เงาเพลิงกลางหิมะ
แสงสว่างจากโคมไฟริมถนนทอดผ่านหิมะสีขาวที่กองหนาแน่นบนพื้น ร่างของฟ้าลินรีบเดินเร็วจากแถวร้านเบเกอรี่ในเมืองหิมะไปยังบ้านไม้เก่าที่ตั้งอยู่ปลายถนน เสียงเท้ากระทบพื้นหิมะมีจังหวะชัดเจน มือเย็นชาในถุงมือขาดรุ่ย เธอชะงักวูบเมื่อมองไปยังหน้าต่างของบ้านฝั่งตรงข้ามที่ควรจะปิดสนิท ทว่าแสงส้มของเปลวไฟวูบวาบราวกับมีใครเพิ่งผ่านเข้าไป
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฟ้าลิน เธอมาช้าอีกแล้วนะ” เสียงเรียกจากป้ายรถเมล์ เจียม เพื่อนสนิทของเธอทำท่าแกล้งไม่พอใจแต่ใบหน้าซ่อนรอยยิ้ม ฟ้าลินส่งรอยยิ้มกลับแบบไม่เต็มใจ เธอกับเจียมต่างนั่งเงียบข้างกันชั่วครู่ ก่อนที่เด็กหญิงจะเอ่ย “เมื่อคืนได้ยินเสียงอะไรในห้องเก็บของหลังโรงเรียนไหม ฟ้าลิน?”
“ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย…” ฟ้าลินพูดเบา ๆ สายตาหลบลงพื้น คำถามนั้นย้อนสะท้อนเรื่องไม่อยากคิดถึง เจียมกลอกตาแล้วหัวเราะ “แสดงว่าเธอไม่ใช่คนเดียวที่ฝันว่าถูกเงาดำลากไปในหิมะสินะ” ฟ้าลินกลืนน้ำลาย เจียมเป็นคนนิสัยสดใสร่าเริงแต่คืนก่อนเพิ่งบ่นว่ารู้สึกเหมือนถูกจ้องมองตลอด เธอเก็บความร้อนรนไว้ในอก กระทั่งรถเมล์สีขาวลายแดงจอดที่ป้าย
เช้าวันถัดมา เมืองหิมะเงียบงันเสียยิ่งกว่าเคย ทุกคนในโรงเรียนต่างตกตะลึงเมื่อรู้ว่าเจียมหายตัวไปตั้งแต่เมื่อคืน หนังสือเรียนของเจียมหล่นอยู่บนหิมะหน้าโรงอาหารพร้อมรอยเท้า เด็ก ๆ กะพริบตาอย่างไม่เข้าใจ ฟ้าลินเบิกตากว้างเท่าเหรียญ เงาของความกลัวกดทับหัวใจ เธอหยิบมือถือขึ้นมากดโทรหาเจียมแต่ได้ยินเพียงเสียงสัญญาณว่างเปล่า
ครูใหญ่มาเรียกตัวเธอไปถาม “ฟ้าลิน เจียมเป็นยังไงบ้างเมื่อคืนนี้ เธอได้คุยกับเขามั้ย?” ฟ้าลินพยายามตั้งสติ ขอบตาร้อนผ่าว “ไม่ค่ะ…เมื่อคืนเราลากันที่บ้าน…” เธอก้มหน้า นึกถึงสายตาของเจียมที่ดูเหมือนอัดแน่นด้วยความลับบางอย่างในคืนสุดท้ายที่ได้คุยกัน
เทียน นักเรียนชายผู้ถูกรุ่นพี่ล้อเป็นคนแปลกแยก เดินเข้ามาใกล้ ๆ กระซิบเสียงแหบ “ฉันเห็นเจียมตรงขอบป่าเมื่อคืน เขาไม่ได้อยู่คนเดียว… เขาถูกอะไรบางอย่างเฝ้าดู” ฟ้าลินขนลุกวาบ เธอมองดูท่าทีของเทียนซึ่งปกติไม่ยุ่งกับใคร “เธอเห็นจริง ๆ เหรอ?” เทียนเลี่ยงสายตา “พูดไปก็ไม่มีใครเชื่อหรอก…”
คืนนั้นฟ้าลินนอนไม่หลับ เธอเดินวนไปมาที่หน้าต่าง เห็นข้างนอกเป็นทิวป่าสนที่ตัดกับดวงจันทร์เยือกเย็น ขอบฟ้ามีสีฟ้าอ่อนของออโรร่ารำไร ขณะที่หลับตาพยายามข่มใจ ปลายตาเห็นเงาบางอย่างเคลื่อนไหวที่ขอบป่า เธอกลั้นหายใจ กำลังจะปิดม่าน แต่แสงสีน้ำเงินลึกลับฉายวาบขึ้นมาชั่วขณะ
เช้าวันใหม่ เธอเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้เทียนฟังที่หลังโรงอาหาร “ฉันว่ามันต้องมีอะไรที่พวกเราไม่รู้เกี่ยวกับป่า…หรือคำสาปของเมืองนี้” เทียนเอามือกอดอก “ก็แค่ข่าวลือปัญญาอ่อน ผู้ใหญ่ชอบพูดให้เด็กกลัว แต่เมื่อคืนฉันเห็นรอยเท้าคนสองคนเดินเข้าไปในป่า แล้วรอยหนึ่งจู่ ๆ ก็หายไป”
ฟ้าลินเบิกตากว้าง “เธอว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับเจียมกันแน่” เทียนเงียบ ก่อนจะถอนใจ “ถ้าอยากรู้นัก คืนนี้ไปดูด้วยกันมั้ย” ฟ้าลินลังเลแต่รับปากในที่สุด
กลางคืนฟ้าลินกับเทียนเดินฝ่าหิมะเข้าไปในป่า แต่ละก้าวตกร่องรอยกับบางสิ่งที่ถูกซ่อนไว้ เสียงไม้กรอบแกรบ แสงไฟฉายกวาดไปเจอกับรอยเท้ากับเศษผ้าพันคอแดง ฟ้าลินหยิบดูแล้วรอยร้อนผ่าวเจ้าของ “ของเจียม…” เธอกำขึ้นแน่น เทียนยื่นโคมไฟเก่าให้ “อา… ใช้โคมนี้ดีกว่า แม่ฉันว่ามันกันวิญญาณได้”
ขณะเดินลึกเข้าไปในป่า ท่ามกลางต้นสนสูงสลับเงามืด ฟ้าลินได้ยินเสียงกระซิบ เธอเหลียวซ้ายขวา เจอแอ่งน้ำแข็งเล็ก ๆ สะท้อนแสงไฟสีน้ำเงินจากโคม ไกลออกไปเห็นเงาร่างคล้ายมนุษย์ยืนอยู่ “เจียม?” ฟ้าลินร้องเรียก แต่เงานั้นหันขวับ หน้าตาเลือนราง ก่อนรูปร่างจะค่อย ๆ จางหายกับหิมะพัดผ่าน
ฟ้าลินพยายามวิ่งตาม เสียงเทียนตะโกน “เดี๋ยว! อย่าไปคนเดียว!” แต่วิ่งไม่ทัน ฟ้าลินตกลงไปในโพรงหิมะ ลุกขึ้นมาก็เจอช่องไม้เก่าเหมือนประตูเก็บของเก่าในป่าที่ไม่เคยมีใครรู้ เทียนตามมา “เธอโอเคมั้ย?” ฟ้าลินพยักหน้า แม้ขาเจ็บนิด ๆ
ทั้งสองเดินเข้าไปยังห้องมืดซอมซ่อข้างใน กลิ่นไหม้และกลิ่นเหล็กเก่าจาง ๆ ปะปนกันอยู่ บนโต๊ะไม้เล็กเห็นสมุดสีขาวเปรอะน้ำหมึก ฟ้าลินเปิดดู พบข้อความสั้น ๆ ลายมือคล้ายเจียม “ถ้าเธอเจอสิ่งนี้ นั่นแปลว่าฉันถูกพาไปแล้ว… อย่าไว้ใจใคร แม้กระทั่งคนในครอบครัว”
ขณะที่ฟ้าลินยังตั้งสติกับข้อความ เทียนพูดเบา ๆ “เธอคิดว่าเจียมหมายถึงอะไร?” ฟ้าลินสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ ใจเธอเต็มไปด้วยความสงสัยและสับสน เงาหนาวเยือกของความกลัวขยายตัวรอบตัว ส่องสะท้อนในแววตา
วันถัดมา เมืองทั้งเมืองพูดถึงแต่เรื่องการหายตัวของเจียม ผู้ใหญ่บางคนพยายามโยงว่ามีใครเข้าไปยุ่งกับ ‘คำสาปเพลิง’ อันเก่าแก่ที่ห้ามแตะต้อง เทียนเริ่มทำตัวเหินห่าง ฟ้าลินกลับบ้านอยู่อย่างเงียบ ๆ ที่โต๊ะอาหาร พ่อของเธอลูบหลังเบา ๆ พร้อมพูดนุ่มนวล “บางเรื่องไม่ควรไปรื้อฟื้นขึ้นมา” ฟ้าลินจ้องหน้าตรง “แต่เพื่อนของหนูหายไป…ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น” พ่อหลบสายตา หลบออกจากครัวเงียบ ๆ
คืนนั้น ฟ้าลินฝันร้ายแต่ตื่นขึ้นมาพร้อมเสียงเคาะหน้าต่าง แสงสีน้ำเงินสาดวาบลอดม่าน เธอลุกมาเปิดออกช้า ๆ พบผ้าพันคอแดงผืนหนึ่งวางบนขอบหน้าต่าง พร้อมโน้ตว่า “ฉันขอโทษที่จากไปโดยไม่ร่ำลา”
เสียงโทรศัพท์สั่นดังขึ้น เทียนโทรมาอย่างร้อนรน “ฟ้าลิน ฉันเพิ่งเห็นใครบางคนคลุมผ้าพันคอเดินตามถนนข้างป่า…เราอาจยังช่วยเจียมได้!”
ฟ้าลินกับเทียนนัดกันเดินเข้าป่าอีกครั้ง คราวนี้พวกเขาเจอรอยเท้าเล็ก ๆ นำไปสู่ซากกระท่อมเก่า ส่องแสงโคมไฟในมือช้า ๆ รอบห้องมีเสื้อผ้าเด็กยุคเก่าสุมกอง เข็มกลัดตระกูลหนึ่งอันวางบนผ้าขาว ฟ้าลินหยิบมัน เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นแปลกประหลาด เจียมปรากฏตัวกระทันหันในเงา มองทั้งสองด้วยแววตาปริศนา “เธอ…มาช้าไปแล้ว”
“เจียม จริงเหรอ? เธอหนีไปไหนมา?” เทียนถามเร็วติดกัน เจียมก้มหน้า เสียงสั่น “ฉันเลือกผิด…ฉันกลัวการถูกทิ้ง เลยตอบรับบางอย่างในป่า…” ฟ้าลินสั่นทั้งตัว “แล้วเกิดอะไรขึ้น?”
เสียงลมหอนดังขึ้นทันที เงาดำขนาดใหญ่เคลื่อนใกล้เข้ามา เจียมร้อง “รีบออกไป! สิ่งที่อยู่ตรงนี้คือลูกหลานของความผิดเก่า ความเสียสละและการหลอกลวง…ถ้าเธอไม่กล้าเผชิญอดีต มันจะเอาทุกอย่างไป!”
เทียนดึงแขนฟ้าลินวิ่งออกจากกระท่อม พวกเขาวิ่งฝ่าหิมะ เงาดำตามขยับมาเรื่อย ๆ จนเสียงหายไปในป่า ฟ้าลินหันกลับเห็นว่าเจียมหายลับไปแล้ว ผ้าพันคอแดงหล่นอยู่บนทาง
กลับถึงบ้าน ฟ้าลินโต้เถียงกับพ่ออีกครั้ง เธอถามถึงความลับเกี่ยวกับครอบครัว พ่อยอมบอกว่า เมื่อหลายสิบปีก่อน หมู่บ้านนี้มีการพิธี ‘แลกเปลี่ยน’ กับวิญญาณหิมะ เพื่อปกป้องชุมชน คนในกลุ่มตระกูลใดตระกูลหนึ่งต้องมอบสิ่งล้ำค่าเป็นเครื่องเซ่นบูชา “บางที…คำสาปที่คนพูดกันอาจไม่ได้มีจริง แต่เป็นผลจากสิ่งที่พวกเรากระทำกันเอง…” พ่อหลบสายตา ขอโทษที่เคยปิดความจริง
ฟ้าลินน้ำตาไหล เธอรู้สึกผิดที่ปล่อยให้เจียมหลุดมือไปทั้งสองครั้ง ทั้งในอดีตและปัจจุบัน เทียนปลอบข้าง ๆ “การให้อภัยตัวเองมันไม่ง่ายหรอก แต่ถ้าเธอไม่ยอมรับความกลัว มันจะอยู่กับเธอตลอดไป” ฟ้าลินกัดฟันพยักหน้า
หลายวันผ่านไป (ในเนื้อเรื่อง ไม่ใช้คำที่ห้าม) เมืองเงียบเหงามากขึ้น มีคนเริ่มหายตัวอีก ฟ้าลินจึงกล้านัดรวมเพื่อน ๆ เพื่อพูดความจริงหน้าโรงเรียน “พวกเราไม่ควรปิดบังกันอีกต่อไป ใครก็ตามที่รู้เรื่องพิธีเก่า ๆ ต้องช่วยกันคลี่คลาย ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกิน” นักเรียนสีหน้าหลากหลาย บ้างเชื่อบ้างสงสัย
เทียนออกไปเดินป่ากับฟ้าลินอีกครั้ง พวกเขาพบช่องลับใต้ต้นสนใหญ่ เมื่อเปิดทางลงไปพบห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยของใช้ในอดีตและรายชื่อเด็ก ๆ หลายรุ่นที่ ‘หายไป’ มีข้าวของประหลาดและหนังสือพิธีกรรมโบราณ ฟ้าลินหยิบหน้านั้นขึ้นมาอ่าน พบชื่อของตระกูลตนเองในฐานะผู้เสียสละรุ่นก่อน
ขณะเดียวกัน เสียงร้องวิงวอนดังขึ้น เทียนถือโคมไฟไล่ตาม พบเจียมร้องไห้ในห้องลับ เขาสับสนระหว่างโลกความจริงกับโลกเงา เพื่อนทั้งสองปลอบและนำเจียมออกมาแต่อุปสรรคสำคัญคือเงาดำได้กลายเป็นร่างอสูรกายตัวมหึมา ปิดทางออกอย่างมิดชิด
ฟ้าลินยืนหยัดต่อหน้ามัน อดีตความผิดหวัง ความกลัว และความสูญเสียทั้งมวลกลับกลายเป็นเปลวไฟสีฟ้าที่โคม เธอฟื้นความเข้มแข็ง ยืนยันกับทุกคน “ฉันพร้อมให้อภัย…ทั้งคนอื่นและตัวเอง ขอแค่เพื่อนฉันกลับมา…” เปลวไฟในโคมลุกโชน ขับไล่เงาดำจนมันจางหาย เช้าใหม่มาเยือน
เจียมได้สติกลับคืน ท่ามกลางแสงอรุณที่ค่อย ๆ สาดลงบนหิมะ เทียนมองฟ้าลินด้วยสายตาใหม่ “เธอเปลี่ยนไปเยอะมาก ตัดสินใจถูกแล้วนะ” ฟ้าลินยิ้มเล็ก ๆ ถึงน้ำตาจะยังคลอเบ้า แต่หัวใจอบอุ่นขึ้นกว่าเดิม เธอเดินไปร่วมงานเทศกาลหิมะกับทุกคน พลางหันไปมองป่าสน หิมะขาวยังคงโปรยลงมา เฉกเช่นเดียวกับเงาเพลิงสีฟ้าในใจที่ไม่มีวันดับไปอีกแล้ว