เสียงเงียบในหอร้าง
สายลมเย็นเฉียบพัดผ่านแมกไม้แน่นทึบในคืนฝนตกแรกของเดือนกรกฎาคม ดินเหนียวเปียกแฉะใต้เท้า “จิน” นักศึกษาสาวปีสามของมหาวิทยาลัยเล็ก ๆ ในจังหวัดเงียบสงบ เดินลากกระเป๋าเข้าสู่หอพักหญิงเก่าแก่หลังหนึ่ง ไฟถนนกระพริบแผ่ว ๆ จนแทบมองไม่เห็นทาง เธอถอนหายใจยาว หัวใจหนักอึ้งเพราะการตัดสินใจอยู่หอพักนี้ในช่วงปิดเทอมใหญ่ หลังครอบครัวมีปัญหาที่บ้านจนต้องหาทางหลีกหนีโลกภายนอก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!หน้าประตูเหล็กสนิมเขรอะ “ฟาง” เพื่อนสนิทจากชมรมวาดรูปที่อาศัยหอนี้มานาน รีบเปิดออกมารับด้วยท่าทางเร่งรีบ ใบหน้าเธอดูซีดเผือดผิดปกติ ฟางพูดเสียงเบา ๆ เหมือนกลัวใครได้ยิน “รีบเข้ามา เดี๋ยวฝนตกหนักอีก” จินมองไปรอบ ๆ เห็นเพียงแสงสลัวในหอและความเงียบที่แปลกเกินไป
ในห้องโถงใหญ่ ทั้งสองลากกระเป๋าเข้าไป ฟางหยิบกุญแจสำรองให้จิน “มีแต่เราสองคนเท่านั้นที่อยู่หอนี้ช่วงนี้…คนอื่นกลับหมดแล้ว” จินขมวดคิ้ว “จริงเหรอ ไม่มีใครเลย?” ฟางพยักหน้า และพึมพำว่า “…อ้อ ยังมี ‘นิด’ จากชั้นสอง กับยายวันแม่บ้านน่ะ แต่ยายวันจะอยู่แค่กลางวัน”
จินเดินขึ้นบันไดไม้ที่ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด หอพักนี้สร้างด้วยไม้แดงทั้งหลัง กลิ่นความเก่าและฝุ่นอบอวล เธอหยุดยืนหน้าห้อง 211 มือสั่นนิดหน่อยขณะไขกุญแจเข้าไป เงามืดในห้องทำให้เธอขนลุกอย่างไร้เหตุผล
ฟางก้าวเข้ามาในห้องด้วย เธอหยิบเทียนไขเล่มเล็ก ๆ ออกมาจุดแทนไฟที่กระพริบ “ไฟที่นี่ชอบดับช่วงฝนตกนะ กลัวไหม?” จินฝืนยิ้ม “ไม่กลัวหรอก แค่…รู้สึกแปลก ๆ” ฟางเหลือบตามองกระจกปลายเตียง “ห้องนี้เคยมีคนอยู่มาก่อน…แต่เขาย้ายออกกะทันหัน” เสียงเงียบแทรกกลางบทสนทนา ก่อนฟางจะเปลี่ยนเรื่อง
กลางดึก จินนอนไม่หลับ เธอได้ยินเสียงเหมือนของบางอย่างขูดกับพื้นไม้จากทางเดินข้างนอก เธอเงี่ยหูฟัง เสียงหยุดไป แล้วก็มีเสียงกระซิบเบา ๆ ดังแว่วมา “…อยู่นั่น…อยู่หรือเปล่า…” จินขยับตัว พลางห่มผ้าขึ้นสูง อากาศเย็นจนขนลุก เธอพยายามบอกตัวเองว่าอาจเป็นเสียงลม
รุ่งเช้า จินตื่นมาด้วยความไม่สดชื่น ฟางกับนิดมาชวนเธอไปทานข้าวที่ห้องครัวรวม ฟางนั่งกินข้าวเงียบ ๆ นิดพูดขึ้นว่า “เมื่อคืนใครเดินอยู่หน้าห้องเราน่ะ ฟังดูเหมือนลากอะไรหนัก ๆ” จินหันไปสบตาฟางซึ่งนิ่งไปชั่วขณะ ฟางตอบเสียงเบา “อาจเป็นยายวัน…หรือไม่ก็…” เธอหยุดพูดกลางคัน นิดถอนหายใจเหนื่อย ๆ “เอาเถอะ…ถ้าได้ยินอีกก็บอกละกันนะ”
จินเดินออกมาหน้าหอพัก มองไปทางสวนหย่อมอันรกทึบ เธอเห็นเงาตะคุ่มของหญิงแก่—ยายวัน กำลังเก็บกวาดใบไม้ ยายวันมองขึ้นมาแล้วยิ้มแปลก ๆ บอกว่า “หอเก่านี่น่ากลัวเนอะ หนูระวังตัวด้วย อย่าเดินออกนอกหอหลังห้าโมงเย็น” จินถามกลับ “ทำไมล่ะคะ?” ยายวันเพียงหัวเราะ ไม่ตอบอะไรแล้วเดินจากไป
คืนนั้นฝนตกหนัก ไฟดับทั้งหอ ฟางเอาเทียนมาแจกให้ทั้งสามคน นิดนั่งตรงมุมห้อง รับเทียนไปอย่างอึดอัด “ถ้าไฟไม่มาตอนตีหนึ่ง ฉันจะย้ายห้องไปกับฟาง” จินหัวเราะแห้ง ๆ “กลัวขนาดนั้นเลยเหรอ?” นิดพูดเสียงแข็ง “ฉันไม่ชอบเสียงกระซิบพวกนั้น…เหมือนมีคนเรียก…เมื่อคืนก็ด้วย” ฟางกลอกตา “เธอคิดมากไปเองมั้ง”
คืนนั้นจินนอนฟังเสียงฝน เสียงไม้ดังกรอบแกรบเป็นจังหวะ เธอได้ยินเสียงกุญแจไขประตูแผ่วเบา ใครบางคนเดินเข้ามาในห้อง เธอลืมตาขึ้นช้า ๆ เงามืดรูปร่างไม่ชัดเจนยืนอยู่ปลายเตียง ลมหายใจเธอขาดช่วง จู่ ๆ เสียงกระซิบแหบพร่า “…ช่วย…ฉัน…” ทำเอาจินขยับตัวไม่ได้ เงานั้นค่อย ๆ เลือนหายไป
รุ่งเช้า ฟางกับนิดมารวมตัวที่ห้องจิน หน้าตาทั้งคู่ซีดเผือด ฟางพูดเสียงสั่น “เมื่อคืน…ฉันก็เห็น…” จินพูดแทรกทันที “เงานั่นใช่ไหม?” นิดกอดอกแน่น เอ่ยเสียงแผ่ว “มันพูดว่า ‘ช่วยฉัน’ เหมือนกันเลย” ทั้งสามต่างนิ่งเงียบ สายตาต่างหวาดระแวง
ระหว่างวัน จินออกไปเดินสำรวจรอบหอ เธอพบห้องเก็บของที่ล็อกสนิท กุญแจสนิมเขรอะ ป้ายหน้าห้องหลุดลุ่ย อ่านได้เพียง “…บันทึก…” เธอสังเกตเห็นรอยขีดข่วนบนประตูไม้ เธอเอื้อมมือสัมผัส รู้สึกเย็นวาบจนไร้เหตุผล
คืนนั้นฝนยังคงตกหนัก นิดหายตัวไปจากห้อง ฟางกับจินตื่นตระหนกออกตามหา เรียกชื่อกันลั่นหอ ห้องของนิดเปิดไฟไว้ แต่ไม่มีใครอยู่ในนั้น โทรศัพท์นิดวางอยู่บนโต๊ะ เสียงกระซิบแผ่ว ๆ ดังมาจากห้องเก็บของท้ายทางเดิน ฟางหน้าซีด “…อย่าไปนะ…” แต่จินหยิบไฟฉายเดินนำไปข้างหน้า
หน้าประตูห้องเก็บของ เสียงในลำคอยังคงแว่ว “ช่วย…ฉัน…” จินมือสั่นหยิบกุญแจจากแม่บ้านมาไขประตูออก กลิ่นอับชื้นปะทะจมูก ข้าวของเก่า ๆ กองระเกะระกะ ท่ามกลางความมืดนั้น เธอเห็นสมุดเล่มเก่าเปรอะเปื้อน จินหยิบขึ้นมาเปิดอ่าน ข้อความในสมุดเขียนด้วยลายมือผู้หญิง “…ฉันโดดเดี่ยว…ไม่มีใครได้ยินเสียงฉัน…ถ้าวันหนึ่งฉันหายไป ขอให้ใครสักคนช่วยฉันด้วย…”
เสียงฝีเท้าดังขึ้นด้านหลัง ฟางกระซิบเสียงกลัว “จิน…กลับไปเถอะ…” แต่จินยังอ่านต่อ “…ฉันถูกขังในห้องนี้…เพราะฉันรู้ความลับของหอ…” ประโยคนั้นจบลงด้วยคราบน้ำตา
ทันใดนั้น เสียงขูดไม้ดังลั่น บานประตูปิดเองอย่างแรง ทั้งสองตกใจร้องลั่น ไฟฉายดับวูบ ความมืดกลืนกินทุกอย่าง มีเพียงเสียงกระซิบซ้อนทับกันนับสิบ เสียงร้องไห้และเสียงขอความช่วยเหลือดังวูบวาบรอบห้อง
จินพยายามจะเปิดประตูแต่ไร้ผล ฟางเริ่มทุบประตูร้องไห้ “ปล่อยเราด้วย!” จินตั้งสติ ดึงสมุดขึ้นมาอ่านอีกครั้ง “…คนที่อยู่ที่นี่ก่อนหน้า ถูกทำให้หายไป…เพราะไม่ยอมปิดปาก…” จินเริ่มเชื่อมโยงเรื่องราว หอพักนี้อาจเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของนักศึกษาหญิงหลายปีก่อน
เสียงเงียบจู่ ๆ กลับกลายเป็นเสียงหัวเราะเย็นยะเยือก จินหันมามองฟาง “…ฟาง เธอ…รู้เรื่องนี้ใช่ไหม?” ฟางชะงัก หลบตา “…ฉัน…ฉันแค่…” เงามืดในห้องขยายใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ เงานั้นคล้ายหญิงสาวผมยาว “อย่า…บอกใคร…” เสียงกระซิบสั่งห้าม ฟางกรีดร้อง จินขยับเข้าไปกอดฟางไว้แน่น ฟางร้องไห้ “ฉันกลัว…ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่…”
ทันใดนั้น ประตูถูกเปิดออกอย่างแรง ยายวันปรากฏตัว เธอคว้าแขนทั้งสองรีบพาออกมา ยายวันพูดเสียงเครียด “อย่ากลับไปที่นั่นอีก หอหลังนี้…ไม่ควรมีใครอยู่!”
ฟางกับจินทรุดลงกับพื้นนอกห้องเก็บของหายใจหอบ ยายวันกระซิบ “คนที่เคยอยู่ที่นี่…ไม่ได้ไปไหน…แต่ยังอยู่ในนี้…เสียงที่ได้ยินน่ะ…เขาเรียกขอให้ใครสักคนช่วย”
จินถือสมุดแน่น เธอเห็นเงาของหญิงสาวปรากฏในกระจกหน้าห้อง “…ขอบใจ…” เสียงกระซิบแว่ว จินสะดุ้ง น้ำตาคลอเบ้า ฟางยื่นมือมากุมมือเธอ ทั้งสองรู้ว่าคำสาปยังไม่จบ
คืนต่อมา ทั้งสองย้ายออกจากหอร้าง ยายวันปิดประตูหอแน่นหนา จินหยุดมองกลับไป เงามืดยังยืนอยู่หน้าต่างห้อง 211 เงียบงัน
ท้ายที่สุด จินเดินจากไปพร้อมกับความกลัวที่ไม่เคยจากไป เสียงกระซิบยังคงตามหลอนในใจเธอ บางความจริง…ไม่ควรถูกเปิดเผย และบางเสียง…จะไม่มีใครได้ยิน นอกจากคนที่กล้าเผชิญกับอดีตของตนเอง