คำสาปของวังโบราณ
รุ่งเช้าวันศุกร์ กลิ่นของฝุ่นและต้นไม้เก่า ๆ ล่องลอยในอากาศ ขณะที่กลุ่มนักศึกษาเจ็ดคนยืนรอรถบัสที่นำไปยังวังโบราณซึ่งเป็นโบราณสถานที่ถูกปิดไปนาน ทุกคนมีความตื่นเต้น แต่ก็มีความวิตกซ่อนอยู่ในความอบอุ่นของแสงแดด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ไม่เห็นมีใครมาที่นี่เลยว่ะ” สามีพูดขึ้น ขณะสำรวจรอบ ๆ ด้วยสายตาที่ซุกซน
“จะมีอะไรให้กลัวกันล่ะ” มิกซ์ตอบยิ้ม ๆ โดยไม่รู้ว่าความจริงอยู่ข้างหน้า
เมื่อรถบัสมาถึง เสียงเบรคดังลั่นในอากาศ ปรากฏกลุ่มคนเดินออกจากรถบัสในชุดสีดำด้วยอารมณ์ที่ดูดาร์ค แค่เห็นก็ทำให้พวกเขารู้สึกมีบางอย่างผิดปกติ แต่ความอยากรู้อยากเห็นทำให้พวกเขาก้าวเดินต่อไป
“มองดูเหมือนพวกที่มาท่องเที่ยวไม่ใช่เหรอ?” เจนพูดพลางชี้ไปที่กลุ่มคนเหล่านั้น
“ไม่สำคัญหรอก เรามาที่นี่เพื่อสำรวจวัง” สิงห์พูด พร้อมเดินหน้าต่อไป
เมื่อเข้าไปในวัง ที่นั่นมีบรรยากาศอันเงียบสงบและหนาวเย็น แม้แดดจะส่องสว่างอยู่ด้านนอก แต่ภายในกลับรู้สึกเย็นโหย อีกประการหนึ่ง คำลือๆเรื่องวิญญาณของคนตายที่หลงเหลืออยู่ในนี้สะท้อนขึ้นในหัวทุกคน พวกเขาพยายามสร้างบรรยากาศสนุกสนาน แต่ในใจกลับรู้สึกถึงความวิตกกังวล
“ฟังนะ ถ้าไม่มีเหตุการณ์อะไรมากมาย นี่คืองานรวมตัวที่แย่ที่สุดในชีวิตฉันเลย” อันนาบอกด้วยน้ำเสียงขมขื่น
“เราจะกลับบ้านกันง่าย ๆ ไม่ได้หรอก” มิกซ์พูดเสียงเบา แต่มีน้ำเสียงน่าขัน
ยิ่งพวกเขาสำรวจวังลึกเข้าไป กลิ่นอายของอดีตเริ่มเข้ามา ทั้งเสียงลมปลิวผ่านประตูห้องที่เปิดอยู่ บางครั้งเกือบได้ยินเสียงครวญครางอยู่ในความมืด
“เชื่อหรือเปล่าว่าวังนี้ถูกสาป?” เจนถามด้วยความตื่นเต้นราวกับต้องการสร้างบรรยากาศให้เธอ
“หลอกกันเล่นทำไมเล่า เราทั้งหมดมาที่นี่เพราะอยากเห็นความไม่ปกติ” สิงห์ตอบขัดใจ
แล้วความจริงเริ่มเปิดเผยเมื่อไม่ได้ตั้งใจไปยังห้องหนึ่งที่ปิดสนิท คนในกลุ่มต่างตะลึง หากคุณจะถามว่าเพราะอะไร เชื่อเถอะว่ามันไม่มีใครอาจจะตอบได้
เสียงวิญญาณ เล่นฟรีมาจากมุมมืด หญิงสาวคนหนึ่งปรากฏขึ้น อาจจากอดีต เมื่อเธอก้าวออกไป เปล่งเสียงหวานไปหนึ่งประโยคแต่แฝงไว้ด้วยพลังที่ทำให้ทุกคนขนลุก
“ช่วยฉัน…”
พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่ว่าพวกเขาไม่ได้มาเพื่อการผจญภัยธรรมดา แต่เพื่อทะลวงเข้าไปยังความลับที่สาปแช่ง และการเลือกชีวิตรอดหรือเผยความลับนั่นเองที่เป็นปัญหาของพวกเขา
การตัดสินใจแต่ละอย่างส่งผลกระทบต่อชีวิต และเมื่อพวกเขาเริ่มรู้สึกถึงการอยู่รอดในโถงกว้างใหญ่แห่งไหล่ของวัง ความตึงเครียดนั้นยิ่งเพิ่มมูลค่าให้กับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
“เราต้องไปจากที่นี่” สามีกล่าวเสียงสั่น ขณะที่พวกเขาเริ่มรู้สึกถึงการถูกจับตามอง
ความตึงเครียดเช่นนี้นำไปสู่ความแตกแยก เมื่อเสียงอันดังก้องในห้องเกิดขึ้น เสียงเพียงเหล่านั้นคำรามออกมาจากมุมมืด ทำให้ทุกคนกระจายตัวและยิ่งต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่พวกเขาเลือกจะหลีกเลี่ยง
การเดินทางสู่จุดพีคเริ่มปรากฏ เมื่อตกอยู่ในวังนับชั่วโมง ยังไม่พบทางออก พวกเขาเริ่มตัดสินใจเข้าหาความมืดเท่านั้น คำว่าคำสาปทำให้พวกเขาเริ่มคิดไตร่ตรองถึงแผนการลึกซึ้งที่ไม่มีคนเข้าใจ
กลับไปที่ชั้นบน ศูนย์กลางของความหวั่นไหว ความคั่นกลางร่วมกันแสดงให้เห็นถึงการติดขัดในการตัดสินใจ แม้กระทั่งการตัดสินใจในยามสุดท้ายเมื่อพบกับดับสืบสาวเหตุการณ์
“เราต้องทำตามนี้!” สั่งให้ไปทันที แต่เสียงของเขากระทบเข้ากับวัง จนเกิดระเบิดขึ้นมา
ควันและแสงสว่างจ้ากลายมาเป็นภาพอันขยะแขยงที่เกิดขึ้นจากทุกๆมุม ถึงเวลาที่จะหาฉากสุดท้ายที่จะทำให้การล่อลวงสัญจรในเสียงที่ทำให้ทุกคนเศร้าใจได้
สุดท้ายของพวกเขาต้องตกใจเผชิญหน้ากับความจริงที่เป็นคำสาปและการมอบการจะใช้ชีวิตที่ไม่สามารถลบเลือนในขณะนั้น
วังปรากฏแก่ตาชัดเมื่อมาดูภาพชีวิตภายใต้เงาของสนามเดิมพันที่ใกล้จะหมด
“ขอให้เรา survive!” สามีเหยียบทางไปถึงศูนย์กลางของวังแต่เสียงหลอนหายวับไปตลอดกาล