เงาแห่งคำสาปใต้หิมะ
หิมะโปรยปรายลงบนหลังคากระเบื้องของบ้านไม้เก่า ตะเกียงน้ำมันหัวมุมหน้าต่างส่องแสงวาบวับไล้ภาพร่างของเด็กสาวที่กำลังเปิดหน้าต่างออกไปสัมผัสอากาศหนาว ฮานะดึงคอเสื้อกันหนาวตัวหนา เธอก้าวพ้นกรอบประตูออกไปบนระเบียง พยายามควบคุมลมหายใจที่เต็มไปด้วยความกังวล
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงบานประตูบ้านไม้ข้างห้องครัวเปิดออก ป้าซาซึกิเดินออกมาในเสื้อคลุมสีเข้มห่อหุ้มร่างผอมบางไว้แน่น ดวงตาเธอจ้องมองไปที่ฮานะนิ่งงัน “แกยังไม่หลับหรือ ฮานะ?”
“มีอะไรเสียงแปลก ๆ นอกบ้านค่ะป้า เหมือนเสียงขุดดินหรืออะไรซักอย่าง” ฮานะพูดขณะหันไปฟังความเงียบของคืน “หรือป้าได้ยินไหม?”
ป้าซาซึกิยิ้มบาง ก่อนจะหันกลับไปในบ้านเหมือนกลัวอะไรบางอย่าง เธอเว้นเสียงเงียบอยู่ครู่หนึ่ง “รีบกลับเข้ามาเถอะ อย่าเดินอยู่ข้างนอกตอนนี้”
ฮานะเหลียวมองความมืดสุดปลายสายตา รู้สึกถึงเงาอะไรบางอย่างเคลื่อนผ่านแนวต้นไม้ เธอสูดลมหายใจ ข่มความกลัวแล้วกลับเข้าบ้าน ปิดประตูล็อคให้แน่น
ในห้องนั่งเล่น แม่ของฮานะกำลังนั่งบนเบาะใกล้เตาผิงสีหน้าเหนื่อยล้า ฮานะก้มมอบผ้าห่มให้ “แม่ไหวไหม”
แม่ถอนหายใจพร่า “วันนี้อากาศยิ่งหนาวกว่าเดิมเสียอีก” เฉลยเพียงครึ่งหนึ่งของความรู้สึกที่แท้จริง ฮานะจับมือแม่แน่นแกล้งสาวความหวัง “หนูจะช่วยดูแลบ้านเองนะ แม่พักเถอะ”
เสียงประตูหน้าบ้านถูกเคาะดัง ริว เด็กหนุ่มผมเรียบหน้าตาขึงขังยืนอยู่ โดยมีหมวกไหมพรมสีน้ำเงินคลุมหัว “เดินทางดึกขนาดนี้ไม่กลัวหรอ” ฮานะแซวขณะรับเขาเข้ามา
ริวมองรอบห้องราวกับค้นหาบางสิ่ง “เห็นเขาว่ามีคนเจอรอยเท้าแปลกๆ แถวป่าด้านเหนือ เจ้าผู้นำหมู่บ้านเลยให้คนเฝ้ายาม” เขาหยุดเล็กน้อย “ฮานะ อย่าเดินออกไปคนเดียว ถ้า…ถ้ามีอะไร ผม…” เสียงเขาชะงักติดในลำคอ
“โอเค ไม่ไปคนเดียวหรอกน่า” ฮานะยกยิ้มแบบไม่มั่นใจนัก พลางมองริวอย่างพิจารณา แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกลัวบางอย่างที่เธอไม่เคยเข้าใจ
กลางดึกคืนนั้น ฮานะสะดุ้งตื่นจากเสียงเจาะกระทบไม้ เธอค่อยๆ ย่องไปตามเสียงจนถึงห้องใต้หลังคา ขอบไม้ผุเปิดอ้าเผยให้เห็นแสงไฟจางๆ จากตะเกียงเก่า ภายในกล่องไม้เก่าถูกทิ้งไว้ เธอหยิบขึ้นมา—สมุดบันทึกปกหนัง ปกเปื้อนเลือดแห้งกรัง รอยขีดข่วนเป็นรูปตราแปลกประหลาด
ก่อนจะเปิดสมุด เสียงใครบางคนดังขึ้นด้านหลัง “แกไม่ควรยุ่งกับของแบบนั้น ฮานะ” ป้าซาซึกิยืนอยู่ตรงประตู สีหน้าซับซ้อนปนโกรธและหวาดกลัว
“แต่ในนี้มีคำตอบใช่ไหมคะ เกี่ยวกับ…สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา กับคนในหมู่บ้าน” ฮานะเสียงสั่น ป้าซาซึกิเบือนหน้าหนีแววตาโศกเศร้าของหลานสาว
“ครั้งหนึ่งแม็กเคยเชื่อว่าคำสาปนี้จะผ่านไปเอง แต่อะไรๆ ไม่ง่ายแบบนั้นหรอก ก่อนที่แม่แกจะป่วย ก่อนที่ทุกคนจะเริ่มหายตัว…ครอบครัวเราก็แบกมันแทบขาดใจอยู่แล้ว”
ฮานะกำสมุดแน่นขึ้น แววตาเข้มแข็ง “งั้นเราควรหาวิธีหยุดมัน ไม่ใช่เหรอคะ” ป้าซาซึกิพยักหน้าเงียบๆ แต่ยังเว้นช่วงพูดเหมือนลังเลใจสุดขีด
รุ่งเช้า ริวเดินเข้ามาในครัวขณะฮานะกำลังลากผ้าคุมไหล่ พลางมองสมุดบันทึกในมือเธอ “ขอโทษนะ ที่ถามเรื่องเมื่อคืน” ริวกล่าว กล้ำกลืนความวิตกไปในประโยค
“เมื่อคืนผมฝันถึงรอยเท้าในหิมะ…เหมือนเสียงพวกนั้นเดินวนอยู่รอบบ้านเธอ” ฮานะชะงักกับประโยคนี้ เงียบไปนิดหนึ่งแล้วเปิดสมุดพลิกหาหน้าที่จารึกด้วยหมึกเลือนราง
ทั้งสองอ่านเนื้อความด้านใน สมุดบันทึกเล่าถึงพิธีโบราณ ใช้เลือดและการเสียสละเพื่อคลายคำสาปที่เคยกลืนชีวิตคนในหมู่บ้าน ริวกระสับกระส่ายถามเสียงเบา “ต้องมีคนยอม…ใช่ไหม ถึงจะจบ” ฮานะไม่กล่าวอะไร แววตาสะท้อนทะเลสาบในคืนเดือนมืด
กลางหมู่บ้านข่าวการหายตัวของเด็กหญิงคนหนึ่งแพร่กระจาย เสียงวิพากษ์วิจารณ์ระงม “ปีศาจคำสาป!” บ้างโทษกลุ่มครอบครัวฮานะ บ้างหันไปไล่ล่าผู้อื่น
“เธอต้องช่วยพิสูจน์ว่าเราบริสุทธิ์ ฮานะ!” ป้าซาซึกิร้องขอขณะฝูงชนตะโกนเรียกชื่อสาปแช่ง ริวดึงฮานะออกห่าง “อย่าเข้าไปในวงนั้น พวกเขา…ไม่ฟังเรา”
ฮานะหยุดยืนใต้มงกุฎสนใกล้ศาลเจ้าหมู่บ้าน เธอสัมผัสรอยสลักรูปวงกลมแปลกประหลาดในหิมะ ฟังเสียงเชียร์ร้องขู่จากไกล ที่นี่คือแหล่งกำเนิดคำสาป
คืนต่อมา ฮานะนั่งเฝ้าแม่ที่เตียง แม่พยายามพูด “เธอไม่ควรต้องเจออะไรแบบนี้” ฮานะกลั้นน้ำตา “แม่…ถ้ามีทางไหนให้เรารอด หนูจะทำทุกอย่าง”
ริวนำข่าวร้าย “คนในหมู่บ้านจะทำพิธีส่ง ‘เครื่องสังเวย’ คืนนี้ ตัวเลือกหนึ่งในนั้น…คือเธอกับแม่” ความหวาดกลัวกลืนเสียงทั้งหมด ฮานะสั่น มือกำสมุดแน่นจนเจ็บ
“บางทีฉันควรเป็นคนไปเอง” ริวกระซิบ บนใบหน้าเต็มไปด้วยสิ่งที่เก็บซ่อนไว้นาน ฮานะขบกราม “ไม่…ฉันจะไม่ยอมให้ใครต้องตายแทนกันแบบนี้อีก”
กลางป่าหิมะขาว ฮานะกับริวเดินทางไปยังแท่นหินพิธีกรรม ลมหิมะพัดแรง ร่มเงาไม้สูงดูคุกคาม แสงตะเกียงส่องประกายท่ามกลางหมอกขาว
“ที่นี่เอง สถานที่แม่เคยเล่า” ฮานะกระซิบ ริวส่ายหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ “ผมเคยได้ยินพ่อพูดถึง…แต่ไม่คิดว่ามีอยู่จริง”
ริมแท่นหินฮานะวางสมุดบันทึกลงกับรอยเลือดลูกโซ่ เธอจ้องไฟในตะเกียง มือสั่นเล็กน้อยแต่ตาแน่วแน่
“ฮานะ ทำไมเราต้องเป็นฝ่ายรับกรรมของคนรุ่นก่อน?” ริวกล่าว ใจสะท้อนคำว่าความผิด
ฮานะแน่นิ่ง ลมหายใจแข็งขืน “เพราะถ้าเราหนี คำสาปจะไล่ล่าทุกคนไปเรื่อย ๆ ไม่มีที่สิ้นสุด”
ในที่สุดเสียงกรีดร้องดังแว่วมาจากทิศเหนือ ฮานะวิ่งกลับมาหน้าบ้าน พบกลุ่มชาวบ้านล้อมแม่เธอไว้ ร่างแม่ซบเซาลงพื้น เลือดไหลออกจากแขน
“หยุดเดี๋ยวนี้!” ฮานะตะโกน รวมพลังวิ่งเข้าไปแหวกวง ฝูงชนถอยห่าง ริวมุดฝ่าผู้คนเข้ามายืนข้างเธอ เสียงวิจารณ์สงบอย่างฉับพลันด้วยสายตาเด็ดเดี่ยวของฮานะ
เธอประกาศ “หากจะต้องมีคนเสียสละ…ให้เป็นฉันเอง!” ทุกคนตกตะลึง บางคนร้องไห้ บางคนส่ายหน้าด้วยความกลัว นี่คือจุดเปลี่ยนของเรื่อง
ริวจับไหล่เธอแน่น “ไม่ใช่ทางออก…ต้องมีอีกทาง!” ฮานะสบตา สะกดความกลัวในใจ รู้ว่านี่คือตัวเลือกระหว่างให้อภัยบรรพบุรุษกับการล้างแค้น
พิธีกรรมเริ่ม ฮานะยืนบนแท่นหินในป่า หยาดเลือดหยดแรกของเธอไหลรินลงสู่พื้นหิมะ มีเสียงกระซิบบางอย่างในอากาศ ภาพลวงตาปรากฏ—หญิงในอดีตยืนร้องขอความเมตตา
ป้าซาซึกิและชาวบ้านดูเงียบงัน ริวคุกเข่าและวิงวอน “โปรด หยุดมัน! ลองเชื่อในเธอสักครั้ง!”
ด้วยใจแข็งแกร่ง ฮานะยกเสียงสั่น “จบซะทีขอให้บาปของทุกคนตั้งแต่อดีตถึงวันนี้หมดสิ้น!”
แสงประหลาดเปล่งออกจากแท่นหิน หมอกก่อตัวสูงขึ้นพร้อมเสียงกรีดร้องลึกลับ วินาทีนั้นแม่ฮานะสติกลับมา เธอกลั้นเสียงสะอื้น “ลูก…แม่ขอโทษ” ฮานะทรุดลง ริวรีบประคองไว้ หมอกจางลง ศพหญิงสาวจากอดีตที่ถูกฝังใต้แท่นหินปรากฏราวกับเป็นการให้อภัยครั้งสุดท้าย
เช้ามืดหิมะหยุดตก แสงอาทิตย์ลอดผ่านเมฆ ทับทิมสีฟ้าในสร้อยคอที่ได้จากแม่เปล่งประกาย ฮานะยิ้มเศร้าแต่สายตาเด็ดเดี่ยว
“มันจบแล้วจริง ๆ หรือ?” ริวถาม ฮานะจับมือเขาแน่น “บางอย่างอาจอยู่กับเราตลอดไป แต่ใจเราเลือกให้อภัยตัวเองและคนอื่นแล้ว”
หมู่บ้านเงียบสงบลงอีกครั้ง แม้ความกลัวจะยังซ่อนเร้น แต่อ้อมแขนฮานะและแม่กอดกันแน่นราวกับกางปีกปกป้องทุกชีวิตในฤดูหนาวอันยาวนาน เงาคำสาปยังมีอยู่ ทว่าหัวใจฮานะกลับหลุดพ้นเป็นอิสระ