ลมหายใจเหนือเมฆา
“ชั้นสอง หรือชั้นสี่ล่ะคะ?” เสียงหญิงวัยกลางคนถามขึ้นขณะยื่นกุญแจให้จันทร์เจ้าที่กำลังดึงกระเป๋าใบโตตามแรงของตัวเอง วินาทีแรกที่เธอเงยหน้ามองบน ก่อนเห็นช่องว่างโปร่งแสงใต้หลังคาที่ทอดยาวสุดสายตา เธอกลืนน้ำลายลงคอ ความหวาดกลัวค่อย ๆ ลุกลามจากปลายเท้าขึ้นมาถึงยอดอก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ชั้นสี่ค่ะ…” จันทร์เจ้าตอบเสียงเบา เธอไม่ได้กลัวความเคลื่อนไหวของลิฟต์แก้วโปร่งที่วิ่งขึ้นลงด้วยสายไฟสีเงิน แต่กลัวสิ่งที่มองไม่เห็น ฤดูฝนบนฟ้ายังไม่มาแต่กลิ่นอายเหงาของลูกเมฆลอยต่ำ เหมือนจะรออะไรบางอย่างอยู่
ลิฟต์เปิดออก เธอเข้าไป สายตากวาดผ่านกระจกใส เห็นเมืองนภานครเบื้องล่างลอยอย่างสง่างาม อาคารบ้านเรือนแบบไทยผสมเรโทรสีลูกกวาดตั้งเรียงรายบนแพฟ้า เธอสูดลมหายใจลึกจนใบหน้าแนบกระจกลิฟต์ กล้าหรือไม่กล้า? เธอเองก็ยังไม่แน่ใจ
เสียงเคาะประตูดังขึ้นขณะจันทร์เจ้าวางกระเป๋าลงบนเตียงไม้เตี้ย “ขอเข้ามาได้ไหม?” เด็กหญิงผมโกนข้างดวงตาประหลาดโผล่หน้ามา ทันทีที่เธอก้าวเข้ามา กลิ่นดอกบุหลันก็แผ่เข้าจมูก “เราแก่นฝัน ห้องตรงข้ามมาเอง เธอใหม่สินะ”
“จันทร์เจ้า…ฉันมาอยู่กับแม่ แต่—” เธอหยุดคำพูดครึ่งประโยค ไม่อยากเอ่ยถึงพี่ชาย
“แปลกจริง ที่นี่ใครมักจะจากไปเงียบ ๆ หน้ากล่องจดหมายโล่งอยู่ปีหนึ่งเต็ม!” แก่นฝันว่า พลางทิ้งตัวลงนั่งขวางบนเตียงพร้อมเสียงหัวเราะหยอกล้อ จันทร์เจ้าผ่อนลมหายใจเล็กน้อย
ทั้งสองเดินสำรวจบริเวณตึก ราวจับริมระเบียงคล้ายสะพานแห่งอนาคตปกคลุมด้วยไอน้ำเย็น ๆ อากาศด้านนอกปลอดโปร่งแต่ในหัวใจจันทร์เจ้ากลับอึดอัด ราวกับปลายเชือกความหวังของเธอกำลังพันแน่นในห้วงเมฆสีหม่น
“แก่นฝัน เธอไม่กลัวอยู่สูง ๆ เหรอ?” จันทร์เจ้าถามในขณะที่ขามีอาการสั่นน้อย ๆ อยู่ริมราว
“ที่นี่มันมีอะไรน่ากลัวกว่าความสูงเยอะ ถ้าเธอรู้เรื่องกล่องเวทมนตร์มั่งไหม?” เด็กสาวหัวเราะเสียงเบา ก่อนหยิบสมุดโน้ตสีชมพูขึ้นมาขีดเขียนอะไรบางอย่างอย่างรวดเร็ว
จันทร์เจ้ามองไปรอบ ๆ เมือง พลันเห็นเงาลาง ๆ ของชายหนุ่มคนหนึ่งบนชั้นดาดฟ้า เธอกลืนน้ำลายลงคอ พลางเบือนหน้าหนี
ค่ำนั้น เธอฝันถึงเสียงร้องเรียกจากใครบางคน เสียงนั้นหยุดอยู่ริมสะพานแก้วหน้าหอสมุด เธอลุกขึ้นโดยมีหยาดเหงื่อไหลซึมหน้าผาก นาฬิกาบอกตีห้าสิบสี่นาที ก่อนที่หอพักจะตื่น
ที่ห้องเรียนตอนเช้า ครูเอื้อยทัก