เสียงจากห้องสุดทางเดิน
เสียงใบไม้เสียดสีเบา ๆ ดังแทรกผ่านหน้าต่างไม้เก่า ๆ ที่มีรอยผุพัง เมื่อรถตู้หยุดนิ่งริมถนนเล็ก ๆ กลางป่า อิงดาวแอบถอนหายใจลึก ๆ มือเธอสั่นน้อย ๆ ขณะลากกระเป๋าเดินลากผ่านประตูรั้วเหล็กที่ขึ้นสนิม ท่ามกลางความเงียบที่กดทับเธอไว้จนหายใจลำบาก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ที่นี่ใช่หอพักที่ว่ามั้ย?” เสียงหญิงสาวอีกคนดังขึ้นข้างหลัง อิงดาวหันไปมอง เห็นดาริน เพื่อนร่วมห้องที่เพิ่งรู้จักกันตอนขึ้นรถมา เธอยิ้มจาง ๆ “ถ้าไม่ใช่ ก็คงไม่มีอะไรน่ากลัวกว่านี้แล้วล่ะ…”
คนดูแลหอพัก—ป้าสายใจ—เดินออกมาจากเงามืดใต้ชายคา ใบหน้าซีด ๆ ของป้าไม่มีรอยยิ้ม “ยินดีต้อนรับนะลูก ห้องของหนูอยู่ชั้นสอง สุดทางเดินนั่นแหละ”
เมื่ออิงดาวเดินผ่านโถงยาวว่างเปล่า เธอสัมผัสได้ถึงกลิ่นอับชื้นกับไอเย็นที่ไม่สมเหตุสมผลเหมือนในป่า เข็มนาฬิกาโบราณบนผนังหยุดนิ่งที่เวลา 01:07 น. เธอเหลือบมองไปยังบันไดไม้ที่ลั่นเอี๊ยดอ๊าด ทุกฝีเท้าของเธอเหมือนถูกติดตามด้วยสายตาที่มองไม่เห็น
ห้อง 209 ของเธออยู่สุดทางเดิน ประตูไม้สีน้ำตาลอ่อนมีรอยขีดข่วนบาง ๆ ใต้มือจับ อิงดาวค่อย ๆ หมุนลูกบิด กลิ่นเก่า ราวกับฝุ่นและเศษซากอดีตเกาะติดทุกผิวเนื้อ เธอวางกระเป๋า สูดลมหายใจลึก ๆ ก่อนจะเปิดหน้าต่างออก แล้วหันไปสำรวจห้อง
ดารินตามเข้ามา วางของเสร็จก็เอนตัวลงบนเตียงอีกฝั่ง “เงียบจังเลยนะ” เธอพูดเบา ๆ สายตาเลื่อนไปทางประตู “ได้ยินเสียงเหมือน…คนกระซิบมั้ย?”
อิงดาวนิ่งไปชั่วขณะ เธอได้ยินเสียงนั้นเช่นกัน—เสียงแผ่ว ๆ ที่เหมือนผ่านมาจากปลายทางเดิน ลมหายใจเธอสั้นลง หัวใจเต้นแรง “คงเป็นเสียงลมมั้ง…” เธอตอบทั้งที่ไม่มั่นใจ
คืนแรกผ่านไปอย่างกระวนกระวาย เสียงกระซิบยังดังมาเป็นระยะ ๆ ทุกครั้งที่อิงดาวข่มตาหลับ ฝันร้ายก็ผุดซ้อนขึ้นมาเป็นภาพเด็กหญิงผมยาวยืนร้องไห้ในเงามืด เธอสะดุ้งตื่นเหงื่อชุ่ม
เช้าวันต่อมา อิงดาวเดินเลียบทางเดินเพื่อหาห้องน้ำ พบสาวร่างท้วมคนหนึ่งนั่งพิงกำแพงอยู่ “เมื่อคืน…ได้ยินเสียงเหมือนกันใช่มั้ย?” เธอถามเสียงเบา
“อืม” อิงดาวพยักหน้า “แต่ไม่กล้าเปิดประตูออกดู”
“อย่าเปิดเลยนะ” สาวคนนั้นยิ้มแปลก ๆ “ชื่อเราว่าภัทรา อยู่ห้อง 207 ถ้ามีอะไรแปลก ๆ อย่าทำเสียงดัง…มันจะรู้”
อิงดาวรู้สึกขนลุกกับคำว่า ‘มัน’ แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ เธอเดินกลับห้องอย่างใจเต้น ดารินนอนคว่ำหน้า ปล่อยผมปิดใบหน้า “เมื่อคืนแกละเมออีกแล้วนะ” ดารินว่า อิงดาวชะงัก “ฝันร้าย…เหมือนเดิม”
“ฝันอะไรอีกล่ะ?” ดารินถามเสียงอ่อนโยน
“เด็กผู้หญิง…ร้องไห้ อยู่ปลายทางเดิน” อิงดาวตอบแผ่วเบา
ความเงียบปกคลุมสองสาวอยู่ครู่หนึ่ง ดารินเหลือบมองหน้าต่าง “ถ้ามันมีอะไรจริง ๆ…แกกล้าสำรวจมั้ย?”
อิงดาวไม่ได้ตอบ เธอเบือนหน้าออกนอกหน้าต่าง เห็นยอดไม้โยกไหวในลม ความรู้สึกแปลกแยกกินพื้นที่หัวใจมากขึ้นทุกที
คืนนั้น อิงดาวนอนฟังเสียงนาฬิกาเก่าเดินช้า ๆ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าเบา ๆ ลากผ่านหน้าห้อง เสียงกระซิบฟังดูใกล้ขึ้น “…ไม่ใช่ที่ของเธอ…”
อิงดาวลุกขึ้นเปิดประตูช้า ๆ ทางเดินว่างเปล่า แต่เหมือนมีเงาเลื่อนผ่านแสงจากปลายทางเดิน เธอรีบปิดประตู กลั้นหายใจอยู่นาน
วันต่อมา ดารินหายไปตลอดวัน โทรศัพท์หาก็ติดต่อไม่ได้ อิงดาวลงไปถามป้าสายใจ “เด็กห้อง 209 ไปไหนแล้วคะ?” ป้ายิ้มเย็นชา “บางที…บางคนก็ไม่เหมาะจะอยู่ที่นี่”
อิงดาวกลับห้อง เจอจดหมายใต้ประตู เป็นลายมือดาริน “ถ้ามีอะไรผิดปกติ อย่าไว้ใจเสียงในห้องสุดทางเดิน”
เธอเดินไปหาภัทรา แต่ห้อง 207 กลับเงียบสนิท ไม่มีใครตอบ อิงดาวลังเลก่อนเดินย้อนกลับทางเดินยาวเหยียด เสียงกระซิบเริ่มดังขึ้น “…เธอจำได้รึยัง…”
อิงดาวเริ่มเห็นภาพซ้อน—เงาเด็กผู้หญิงในกระจก เธอรีบวิ่งกลับห้อง เหงื่อเย็นชุ่มร่าง ในหัวรื้อฟื้นความทรงจำกระจัดกระจาย เด็กผู้หญิงในฝันมีผ้าพันแผลที่ข้อมือ…เหมือนกับเธอในอดีต
คืนที่สาม เสียงฝีเท้าและเสียงกระซิบดังขึ้นผิดปกติ ตีสองกว่า ๆ ประตูห้องอิงดาวง้างออกเอง เธอสะดุ้งตื่น เห็นเงาดำราง ๆ ยืนอยู่ปลายเตียง “…อย่า…ลืม…ฉัน…”
อิงดาวร้องไห้สะอึกสะอื้น เธอหันไปคว้ากระเป๋าเตรียมหนี แต่หน้าต่างถูกล็อกแน่น เสียงกระซิบดังขึ้นรอบห้อง “…เธอทิ้งฉันทำไม…”
เช้าวันรุ่งขึ้น หอพักเงียบผิดปกติ อิงดาวเดินออกมาสำรวจ พบแต่ความว่างเปล่า เธอเดินไปถามคนดูแลหอพักคนใหม่ “ป้าสายใจล่ะคะ?” แต่คนดูแลเพียงยิ้มแล้วปิดประตูใส่หน้า
อิงดาวพบกับภัทราอีกครั้งในห้องน้ำ สีหน้าเคร่งเครียด “เสียงจะไม่หยุด จนกว่าแกจะจำได้หมด”
“จำอะไร?” อิงดาวเสียงสั่น
“แกเคยอยู่ที่นี่มาก่อน…สิบปีก่อน” ภัทราพูดช้า ๆ “เด็กผู้หญิงในความฝัน…คือแกเอง”
อิงดาวช็อก เธอเดินกลับห้องตามเสียงกระซิบ ร่างเงาเด็กหญิงยืนร้องไห้ปลายทางเดิน “…กลับมาหาฉัน…”
อิงดาวเดินเข้าไปจนสุดทางเดิน เงาเด็กหญิงหันมามอง ใบหน้าเต็มไปด้วยน้ำตา “จำได้หรือยัง?”
อิงดาวทรุดตัวลงร้องไห้ ภาพในอดีตหลั่งไหล—เธอเคยอยู่หอนี้ ถูกเพื่อนรังแก จนพยายามฆ่าตัวตายแต่รอดมาได้ ความทรงจำเจ็บปวดถูกปิดตาย…เสียงกระซิบคือเสียงของอดีตที่เธอทิ้งไว้
ดารินปรากฏตัวในเงามืด “ฉันไม่ได้หายไปไหน…ฉันคือเธอในวันที่พยายามลืมทุกอย่าง”
ร่างของดารินและเด็กหญิงรวมเป็นเงาเดียวกับอิงดาว เสียงกระซิบหยุดลง เหลือแต่ความเงียบว่างเปล่า อิงดาวร้องไห้กับอดีตของตัวเอง ดวงตาเหม่อลอยมองทางเดินที่ไม่มีใคร
เช้าวันใหม่ทุกอย่างกลับสู่ความเงียบ อิงดาวยืนอยู่หน้าห้องสุดทางเดินเหมือนเดิม ไม่มีใครเห็นเธออีกต่อไป หอพักยังคงอยู่ เสียงกระซิบยังคงวนเวียนรอเหยื่อรายใหม่ที่แบกอดีตไม่ไหว…