หมอกฟ้าที่หายไป
เสียงนกกระจอกทวีตแว่วดังจากต้นไม้หน้า ‘หอพักกลอรี’ ท่ามกลางอาคารสูงของเมือง กรุงเทพฯที่ยังไม่ตื่นดี แต่เสียงประตูห้องเบอร์ 305 กลับดังขึ้นแผ่วเบาเหนือชั้นสามของหอพักหญิงเก่า จันทร์ เก็บผมมัดหางม้ากระทบไหล่ ใบหน้าเปลือยเปล่าจ้องโพสต์อิทสั้น ๆ จากหมอกฟ้า เพื่อนร่วมห้องซึ่งเมื่อคืนยังพูดคุยกันปกติ ‘ออกไปเดินเล่น แป๊บเดียว กลับ’ จันทร์ขมวดคิ้ว เธอสังเกตได้ทันทีว่ารองเท้าหนังดำของหมอกฟ้ายังอยู่ใต้โต๊ะ และมือถือของเธอก็วางบนผ้าปูที่นอนลายผีเสื้อ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ฟ้า?” จันทร์เอี้ยวตัวมองใต้เตียง รอยยิ้มเล็ก ๆ มุมปากหายไปเมื่อไร้เสียงตอบ รับรู้ได้เพียงกลิ่นหอมเย็นของน้ำหอมฟ้าอ่อนประจำตัวที่ยังคละคลุ้ง จันทร์หยิบมือถือของหมอกฟ้ามากดดู แต่พบแต่หน้าจอล็อกและสายที่ไม่ได้รับจากหมายเลขไม่รู้จัก
เสียงเท้าเดินบนระเบียงดังขึ้น ประตูเปิดทันทีที่จันทร์บิด คนนั้นคือดาว เพื่อนสายหวานประจำหอ ดาวกอดกระเป๋าใส่หนังสือไว้แนบอก “เธอเห็นหมอกฟ้าไหม เหมือนเมื่อคืนมีใครเดินในทางเดิน”
“เห็นแค่โน๊ต เธออย่าเพิ่งกังวล อาจออกไปแค่หน้าปากซอยมั้ง” จันทร์พยายามกลบอาการไม่สบายใจ แต่สีสายตาดาวสั่นไหว ริมฝีปากเม้มแน่นเหมือนกำลังเคี้ยวถ้อยคำบางอย่าง
“ฟ้าไม่เคยทิ้งของไว้แบบนี้เลยนะ” ดาวพูดเสียงเบา จันทร์เงยหน้ามองฮานะ สาวลูกครึ่งญี่ปุ่นจากห้องข้าง ๆ ที่เดินผ่านมา “ใครหายเหรอ?” ฮานะถามอย่างสำเนียงไทยแปร่ง ๆ จันทร์กับดาวแลกสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่แน่ใจ
ค่ำวันเดียวกัน จันทร์เปิดผ้าม่านมองออกไปยังระเบียง หอพักกลอรีโดดเด่นด้วยผนังสีชมพูซีดและราวเหล็กดัดเก่า ๆ เช้านั้นไม่มีเสียงที่เกินจำเป็น ทุกอย่างแช่แข็ง ยกเว้นความคิดในหัวจันทร์ที่พันกันยุ่งไปหมด โทรศัพท์ของหมอกฟ้าไม่มีรหัสผ่านที่เดาได้ง่าย ๆ เธอลองเดาชื่อเมือง วันเกิด เพลย์ลิสต์โปรดกระทั่งคำว่า ‘home’ แต่ก็ไร้ผล
เสียงข้อความเตือนจากกลุ่ม LINE ‘ห้อง 305 แชท’ ปลุกจันทร์ออกจากภวังค์ ‘มีใครเจอฟ้ามั้ยคะ ทุกเช้ายังไม่เห็น’ จันทร์พิมพ์ตอบแบบคลุมเครือ ‘ยังเลยค่ะ เดี๋ยวลองถามแถวนี้ดู’ ใจกระหวัดคิดถึงสายตาคนในหอที่มักซุบซิบถึงหมอกฟ้า เจ้าของรอยยิ้มอบอุ่นแต่ชอบปิดบังเรื่องส่วนตัว ดาวกระซิบกับจันทร์ว่า ‘หมอกฟ้าไม่เคยเล่าให้ใครฟังเลย ว่าตัวเองกลัวอะไร’
ช่วงค่ำจันทร์กับดาวไปแจ้งเจ้าของหอ คุณป้าแสงจันทร์ หญิงชราร่างเล็กที่มักพูดน้อย ตอบด้วยแววตาลึกซึ้ง “เด็กสาวหอพักนี้ ทุกคนมีความลับของตัวเอง บางคนแค่อยากให้ใครสักคนเห็นใจ” คำพูดสั้น ๆ แต่หนักแน่น ทิ้งความเงียบแปร่ง ๆ ไว้ในอากาศ
ตกค่ำวันรุ่งขึ้น จันทร์เดินขึ้นบันไดหลังหอ จังหวะที่เธอผ่านโถงกลาง เธอได้ยินบางอย่าง แมวสีดำร้องหง่าวแล้วหนี จันทร์หยุดเท้า สายตาไปสะดุดเข้ากับรอยเท้าเปียกชื้นบนพื้นกระเบื้อง เด็กสาวก้มลงสำรวจพบขนนกสีฟ้าอ่อนติดริมประตูห้องเก็บของ ใจเธอสั่น ความเงียบของคืนที่ไร้หมอกฟ้ากลับเสียงดังในใจ
ท่ามกลางห้องพักสลัว จันทร์ นั่งปลายเตียงใช้มือถือค้นหาข้อมูลการหายตัวไปในเมือง หลายคดีจบแค่ด้วยแถลงการณ์ที่ไม่มีใครสนใจ แต่เธอไม่เชื่อว่าความหายไปนี้คืออุบัติเหตุ จันทร์ตั้งเป้าจะหาเบาะแสไม่ให้ใครต้องเดือดร้อนเพิ่ม นั่นคือคำมั่นในใจ
รุ่งขึ้นฮานะเดินมาหยุดตรงหน้าด้วยสายตาอ้อนวอน “ฉันฝันเห็นหมอกฟ้าเมื่อคืน ฟ้าร้องไห้ เธอบอกว่า…กลัวใครบางคนจะตามเจอ” ดาวฟังแล้วหน้าซีด ฮานะเขินอายแต่ยังกล้ายืนยัน “เมื่อคืนนี้บนระเบียงมีอะไรเหมือนขนนกลอยมากับลมด้วย”
คำบอกเล่าของฮานะทำให้จันทร์สนใจ เธอจึงลองย้อนคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหมอกฟ้าจะหาย ทุกคืนหมอกฟ้าจะนั่งริมหน้าต่าง ทอดสายตามองท้องฟ้าคล้ายตามหาอะไรบางอย่าง แต่ไม่มีใครกล้าถามตรง ๆ เพราะเคยมีคนพูดแล้วฟ้าจะเบนสายตาหนีหรือเปลี่ยนหัวข้อทันที
คืนนั้น จันทร์ขึ้นไปดาดฟ้าคนเดียว แสงดวงจันทร์สาดกระทบเสาดาดฟ้ามีสายลมหอบเอาขนนกสีฟ้าคลอเคลียระเบียง เธอสูดลมหายใจลึก รู้สึกว่าหอพักทั้งหลังสั่นไหวด้วยแรงหวาดกลัว สายตาสอดส่ายไปทั่วท้องฟ้า เธออดนึกถึงคำพูดสุดท้ายของหมอกฟ้าไม่ได้ ‘ใจอยู่ข้างจันทร์เสมอ ถ้าฉันหายไป อย่าตามหา’ แต่ยิ่งได้ยิน เธอยิ่งผลักดันตัวเองให้อยากรู้คำตอบ
จันทร์เริ่มสังเกตพฤติกรรมของคนในหอพักมากขึ้น ฮานะกลายเป็นเพื่อนคู่คิดร่วมสืบ ดาวดูเงียบลงและเอาใจออกห่างจากกลุ่ม ทั้งสามพบร่องรอยความผิดปกติ เช่น กระเป๋าเป้ของหมอกฟ้าวางแอบใต้โต๊ะตรวจการบนชั้นดาดฟ้า รหัสล็อกเกอร์ในห้องออกกำลังกายที่เปิดไม่ออก และกลิ่นหอมของกลีบดอกไม้สดที่ลอยมาตามลมกับเสียงกระซิบประหลาด
วันหนึ่งดาวเกิดทะเลาะกับฮานะเรื่องการสืบสวน “ฟ้าหายไปแล้ว ใจจันทร์มันแข็งแรงเกินไปหรือเปล่า? บางทีเราควรปล่อยให้เรื่องเงียบ ๆ ไปเอง” ดาวพูดเสียงสั่น ฮานะหน้าบึ้ง “แต่ถ้าเป็นเธอหายล่ะ ดาว ใครจะตามหา?” เงียบงันชั่วขณะ จันทร์ใจหายวาบ จึงตัดสินใจถามเสียงหนักแน่น “ฟ้าสำคัญกับฉันมาก และกับทุกคนด้วย” ดาวเม้มปาก สุดท้ายเดินจากไปโดยไม่พูดอะไร
คืนกลางสัปดาห์ เหตุการณ์เหนือธรรมชาติเกิดขึ้นชัดเจนกว่าทุกคืน เมื่อละอองหมอกสีฟ้าไหลเข้าทางหน้าต่างห้อง 305 หลอดไฟกะพริบวาบและดับแสง คนในหอนิ่งสนิท เหมือนเวลาถูกแขวนลอย ดาวที่นอนไม่หลับลุกขึ้นมาเจอภาพจันทร์เพ้อเหมือนละเมอ “ฟ้าอยากให้เราให้อภัยสิ่งที่เธอเลือก” จันทร์พูดพึมพำพร้อมน้ำตาคลอเบ้า ไม่ใครเข้าใจความหมาย แต่ความเศร้าจับใจทุกคนในห้องทันที
จันทร์รวบรวมทุกเบาะแส สุดท้ายพบสมุดบันทึกลายขนนกซ่อนอยู่ใต้หมอนของหมอกฟ้า ภายในบันทึกเรื่องราวในวัยเด็กที่ฟ้าเคยถูกคนในครอบครัวทอดทิ้ง เธอใฝ่ฝันอยากบินหนีไปเหนือขอบฟ้า และเคยเขียนไว้ว่า ‘บางที มิตรภาพก็ไม่จำเป็นต้องอยู่ข้าง ๆ ตลอดไป แค่รู้ว่ายังมีใจให้กันก็พอ’
คล้อยหลังเที่ยงคืน จันทร์เดินขึ้นดาดฟ้าอีกครั้งพร้อมฮานะ เธอวางสมุดลงบนราวเหล็กราวกับส่งคืนคำสัญญา สายลมพัดเบา ๆ กระดาษในสมุดเปิดหน้าใหม่ที่เขียนว่า ‘ขอบคุณ ที่ยังคิดถึงกัน’ ในวินาทีนั้น ขนนกสีฟ้าโปรยจากฟ้าเหมือนถูกปลดปล่อย ดาววิ่งตามขึ้นไป น้ำตาคลอชายขอบตา ทั้งสามคนกอดกันริมดาดฟ้า ท่ามกลางหมอกฟ้าบาง ๆ ที่ค่อย ๆ จางหายไป
รุ่งเช้าทุกคนรวมตัวกันในโถงหน้าห้องพัก คุณป้าแสงจันทร์เดินเข้ามาหยิบสมุดของหมอกฟ้า “บางครั้ง การที่ใครสักคนหายไป… ไม่ได้แปลว่าเขาทิ้งเรา แต่เราได้เติบโตและเรียนรู้จากการเดินทางของเขา” เธอสบตาจันทร์ซึ่งนิ่งคิด เปลือกตาแดง แต่อบอุ่นในใจ ดาวจับมือฮานะไว้แน่น รอยยิ้มเล็ก ๆ คืบคลานกลับมาในหมู่เพื่อนร่วมหอ ทุกคนรู้แล้วว่า แม้หมอกฟ้าจะจากไป แต่สิ่งที่สำคัญยังคงอยู่ในหัวใจ
คืนนั้นแสงจันทร์ฟาดส่องผ่านหน้าต่างห้อง 305 ดอกไม้ใหม่มาตกแต่งแจกันบนโต๊ะ ริ้วหมอกน้อย ๆ ทอดสายตามลมลวง ทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะอ่อนโยนในหอพักที่เริ่มคึกคักอีกครั้ง จันทร์มองดวงดาวบนท้องฟ้า เม้มริมฝีปากพลางอมยิ้ม รู้ว่าข้างในหัวใจของเธอเติบโตขึ้นอย่างไม่เหมือนเดิม