ๆ ที่มือ
ไซมอน หนุ่มแก้มตอบที่ชอบจ้องหน้าคนอื่น เริ่มพูดแซะเรื่องอากาศแปลกประหลาด “นายเห็นไหม แสงไฟในป่าเมื่อคืน? เห็นว่ามีคนหายไปเมื่อปีก่อนด้วย” เจย์ขำกลบเกลื่อน “มีแต่เด็กหลงเอง ใครจะไปเดินในหิมะกลางคืนวะ ไร้สาระ!” อลิสเคลื่อนสายตาหลีกหนีคำถาม เธอไม่ชอบความสนใจนี้
บรรยากาศในหอพักอึมครึมมากขึ้นเมื่อกลางคืนมาเยือน ประตูทุกบานถูกล็อกจากข้างใน ใครบางคนเดินไปดู เงาในโถงยาวสะท้อนประกายตื่นตระหนก ยุนมากระซิบข้างหู “ถ้าได้ยินเสียงขูดหน้าประตู อย่าเปิดเด็ดขาด” อลิสชะงัก ขนลุกชั่ววูบ “พูดแบบนี้ทำไม” “แค่เตือนนะ” ยุนหลบตา
คืนนั้นพายุหิมะกระหน่ำ อลิสตื่นกลางดึกเพราะเสียงฝีเท้าและเสียงเหมือนอะไรขูดเบา ๆ ริมประตู เธอกลั้นใจมองที่ร่องประตู เห็นแสงจาง ๆ กับรอยเท้าคนเดียวจางหายไปในความมืด ตอนเช้าไซมอนไม่ออกมาทานข้าว ไม่มีใครเจอเขา ห้องของเขาเปิดทิ้งไว้ หน้าต่างเปิดกว้างรับลมเย็นจัด รอยเท้าในหิมะมุ่งหน้าเข้าป่า
วุ่นวายทั้งหอพัก เจย์พูดเสียงดัง “เขาต้องหนีออกไปเอง ไม่มีใครจับตัวเขาหรอก!” ยุนดูวิตกมากกว่าใคร เธอจับแขนอลิสแน่น “เมื่อคืนเธอเห็นอะไรบ้างรึเปล่า?” อลิสเลือกจะเงียบ เคลื่อนมือไปกุมสายรัดข้อมือแน่นเพราะกลัวเผยใจ เธอไม่กล้าบอกว่าเห็นอะไรที่หน้าประตู
กลุ่มเพื่อนที่เหลือประชุมกันในห้องนั่งเล่น เจย์กับพลอย – หญิงสาวเสียงดัง รักความยุติธรรม แต่จิตใจเปราะบาง – เถียงกันว่าจะออกไปตามหาไซมอนดีไหม “แล้วถ้าข้างนอกอันตรายล่ะ? ถ้ามันไม่ใช่อุบัติเหตุจริง ๆ?” พลอยเสียงสั่นแต่ดื้อ “เราทิ้งเพื่อนไม่ได้!”
อลิสเข้าไปในห้องของไซมอน ลิ้นชักโต๊ะมีสมุดบันทึกเก่า ๆ เปิดดูแล้วพบข้อความประหลาด “ถ้าใครเจอนี่ อย่าไว้ใจเงาในความฝัน” อลิสขนลุก พยายามเก็บสมุดนั้นแต่เจย์ตามมาเห็น เจย์หรี่ตา “ซ่อนอะไรอะ?” อลิสส่ายหัวปฏิเสธ แต่เจย์ไม่เชื่อ “ถ้าซ่อน มีแต่เรื่องแย่ ๆ เกิดขึ้นนะอลิส”
พลอยนั่งกอดเข่าอยู่ริมหน้าต่าง พูดเสียงกลัว “เมื่อคืน… ฉันฝันแปลก ๆ เห็นไซมอน เรียกฉันในหิมะ แต่เขาไม่มีตาเลยนะ” ทุกคนเงียบ เจย์ทำท่าขำกลบเกลื่อนแต่ไม่มีรอยยิ้ม
ช่วงบ่ายทุกคนช่วยกันค้นหาไซมอนรอบ ๆ หอพัก พลอยร้องไห้เมื่อเจอกระเป๋าสีเทาเปื้อนเลือดคราบเกาะเป็นเศษหิมะ ยุนเริ่มกระซิบกับอลิสบ่อยขึ้น “ที่นี่มีบางอย่างผิดปกติ เราต้องช่วยกัน ไม่งั้น…” อลิสพยักหน้า แม้ในใจยังลังเลและยังสับสนกับอดีตตัวเอง กลัวซ้ำรอยกับความผิดครั้งก่อนที่ปล่อยให้เพื่อนบ้านหายไปแล้วตนไม่กล้าช่วย
กลางคืนอลิสนอนไม่หลับ เสียงเหมือนมีคนกระซิบที่ข้างหู เธอลุกขึ้นเห็นเงาดำเลื่อนไปมาริมขอบหน้าต่าง คำถามในอดีตรุมเร้า เธอกลัวว่าจะต้องซ้ำรอยความผิดพลาดกับเพื่อนใหม่อีกครั้ง เสียงยุนงัวเงียถาม “เธอกลัวเหรอ?” อลิสสะดุ้ง “ก็ไม่รู้… เราจะรอดมั้ย”
พลอยกับเจย์เสียงเถียงกันอีกครั้ง เจย์โทษอลิสที่มักอยู่ใกล้เหตุการณ์ทุกครั้ง ทุกคำพูดของเขาแทงใจดำอลิส “งั้นเธอพูดว่าเห็นอะไรที่หน้าประตูเมื่อคืน ทำไมไม่เรียกพวกเรา?” อลิสกลืนน้ำลาย เธอสั่นตะกุกตะกัก “…ฉันกลัว ฉันเคยช่วยใครไม่ได้มาก่อน” พลอยจับมืออลิสแน่น “ยังทันนะ ถ้าเราไม่ทิ้งกัน”
บรรยากาศเริ่มตึงเครียด ทุกคนไม่เชื่อใจกัน อลิสหวาดระแวงกับทุกเสียงเดิน เงาในโถงมืดราวเก็บงำความลับ แม้แต่ยุนที่ดูอ่อนโยนเริ่มมีสีหน้าแปลก ๆ ในยามค่ำคืน
ยามค่ำคืนฟ้าปิด แสงจันทร์ถูกเมฆบดบัง ทุกคนออกไปตามหาไซมอนรอบป่าพร้อมไฟฉาย เสียงหิมะถูกเหยียบย่ำและลมหายใจหนัก ๆ ของแต่ละคนในความมืด ทุกคนทะเลาะรุนแรงเมื่อเริ่มหลงทิศ เจย์ขว้างไฟฉายบนพื้นอย่างหัวเสีย “อย่าเชื่อเสียงอะไรก็ตาม! ทุกคืนที่มีคนหายไปต้องมีเสียงนี้นำทาง!”
พลอยคุกเข่ากับหิมะน้ำตาไหลพราก “พวกเราทำผิดอะไรถึงต้องเจอแบบนี้?” ยุ่นเงียบ สายตาเธอจับจ้องไปทางหนึ่งเหมือนรู้ความจริงแต่ไม่กล้าพูด เจย์กัดฟัน “ทุกคนเก็บความลับไว้หมดใช่มั้ย ไม่มีใครพูดความจริงเลย!” อลิสก้าวเข้ามาตรงกลาง เสียงสั่นแต่แน่วแน่ “เรากลัวกันทั้งนั้น ต่อให้ใครพูดหรือไม่พูด ไม่ทำให้เราปลอดภัยขึ้นหรอกนะ” ทุกคนเงียบกับคำพูดนี้
กลางพายุหิมะ มีรอยเท้าลึกลับปรากฏ มุ่งสู่กระท่อมร้างในป่า ทุกคนเดินตามรอยเท้าด้วยความตันใจ กระท่อมนี้คือที่ไซมอนเคยนัดใครบางคนไว้อย่างลับ ๆ ภายในเงียบงัน มีกระจกแผ่นหนึ่งและสมุดวาดรูป อลิสพลิกดูสมุด พบแต่ภาพเงาไร้หน้าเต็มไปหมด เจย์ถอนหายใจ “นี่มัน…หมายถึงอะไร?”
ยุนหลุดปากเสียงเบา “เราเคยทิ้งใครไว้ข้างนอกสองปีก่อน…ไซมอนเห็นหมด แล้วเขาก็กลัวจนฝันร้ายจนถึงตอนนี้” อลิสฟัง รู้สึกจุกในใจ เพราะเธอเองก็เคยปล่อยให้ใครบางคนหายไปในอดีต
พลอยพยายามโอบไหล่ยุน “ถ้าเราขอโทษ…ที่จะช่วยใครไม่ได้ทัน เราจะได้รับการให้อภัยมั้ย?” ยุนตาแดงกล่ำ อลิสเอื้อมมือไปกุมมือเพื่อน ๆ “ขอร้องล่ะ ขอแค่เราไม่ทิ้งกัน” ทุกคนกอดคอกันในห้องเล็ก ๆ เสียงสะอื้นเบา ๆ ทำให้บรรยากาศอบอุ่นขึ้น แม้หิมะจะยังตกหนัก
คืนนั้นทุกคนกลับหออย่างเงียบ ๆ คืนนั้นไม่มีเสียงขูด ไม่มีรอยเท้า แต่ก็ไม่มีไซมอนกลับมา พลอยร้องไห้อยู่ในห้องน้ำ เจย์นั่งนิ่งหน้าห้อง ยุนเดินวนไปวนมา อลิสยืนมองออกหน้าต่าง มองดูหิมะขาวสะอาดคลุมทุกอย่างเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น กลัวว่าความผิดซ้ำรอยจะตามหลอนตลอดไป
เมื่อทุกอย่างดูเหมือนนิ่ง ความกลัวเก่ากลับเปลี่ยนเป็นกำลังใจให้ทุกคนดูแลกันดีขึ้น ส่วนอลิสเปิดใจรับมืออดีตและกล่าวขอโทษต่อยุนตรง ๆ ว่า “ฉันเคยทิ้งเพื่อนไว้ข้างหลัง เพราะกลัวความผิดแบบนี้…แต่ขอบคุณที่เธอไม่ทิ้งฉัน” ยุนกอดเธอเบา ๆ น้ำตาไหลด้วยความอุ่นใจ
เช้าวันใหม่ หิมะเริ่มเบาบางลง ดวงอาทิตย์สาดแสงแรกมายังหน้าต่างหอพัก อลิส เจย์ พลอย และยุนเดินออกไปข้างนอกพร้อมกัน ยืนรวมตัวบนลานหิมะขาวสะอาด แต่ละคนจับมือกันแน่น เหม่อมองไปยังภูเขาที่ส่องประกาย ทุกคนต่างสัญญาว่าจะไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายหลงทางกลางหิมะอีกต่อไป แม้เงาอดีตจะยังคงอยู่ในหัวใจ