ความรักในโลกเสมือน
ในเช้าของวันทำงานที่ค่อนข้างจะซ้ำซาก ซูปร้า เสมียนหญิงวัย 25 ปี นั่งอยู่ที่โต๊ะคอมพิวเตอร์ในบริษัทซอฟต์แวร์แห่งหนึ่งกลางกรุงเทพฯ โดยมีหน้าต่างที่เป็นเวทีของโลกเสมือนโชว์เสน่ห์ในออฟฟิศที่เธอจำเป็นต้องเผชิญหน้ากับทุกวันที่ฟังดูเหมือนเดิมทุกวัน เสียงตีกันของคีย์บอร์ดและเสียงพูดคุยซุบซิบของเพื่อนร่วมงานตรงข้ามกลายเป็นสีที่จางลง เหมือนกับภาพที่ถูกเบลอจากเชื้อของความเครียดและความเหนื่อยล้า
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ซูปร้า เมื่อไหร่จะส่งงานให้เราซักที” ไอซ์ เพื่อนร่วมงานที่มีสีหน้ามุ่งมั่นเดินเข้ามาถาม หลังจากปรับสีผมเป็นสีน้ำเงินสดใส และจัดแจงข้าวของในถุงขยะของเขา
“อีกแค่ครึ่งชั่วโมงนะ คงได้ส่งทัน” ซูปร้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่คลุมเครือ พร้อมกับเปิดโปรแกรมโค้ดที่เธอกำลังเขียนอยู่ มันเกือบจะเป็นวินาทีที่เธอประหลาดใจเมื่อภาพของซิลอัน หนุ่มนักพัฒนาเกมที่มีแฟนคลับอยู่ทั่วประเทศปรากฎขึ้นบนจอ
ซูน่าตระหนักถึงความรู้สึกทุกครั้งที่เห็นเขา ทว่ามันเป็นไปไม่ได้เลยที่พวกเขาจะลงเอยกันได้จริง การที่ต้องอยู่ในโลกเสมือนเป็นสิ่งที่เธอหลีกหนีหลังจากวันนั้นที่เธอและเขาได้เจอกันในงานรวมทีมที่ผ่านมา
“เฮ้ ซูปร้า” เสียงของซิลอันดังขึ้นจากลำโพง ชวนให้เธอสะดุ้ง กิจกรรมในโลกเสมือนที่เขาจัดขึ้นในวันศุกร์ ฉายภาพให้คนหลายคนไปร่วมอยู่ในสงครามเกมที่ตื่นเต้น และแน่นอน ซูปร้าก็ไม่เคยพลาด ไม่มีความเชื่อใดที่จะทำให้เธอแพ้
เวลาผ่านไป และลูกค้าก็เพิ่มการถูกสั่งจองที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ แต่การที่ซูปร้าไม่สามารถเปลี่ยนความรู้สึกของเธอกับซิลอันไปได้ทำให้เธอเริ่มเหนื่อยล้า
คืนวันศุกร์ที่วงการแข่งขันเกมเริ่มต้นขึ้น ดาว ที่มีแสงวาบวาบทำให้ห้องมืดกลายเป็นแหล่งอารมณ์กรุ่นไปด้วยความตื่นเต้น ซูปร้าทำสิ่งที่เธอไม่เคยคิดว่าจะทำ คือเข้าร่วมทีมหนึ่งด้วยความไม่แน่ใจในใจ
เสียงเพลงดังขึ้นเหมือนเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าให้เริ่มต้นการดิ้นรนทั้งทางอารมณ์ และในเกม เขาคือคู่แข่งที่ทำให้เธอสั่นสะท้านอย่างบอกไม่ถูก จากที่พวกเขาสาดเสียงการสั่งการในเกม หัวใจของซูปร้าเริ่มเต้น เพราะทุกการตัดสินที่เขาทำนั้นลงตัวและมีเอกลักษณ์ ขณะที่พวกเขาทั้งคู่พยายามทำความเข้าใจกันในโลกเสมือน ระยะทางของพวกเขาเทียบเท่ากับเส้นขอบฟ้า
หลายเดือนผ่านไป การควบรวมทีมที่เกิดขึ้นทำให้ซูปร้าและซิลอันมีโอกาสได้มาเจอกันมากขึ้น พวกเขาเริ่มพูดคุยกันอย่างอิสระ ทำให้ซูปร้ารู้ว่าซิลอันเป็นคนที่อ่อนโยนและตั้งใจอยู่ในทุกคำพูดของเขา พวกเขาใช้เวลาช่วงค่ำในการร่วมกิจกรรมร่วมกัน ในขณะที่ดาวบนท้องฟ้าเปลี่ยนสีอย่างต่อเนื่อง
จนกระทั่งวันหนึ่ง ซิลอันได้บอกเธอว่า เขามีข้อเสนอให้ซูปร้าช่วยออกแบบตัวละครในเกมใหม่ เพราะเธอมีฝีมือที่เขาชื่นชอบ
“ซูปร้า ฉันเชื่อว่าฝีมือเธอจะทำให้เกมนี้เกิดการเปลี่ยนแปลง” เขาบอกด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่ฉันจะพยายาม” ซูปร้าตอบกลับอย่างมั่นใจ แต่ยังแอบกังวลว่าเธอจะสามารถทำได้จริงหรือไม่
แต่พวกเขายังคงทำงานร่วมกันในความสงบและการตีความที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับตัวละคร จนความรู้สึกที่พวกเขาซ่อนอยู่ค่อยๆ มีแต่ความชัดเจนมากขึ้น แต่กระนั้น ความไม่แน่ใจในความรู้สึกของซูปร้ายังดำเนินอยู่
จนกระทั่งกลางคืนหนึ่ง พวกเขาได้ร่วมงานเปิดตัวเกมอย่างเป็นทางการ ซูปร้าทราบซึ้งใจถึงความมุมานะของซิลอันที่ไม่เคยหยุดยั้ง ที่เขาสละเวลาใส่ใจในรายละเอียดเพื่อเกมอันนี้
“เธอทำให้ทุกคนรู้สึกสนุกกับเกม พวกเขาได้แสดงความรู้สึกที่แท้จริง” เขาพูดกับเธอ ขณะที่พวกเขานั่งอยู่ข้างกันบนเวที หลังจากการแสดงความสำเร็จของเกมที่ไปได้ไกล
ในค่ำคืนที่เงียบสงัด ซูปร้าลังเลในการตอบคำถามที่ดังก้องอยู่ในหัวของเธอจนสุดท้ายใจของเธอขยับเข้าหาซิลอัน ผู้คนค่อยๆ เริ่มกลับบ้าน แต่พวกเขายังคงนั่งอยู่ที่โซนที่สงบบริเวณอกน้ำ
“ซูปร้า…เราสามารถสร้างอะไรที่มากกว่าความสัมพันธ์ในเกมนี้นะ” ซิลอันเริ่มพูด และเสียงอ่อนของเขาค่อย ๆ เด่นชัดขึ้น
สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ซูปร้าเลือกที่จะได้ยินเสียงหัวใจของเธอ สิ่งที่เธออาจจะทำหน้าที่ที่เธอนึกไม่ถึงว่าเป็นไปได้ในชีวิตจริง
“ไม่ใช่แค่เพื่อนใช่ไหม” เธอเอ่ยถาม
“ใช่ ฉันอยากให้เราเป็นอะไรที่มากกว่านี้” เขาตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจ
ด้วยเหตุนี้ ซูปร้าเริ่มที่จะก้าวไปข้างหน้าเพื่อพบกับอีกชีวิตหนึ่งหลังจากความคิดที่ตีแผ่เริ่มเปลี่ยนไป การเรียนรู้เพื่อค้นหาความรัก ฟื้นฟูการมองโลกในแง่บวก ผ่านการมองเห็นตัวตนที่แท้จริงของกันและกัน
ภาพการรักในโลกที่ต่างกันและโลกแห่งความเสมือน ในเส้นทางที่พวกเขาช่วยให้กัน เจริญเติบโตจากใจ พวกเขาได้เห็นค่านิยมของแต่ละคน และไม่จำเป็นต้องกังวลอีกต่อไป เพราะความรักในโลกเสมือนจะทำให้พวกเขาเรียรู้ถึงความสำคัญของความรักในชีวิตจริงได้
มันได้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความรักที่ซูปร้าเคยฝันถึง การเติบโตในทุกขั้นตอนของความรักและการมีปฏิสัมพันธ์กัน คุณค่าที่แท้จริงของการอยู่ร่วมกันที่สำคัญยิ่งกว่าการอยู่ในโลกเสมือนที่ไม่มีที่สิ้นสุด