คืนส่องฟ้า
เสียงเอี๊ยดของไม้แผ่นสุดท้ายดังแทรกกลางความเงียบในโถงหอพัก ‘ฟ้าส่อง’ ใบหม่อนยืนเป่าผมหน้ากระจก บรรยากาศค่ำคืนเยือกเย็นกว่าทุกวัน เธอบ่นกับตัวเองเบาๆ พลางมองเพื่อนร่วมห้อง—ธีร์ นั่งกอดเข่าอยู่ริมหน้าต่าง ใบหน้าชายหนุ่มตกอยู่ใต้เงาจันทร์ ท่าทางคล้ายมีอะไรในใจจนใบหม่อนอดไม่ได้จะแหย่ “นี่ ขึ้นเตียงมั้ย ดึกขนาดนี้แล้วยังจะมองฟ้าอีกเหรอ”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ธีร์ไม่ตอบ สายตาเขายังคงเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง ใบหม่อนขมวดคิ้วก่อนจะเดินไปนั่งข้าง ๆ ความเงียบคลืบคลานระหว่างคนทั้งคู่ จนเสียงเปิดประตูจากฝั่งตรงข้ามดังขึ้นเบา ๆ อู๋เข้ามาพร้อมขนมถุงใหญ่ มุกเดินตามพร้อมถาดชาม กลิ่นน้ำเต้าหู้ร้อน ๆ ช่วยผ่อนบรรยากาศให้ผ่อนคลายขึ้น
“เห็นนายสองคนนั่งเงียบ ๆ อีกแล้ว ผู้ใหญ่ก็จะคิดว่ามีแผนลับอะไร!” อู๋หัวเราะ พลางโยนขนมปังให้ธีร์ซึ่งรับไว้โดยไม่ได้สบตาเพื่อน
“ไม่หรอก แค่ยังไม่ง่วง” ธีร์พูดเบา ๆ พลางแนบขนมไว้กับอก
มุกยื่นน้ำเต้าหู้ให้ใบหม่อน ก่อนถามเบา ๆ “พรุ่งนี้สอบ นี่ตั้งใจจะไม่หลับเลยเหรอยัยหม่อน”
“ไม่ได้นอนเพราะมัวแต่ห่วงเรื่องอื่นมากกว่า” ใบหม่อนขยับขาเล็กน้อย หันมองธีร์ข้างตัว “ธีร์…วันนี้เป็นอะไรหรือเปล่า”
ชายหนุ่มเหลือบตาขึ้น สายตาวูบหนึ่งฉายแววกลัววูบแล้วยอมรับ “มีอะไรบางอย่างอยู่ใต้หอพัก”
อู๋เลิกคิ้วแล้วหัวเราะกลบเกลื่อน “นายจะหลอกเด็กหรือเปล่า ท่าทางจริงจังเหรอ…”
ธีร์ไม่ตอบ เขาลุกขึ้น ค่อย ๆ เดินออกประตูโดยไม่เหลียวหลัง
ทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างชั่งใจ มุกและอู๋มองใบหม่อนซึ่งขยับลุกขึ้นหยิบไฟฉาย “เราออกไปดูเขาเถอะ ฉันรู้สึกแปลก ๆ”
โถงทางเดินยามค่ำคืนยิ่งเงียบงัน เสียงก้าวเท้าสี่คู่กระทบไม้ดังเป็นจังหวะ ทั้งสี่เดินตามธีร์ลงบันไดลงไปในห้องใต้ถุนที่ไม่ได้ใช้มานานแล้ว บางส่วนของชั้นล่างยังเต็มไปด้วยเศษไม้และฝุ่นเกาะแน่นจากฤดูฝนที่ผ่านมา
“ธีร์! จะไปไหน” อู๋ตะโกนเรียกตาม พลางใช้ไฟฉายส่องไปทั่วห้อง เห็นแต่เงาหลังธีร์เดินทะลุเข้าไปในความสลัว
ใบหม่อนกลืนน้ำลาย “นายน่ากลัวนะ ทำแบบนี้…”
เสียงประตูเหล็กเก่า ๆ ดังออดแอด ธีร์หยุดมือที่ลูกบิด ปล่อยให้มันสั่นเทาอยู่ตรงนั้น ก่อนจะหันกลับมา “ถ้าฉันหายตัวไป อย่าตามหา”
“นายพูดอะไรอย่างนั้น อย่าพูดเล่นได้มั้ย” มุกโพล่งขึ้นมา สีหน้าเธอจริงจัง
ธีร์ไม่พูดอะไรอีก ปิดประตูแล้วเดินหายไปในเงามืด ทิ้งให้ที่เหลือยืนอึ้งต่อหน้าความเงียบที่เยือกเย็นกว่าเดิม
เช้าตรู่ของวันใหม่ การสอบย่อมไม่ใช่ปัญหาใหญ่สุดอีกต่อไป เมื่อครูฝ่ายปกครองประกาศ ธีร์หายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืน เพื่อนร่วมกลุ่มแต่ละคนถูกเรียกไปซักถาม แต่ไม่มีใครให้คำตอบได้
ใบหม่อนไม่อาจสลัดความรู้สึกผิด เธอก้มหน้ารับคำปลอบโยนจากมุก น้ำเสียงของมุกอ่อนโยนแต่มีพลัง “มันไม่ใช่ความผิดเธอ”
อู๋ยืนกอดอก อึดอัดใจ “เขาชอบเก็บเรื่องทุกอย่างไว้คนเดียวแบบนี้แหละ ไม่เห็นจะเคยขอความช่วยเหลือจากใครเลย”
“แต่เราเองก็ไม่เคยเข้าไปถามเขาจริงจังเลยไม่ใช่เหรอ” ใบหม่อนพูดเสียงสั่น คล้ายโกรธตัวเอง
“นายหมายถึงเมื่อคืนใช่มั้ย ใบหน้าธีร์น่ะ ฉันไม่เคยเห็นใครกลัวขนาดนั้นมาก่อน” มุกพูดเบา ๆ เงียบเสียงพักหนึ่ง “หรือมันจะเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปีที่แล้ว?”
สายลมที่พัดเล็ดเข้ามาตามช่องหน้าต่างเก่าทำให้ใบหม่อนขนลุก อู๋พยักหน้าเบา ๆ ก่อนหยิบกระดาษโน้ตสีซีดที่เก็บได้ข้างเตียงธีร์ขึ้นมาอ่าน
“อย่าเชื่อสิ่งที่เห็น จงฟังเสียงในความมืด” ข้อความสั้นที่เขียนด้วยลายมือของธีร์ ต่างคนต่างขมวดคิ้ว
“อะไรของเขาเนี่ย มันหมายความว่าไง?” อู๋ถาม พลางกดกระดาษในมือแน่น
ใบหม่อนจ้องเขม็งออกไปนอกหน้าต่าง ภายใต้แสงอาทิตย์อ่อน ๆ เธอรู้สึกได้ถึงบางอย่างที่แปลกไปจากเดิม
ตกเย็น ทั้งสามรวบรวมความกล้าอีกครั้ง กลับลงไปที่ห้องใต้ถุน—จุดสุดท้ายที่ธีร์ปรากฏตัว อู๋ง้างไฟฉายส่องไปตามทางเดิน เปลวแสงเต้นระยิบบนผืนไม้ มุกเดินชิดใบหม่อน ด้วยกันทั้งสามสำรวจซอกมืดท่ามกลางเสียงหัวใจตนเอง
“พวกเรากำลังทำอะไรอยู่?” มุกกระซิบเบาๆ สายตายังไล่มองไปรอบตัว
“ถ้าเป็นพี่ชายฉันหาย ฉันคงไม่ยอมให้อะไรมาขวางทาง” อู๋พูดยิ้มๆ พยายามทำให้กล้า แต่รอยกลัวในแววตาไม่ลบเลือน
แสงไฟฉายส่องผ่านแผ่นไม้สีหม่น บนพื้นฝุ่นหนา ๆ มีรอยเท้าขนาดผู้ชายเพียงหนึ่งเดียว มุกโน้มตัวลงเพ่งดูใกล้ ๆ
“รอยเท้านี้ไม่ใช่ของใครจากพวกเราเลย” เสียงของมุกเบาแต่หนักแน่น
เพดานด้านบนส่งเสียงกรีดร้องเบา ๆ ราวกับมีสิ่งเคลื่อนไหวอยู่เหนือหัวแต่ไกล
ใบหม่อนหายใจลึก “เราจะเดินหน้า หรือกลับขึ้นไปขอความช่วยเหลือดี?”
“เราต้องรู้ให้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น” อู๋ยืนยัน เขาผละไปผลักประตูไม้เก่าข้างห้อง ฝุ่นลอยฟุ้งขึ้นคลุ้ง
เมื่อเปิดประตูออก ห้องภายในปรากฏเป็นกล่องเต็มผนังและหนังสือเก่าบางเล่ม ด้านในสุดมีเศษกระดาษขาด ๆ มุกหยิบขึ้นอ่าน เจอข้อความ “คืนนี้อย่าหลับ” เขียนด้วยลายมือเดียวกัน
พวกเขาเงียบ — ต่างคนต่างแอบกลัว แต่ไม่กล้าแสดงออกต่อกัน
คืนนั้นใบหม่อนเอาแต่พลิกตัวไปมา เธอดึงผ้าห่มขึ้นคลุมศีรษะ ภาพใบหน้าเศร้าของธีร์ตามติดจนเธอหลับไม่ลง ทุกอณูเวลาเหมือนยืดยาวอย่างไม่สิ้นสุด
กลางดึก เสียงกระซิบเบา ๆ ดังขึ้นข้างหู “อย่าหลับ…” ใบหม่อนสะดุ้งตื่น เหลียวมองรอบห้องมีเพียงความเย็นวูบผ่านกาย เธอลุกขึ้นเดินไปเคาะประตูห้องเพื่อนซึ่งยังเปิดไฟ
“ฉันนอนไม่หลับเลย” ใบหม่อนพูดยิ้มแห้ง ๆ มุกตบมือเรียกให้นั่งลงข้างเตียง “ฉันก็เหมือนกัน…ฉันกลัวเสียงพวกนั้นจังมึง”
ตอนแรกอู๋ดูเหมือนจะไม่ใส่ใจ แต่พลันเสียงไม้ลั่นดังขึ้น พร้อมกับกลิ่นน้ำเย็นเฉียบลอยโชยออกมาจากพื้นห้อง ทุกคนเงียบกริบ ใบหม่อนเหลือบมองหน้าทั้งสอง รอยยิ้มถูกแทนที่ด้วยความวิตกกังวล
“เราต้องรวมตัวสืบเรื่องนี้ให้จบ” มุกตัดสินใจยืนยัน น้ำเสียงเจือกลัวแต่แน่วแน่ “ไม่งั้นฉันคงไม่กล้านอนอีกเลย”
เช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขากลับลงไปที่ห้องใต้ถุนพร้อมเอาอุปกรณ์เพิ่มเติม ไฟฉายเช่นเดิม กระจก แตก ใบมีดสนิม และสมุดจดที่ได้จากห้องเก็บของ พวกเขาเปิดสำรวจห้องที่ตั้งใจไว้ รู้สึกว่ามีบางอย่างกำลังมองอยู่ตลอดเวลา
บนผนังสีหลุดร่อน พบประตูเหล็กเล็ก ๆ ซ่อนอยู่หลังตู้เก่า อู๋ดึงมันออก ใบหม่อนเอื้อมมือไปแตะบานประตู รู้สึกเย็นวาบจนต้องชักกลับ
“จะเปิดมั้ย?” อู๋ถาม มองหน้าเพื่อนทั้งสอง
“เราต้องหาเขาให้เจอ” ใบหม่อนสั่นเล็กน้อยแต่ตัดสินใจแน่วแน่
เมื่อประตูเปิด พวกเขาพบบันไดแคบทอดลงใต้ดิน กลิ่นดินชื้นปนฝุ่นตีขึ้นมาในจมูก ช่องว่างแคบจนต้องเดินเรียงหนึ่ง ไฟฉายส่องให้เห็นผนังซีดเป็นคราบ จากความมืดด้านล่าง มีเสียงกระซิบจาง ๆ ดังมาเป็นระยะ เจ้าของเสียงเหมือนเด็กชายกำลังเรียกใครสักคน “อย่าหลับ อย่าออกไป…”
หัวใจทั้งสามเต้นรัว อู๋เงียบผิดปกติ ใบหม่อนจับไฟฉายแน่น มุกรีบตามติด แสงไฟค่อย ๆ พาเข้าสู่ห้องใต้ดินลึกลับ
ภายในมีภาพวาดตัวอักษร คล้ายร่ายมนต์บนฝาผนัง และสมุดบันทึกปกดำวางบนโต๊ะไม้เล็ก ๆ ใบหม่อนเปิดดู พบชื่อธีร์อยู่ในทุกหน้า เนื้อหาเป็นข้อความซ้ำ ๆ “ความมืดไม่ใช่ศัตรู แต่คือความจริง”
เสียงไม้ลั่นใกล้ ๆ ทำให้ทุกคนแน่นิ่ง ใครบางคนกำลังเดินอยู่ด้านหลัง อย่างเงียบเชียบจนขนลุก อู๋หยิบเหล็กแหลมในมือพร้อมป้องกัน มุกลอบกลืนน้ำลาย ก่อนเสียงประตูดังข้างหลัง
ธีร์ปรากฏตัวในเงาสลัว สีหน้านิ่งเรียบแต่ดวงตาสั่นเทา
“นายซ่อนตัวอยู่ที่นี่จริง ๆ…” ใบหม่อนพูดทั้งน้ำตาชื้น ๆ บอกไม่ถูกว่าดีใจหรือโกรธ ธีร์ไม่สบตาเพื่อน เพียงพูดเบา ๆ “ขอโทษ ฉันกลัว… ฉันนึกว่าถ้าซ่อนอยู่ที่นี่จะไม่มีใครตามมาหาฉัน เจอฉันแล้ว…นายจะเอายังไงต่อ”
มุกเดินเข้ามากอดธีร์ “พวกเราจะปล่อยให้นายหายไปง่าย ๆ ได้ยังไงกันล่ะ” น้ำเสียงเธออ่อนโยนแต่เปี่ยมด้วยความกล้า อู๋ถอนหายใจ เอามือกระแทกไหล่ธีร์เบา ๆ
“เฮ้ คราวหน้าถ้าจะหนีก็บอกดี ๆ ก่อน จะได้เตรียมข้าวกล่องให้!” ทุกคนหัวเราะ น้ำตาอาบใบหน้าใบหม่อน
ธีร์ยอมเงยหน้าขึ้นมองทุกคน ดวงตาเปลี่ยนจากเศร้าเป็นอบอุ่นเล็ก ๆ “ขอบใจ…ฉัน…แค่กลัวตัวเอง กลัวจะทำร้ายทุกคนเหมือนเมื่อก่อน”
“นายไม่ได้อยู่คนเดียวแล้ว” ใบหม่อนตอบ เบา ๆ แต่หนักแน่น
คืนถัดมา ‘ฟ้าส่อง’ สว่างไสวมากกว่าทุกคืน สี่เพื่อนนั่งมองท้องฟ้าแล้วยิ้ม ความรู้สึกของการก้าวข้ามความกลัวและอดีตที่เคยถ่วงไว้นั้นช่วยให้พวกเขาเติบโตอย่างแท้จริง บางอย่างในหอพักได้เปลี่ยนไป โดยไม่มีใครต้องกลัวความมืดอีกต่อไป