คืนสุดท้ายที่หอพักหมายเลข 17
บรรยากาศในหอพักหมายเลข 17 ค่ำคืนนั้นมีเพียงแสงไฟสีขาวมัวที่ลอดใต้วงขอบประตูเข้ามาในห้องหมายเลขเจ็ด ที่นี่แพรนั่งกุมเข่าอยู่บนเตียงกับโน้ตบุ๊กที่ดับไปแล้ว เธอมองไปรอบห้องอย่างระแวดระวัง ฟังเสียงวิทยุที่ขาด ๆ หาย ๆ จากห้องโถงด้านนอก แพรเต็มไปด้วยความกลัว—และความเหงาที่กัดกินมาตั้งแต่เด็ก เธอยังคงไม่คุ้นกับเมืองใหญ่และความโดดเดี่ยวของการเป็นคนแปลกหน้าในที่ที่ไม่มีใครรู้จักอดีตของเธอ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงประตูห้องดังแผ่ว ต้นเดินเข้ามาเงียบ ๆ วางเป้ผ้าลงบนโต๊ะ คิ้วขมวดคล้ายยับยั้งคำพูดอะไรบางอย่างไว้ แพรเงยหน้ามองอย่างระวัง
“วันนี้เป็นยังไงบ้าง” ต้นถามด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ แฝงความเหนื่อยล้า
แพรพยักหน้านิดหนึ่ง ลังเลก่อนตอบ “ก็…โอเค แต่เหมือนคืนนี้เงียบผิดปกติ ปกติชั้นบนจะเสียงดัง…”
ต้นยิ้มมุมปาก “อาจเพราะทุกคนกลับบ้านกันหมดแล้ว เหลือแต่คนที่ไม่อยากกลับไปแบบเรา”
คำว่า ‘ไม่อยากกลับบ้าน’ ทำให้แพรเผลอมองต้นลึกขึ้น เธอสัมผัสได้ถึงความเศร้าในแววตาของเขา ต่างคนต่างเงียบไปพักใหญ่ กระทั่งเสียงโทรศัพท์ของต้นดังขึ้น เขาหยิบขึ้นมาดู รอยยิ้มจาง ๆ เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว
“ใครโทรมาเหรอ”
ต้นนิ่งอยู่สักพัก ก่อนจะปิดเสียงโทรศัพท์ “แม่…น่ะ” เขาหลบสายตา
แพรดูเหมือนจะเข้าใจ เธอลุกออกไปที่ระเบียง สูดอากาศเสียงจดยามดึก สายลมเย็นทำให้เธอห่อไหล่
ต้นเดินตามออกมา พิงระเบียงไกล ๆ พึมพำว่า “บางที…คนเราก็ต้องอยู่กับความรู้สึกผิดของตัวเองใช่ไหม”
แพรเงียบอยู่นาน ก่อนเอ่ยช้า ๆ “ไม่รู้สิ…ฉันไม่แน่ใจว่ามันให้อภัยได้ไหม…กับสิ่งที่เคยทำผิด”
สายลมพัดผ่าน ใบไม้คนละฟากทางเดินขยับเหมือนเงาคน ดวงจันทร์สูงส่องให้เห็นแผ่นหลังแพรที่สั่นเล็กน้อย
ไฟห้องดับลงกะทันหัน แพรสะดุ้ง ข้างนอกราวกับมีอะไรขยับผ่านหน้าต่างเร็ว ๆ เธอกับต้นรีบเข้าไปในห้อง ไฟสำรองติดริบหรี่เขียวอมฟ้า ทั้งสองมองหน้ากันอย่างหวาดระแวง แววตาต้นกรอกมองรอบห้องคล้ายเห็นเงาบางอย่างผ่านทางกระจกตู้เสื้อผ้า
แพรเอ่ยเสียงเบาหวิว “นาย…เคยรู้สึกเหมือนมีอะไรอยู่ในนี้ไหม”
ต้นยืนนิ่งก่อนหัวเราะเบา ๆ เฝื่อน ๆ “ไม่ต้องกลัวหรอก…ถ้ามี เราคงไม่รอดมาตั้งแต่ปีหนึ่งแล้วล่ะ”
ทั้งคู่ต่างพยายามทำใจไม่สนใจ แต่ความรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องนั้นชัดเจนขึ้นทุกที คืนนี้พิเศษกว่าทุกคืน ความเงียบข้างนอกกลายเป็นแรงกดทับ พวกเขานั่งเงียบ ๆ อยู่ข้างเตียง ฟังเสียงหายใจของกันและกัน
แพรหยิบกล่องไม้เก่าใต้เตียงออกมา เปิดกล่องเผยรูปถ่ายครอบครัวสมัยก่อน รูปหนึ่งของเด็กผู้หญิงกำลังยิ้มอย่างสดใส แพรจ้องรูปอยู่นาน ก่อนพูดเสียงเบา
“ฉันทำพังหมด…ฉันเป็นคนเลือกทิ้งเองนะ”
ต้นหันมามอง มือจับมุมกล่องไม้พลางเอ่ยเบา ๆ “นายคิดว่าการให้อภัยตัวเองมันง่ายไหมแพร”
“ไม่เคยง่าย” แพรตอบ ช่วยดันกล่องกลับใต้เตียง มือสั่น เธอค่อย ๆ เลื่อนตัวมาพิงผนังใกล้ต้นมากขึ้น
จู่ ๆ มีเสียงเคาะจากผนังด้านข้าง ทั้งสองสะดุ้ง เงียบฟังอีกรอบ—มันกลับเงียบลงอีกแต่ความอึดอัดในอากาศยิ่งคมชัด
ต้นสูดลมหายใจ พลันพูดขึ้นช้า ๆ “นายคิดว่า…ในหอพักนี้มันมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่ไหม”
แพรไม่ตอบ เอาแต่มองรอยร้าวบนผนัง เสียงนาฬิกาตึกเก่าใต้ถุนดังขึ้นสองครั้ง ทั้งหอพักเหมือนถูกกลืนโดยความเงียบ ความกลัวค่อย ๆ เจือด้วยความอยากเข้าใจอะไรบางอย่างในตัวเอง
คืนยาวนานไม่ผ่านพ้นง่าย ๆ แพรกับต้นนั่งเฝ้าเงียบ ๆ ด้วยกัน บางครั้งพูดคุยน้อย ๆ เกี่ยวกับอนาคตที่ไม่แน่นอน เพื่อนที่ทิ้งกันไป เรื่องที่อยากลืมแต่ลืมไม่ได้ ต้นสารภาพว่าเขาเคยหนีบ้านเพราะรับกับความกดดันไม่ได้ ก้มหน้ากับฝ่ามือ เสียงสั่น ๆ
แพรเริ่มเล่าถึงพ่อที่ตายไปเมื่อปีก่อน หลังผิดใจกันเรื่องเล็ก ๆ ซึ่งเธอไม่เคยขอโทษเลย นี่คือสิ่งที่ติดค้างยิ่งกว่าผีร้ายในหอพักนี้ ต้นเงียบ ฟังความเจ็บปวดนี้อย่างใส่ใจ
ขณะความเปราะบางถูกเผย เงาดำพลันปรากฏในกระจกตู้เสื้อผ้า ทั้งคู่จ้องมันนิ่งงันชั่วขณะ เสียงหัวใจเต้นแรงกว่าทุกครั้ง
ต้นพูดขึ้นช้า ๆ พลางจิกมือกับขอบเตียง “นายกลัวอะไรที่สุดแพร”
เสียงแพรแหบพร่า “กลัวจะอยู่กับอดีตตลอดไป กลัวไม่มีวันให้อภัยตัวเองได้…แล้วนายล่ะ”
ต้นสูดลมหายใจยาว “กลัวไม่มีใคร…กลัวเป็นคนไร้ตัวตน เสียงทุกอย่างในหอพักนี้มันเหมือนเงาหัวใจฉันเลย”
บทสนทนาแผ่วเบาก่อนสลายเป็นความเงียบ มีเพียงแววตาสองคู่สะท้อนแสงในความมืด ความมืดที่เต็มไปด้วยอดีตซ้อนอยู่
เวลาตีสี่ หน้าต่างเริ่มกรอบแสงอ่อน ๆ ไฟค่อย ๆ กลับมา เสียงนกตัวแรกกรีดร้องกลางความเงียบ คืนข้ามผ่านอย่างอึดอัด
แพรกับต้นต่างหมดแรง ไม่ได้นอน ดวงตาแดงช้ำ ทั้งคู่ช่วยกันเก็บข้าวของช้า ๆ เตรียมจะย้ายออกไปเมื่อปีการศึกษาใหม่เริ่ม
ขณะขนของลงบันไดหอพัก เสียงกระซิบเบา ๆ ดังมาจากชั้นสี่—แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมอง กลับมีเพียงลมหวิว
ต้นหยุดเดิน จับแขนแพรแน่น “ไปกันเถอะ เรามีโอกาสใหม่อยู่ตรงหน้า อย่าติดอยู่กับห้องเก่านี้อีกเลย”
แพรยิ้มจาง ๆ น้ำตาคลอ เธอกวาดตามองหอพักหมายเลข 17 เป็นครั้งสุดท้าย ก่อนเดินออกไปกับต้นอย่างกล้าหาญ แม้หัวใจยังเต็มไปด้วยบาดแผล แต่พวกเขาเลือกที่จะเดินหน้าต่อไป
เสียงประตูหอพักปิดลงช้า ๆ เสียงสะท้อนว่างเปล่าในทางเดินยาว ทิ้งเพียงเงาสองเงาที่เดินออกสู่แสงเช้าข้างนอก ภาพสุดท้าย คือมือทั้งสองประสานกันแน่น บ่งบอกถึงการให้อภัยที่เริ่มต้นขึ้นจริง ๆ ในชีวิต