แสงสีสุดขอบฟ้า
ม่านแสงแหลมทองลอดผ่านใบพัดเทอร์ไบน์ขนาดยักษ์ ดาดฟ้ากว้างมีเสียงเครื่องยนต์ครวญครางตลอดเวลา เรย์เหยียบพื้นเหล็กเย็นเฉียดขอบเมืองลอยฟ้า ไหล่เขามีคราบดินดำจากงานซ่อมท่อส่งพลังงาน “เดี๋ยวสิ! อย่าเดินไปไกลนะเว้ย!” คีทตะโกนหลังจากวิ่งตามมา โดยมีสายลมพัดสะบัดปลายแขนเสื้อกับอารมณ์กระวนกระวายของเขา เรย์เหลียวไปมองพลางถอนหายใจ อิวามิยืนมือถือสมุดดิจิทัลแนบอก สายตาหลบเลี่ยงจากทั้งสอง ข้างล่าง รอยร้าวจากท่อพลังงานใหม่ฉาบลงบนโครงสร้างเหล็กสีซีด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“จะไปไหนกันแน่ จะไปบ่นให้ใครฟังว่าตางค์ค่าแรงลดอีกแล้วเหรอ?” อิวามิถามเสียงเรียบ เย็นชาแต่ลึก ๆ แฝงความกังวล เรย์หยุดฝีเท้า เงียบไปเล็กน้อยก่อนตอบ “ไม่ใช่เรื่องค่าแรงหรอก…เมื่อเช้ามีประกาศว่ามีคนหายอีกคน” คีทเบิกตากว้าง “เอาอีกแล้วนะ?!”
เสียงไซเรนลากยาวดังผ่านลำโพงข้างหอคอยกลางเมือง สายลมบนฟ้าสะกิดความกลัวในใจทั้งสาม ขณะที่แสงแดดตกกระเช้า ลำแสงฉายส่องสะท้อนใบหน้าทีละคน
ทั้งสามเดินลากเท้าผ่านสะพานเชื่อมที่โล่งแจ้ง แนวท่ออากาศและบันไดสแตนเลสดูเก่าคร่ำคร่า เสียงฝีเท้ากระทบเหล็กดังสะท้อน บทพูดเงียบลงชั่วขณะ หน้าจออิเล็กทรอนิกส์ริมทางแวบสัญลักษณ์ ‘การคัดเลือก’ ขึ้นมาอีกครั้ง
คีทเอียงตัวหลบสายตาวงจรป้องกันและกระซิบ “นายคิดจะไปยุ่งกับเรื่องแบบนั้นจริง ๆ เหรอ ถ้าโดนจับได้คือจบอนาคตเลยนะ” เรย์สบตาแน่นิ่ง อิวามิ ไม่กล้าแย้งชัดเจน
ในห้องน้ำแคบๆ ของห้องเรียนกลางอากาศ เรย์เปิดแท็บเล็ตแอบสแกนข่าวลับเกี่ยวกับ ‘เด็กหาย’ นิ้วแบบข้อความไปเจอรายชื่อที่โดนลบ คิ้วขมวด “มันไม่มีข้อมูลอะไรเลย…เขาทำเหมือนไม่เคยมีใครหายไป” อิวามิยื่นมือมา ช่วยปลดล็อกระบบนิรภัยและดูดข้อมูลชั่วพริบตา ก่อนจะชักมือกลับไปอย่างระแวง
แสงสีฟ้าจากหน้าจอขับเงาบนใบหน้าอิวามิ เธอกลืนน้ำลาย ส่ายหน้า “พ่อฉันเคยพูดว่าถ้าเมืองนี้ไม่มีใครสงสัย ก็จะไม่มีใครตายฟรีเลย…” เรย์มองเธอนิ่ง กฎห้ามซักถามของเมืองก้องอยู่ในหัวใจ
เสียงออดเร่งดังกึกก้อง เด็กในชุดนักเรียนแยกย้าย เรย์คว้ากระเป๋า อิวามิโดยสารทางเดินลอยฟ้าบนบันไดขด หัวใจร่วงวูบ คีทเดินข้าง ๆ คอยเหลียวซ้ายขวา ก่อนกระซิบว่า “ครั้งสุดท้ายที่พี่ชายฉันหาย ก็เพราะไปวุ่นวายเรื่องพวกนี้” เรย์สะดุ้ง ไม่อยากยอมรับว่าตัวเองกลัวเหมือนกัน
ระหว่างพักกลางวัน คีทพยายามเปลี่ยนเรื่อง ชวนเรย์โยนลูกเหล็กบนลานดาดฟ้า เพื่อเบี่ยงเบนสายตากลุ่มสารวัตรเมือง กลิ่นน้ำมันเครื่องผสมเหงื่อเย็นเพราะลมแรง แต่อิวามิไม่ละสายตาจากควันบางจางเหนือหอคอยหมายเลข 9
เรย์กัดริมฝีปาก เลือกจะขอให้อิวามิขโมยรหัสผ่านห้องข้อมูลกลางเมือง “แค่ครั้งนี้นะ” อิวามิลังเล “ฉันไม่อยากกลับไปยุ่งกับพวกนั้นอีก” ประโยคล่องลอยอัดแน่นด้วยอดีตที่ไม่มีใครกล้าถาม คีทฟังดูเงียบลง กำหมัดแน่น
ค่ำคืนแทรกตัวมาพร้อมสายลมหนาว สามสหายรวมตัวในโกดังรูลับใต้โรงงานเทอร์ไบน์ คีทสอดแนม ประตูไฟช็อต “งานนี้ได้เรื่องจริงหรือไม่ไม่รู้ แต่เราไม่มีเวลาแล้ว” เรย์เข้ารหัสหน้าจอด้วยมือสั่น พอเปิดไฟล์ได้ รูปเด็กที่โดนประกาศหายตัวโผล่มาชัด ลึก ๆ มีชื่อคนคุ้นเคย “จุน…?”
“เขาเป็นเพื่อนนายเหรอ?” คีทเอ่ยเสียงห้วน เรย์เบี่ยงหน้า อายที่ปล่อยให้เรื่องเลยเถิด อิวามิก้มหน้าซ่อนน้ำตา
ตลอดวันต่อมา คณะกรรมการเมืองประกาศแจ้งหยุดทำกิจกรรมกลางแจ้ง ขณะเดียวกับที่ยานลาดตระเวนเพิ่มเวรยามรอบจักรวาล สายตาทุกสายจับจ้องเด็กวัยรุ่น แต่ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากพูดถึง ‘การคัดเลือก’
คืนหนึ่งกลางทางเดินโล่ง ทันทีที่ลิฟท์พิเศษหยุดชั้นที่ 32 อิวามิรีบพาเพื่อนแอบเข้าไปในแผนกผลิตพลังงาน ใต้แสงขาวอึดอัด วัตถุกระจกเงาเผยภาพสะท้อนของทั้งสาม พวกเขาสะดุ้งเมื่อได้ยินเสียงถอดล็อกตู้อัตโนมัติ
เสียงลมหายใจสะดุดของเรย์ดังขึ้น “เราต้อง…ไปข้างในให้สุด ถ้ามีอะไรผิดพลาด เอาฉันไปแทนก็ได้” คีทตาแดงฉาน “เลิกพูดแบบนั้นสิ!” แต่เรย์ไม่ยอมถอย
ในห้องควบคุมย่อย อิวามิพบแฟ้มลับสุดยอด ภาพวงจรกล้องจับตอนที่เด็กถูกส่งเข้าสู่ระบบพลังงาน วิดีโอช็อกสายตา “พวกเขา…เอามนุษย์ไปแลกกับพลังงาน?!” คีทล้มพับลงกับพื้น อิวามิหน้าซีด
เสียงเตือนภัยดังลั่น คนดูแลเมืองตรวจพบผู้บุกรุก กลุ่มเจ้าหน้าที่ไล่ล่าทันที คีทคว้ามืออิวามิ วิ่งฝ่าแสงไฟด้านข้าง เรย์เลือกวิ่งเข้าไปล่อเจ้าหน้าที่ให้พ้นทางเพื่อน
เสียงอึกทึกปะทะกับเจตจำนงค์ ทั้งสามหลบเข้าโกดังเก็บของเก่า อิวามิร้องไห้เงียบ ๆ เรย์เอื้อมแตะแขนเธอ “ถ้าเธอกลัว จะกลับก็ได้นะ…” แต่เธอส่ายหน้า “ฉันต้องรู้ว่าพ่อเกี่ยวด้วยรึเปล่า” คีทเช็ดน้ำตาด้วยหลังมือ “ทุกคนในเมืองนี้ต่างก็โกหก…”
เรย์พบโค้ดลับหนึ่งในแฟ้ม อาจปลดล็อกโปรโตคอลหลักของหอคอยกลางเมืองได้ แต่เสี่ยงมาก อิวามิลังเลหันหาคีท “ถ้าฉันทำ เธอต้องพึ่งพาฉันนะ” เรย์พยักหน้า
กลางคืนที่เงียบเชียบ ทั้งสามออกเดินทางสู่หอคอยกลางเมือง แสงไฟถนนกระพริบวูบวาบในหมอก เมฆสีม่วงบดบังเส้นขอบฟ้า ทุกก้าวเต็มไปด้วยความกลัวกับสติที่เริ่มแตกร้าว
เรย์ย้อนคิดถึงพ่อแม่ที่จากไป เพื่อนที่หายตัว ความสงสัยกับบาดแผลในใจ ชั้นบนสุดของหอคอยสุดท้ายปรากฏประตูลับขนาดใหญ่ ก่อนเข้าไป เรย์หยุดนิ่ง “ถ้าเราไม่กลับออกมา ฉันอยากขอบใจที่มีพวกนายอยู่ด้วย” คีททุบไหล่ “พูดมาก เดี๋ยวก็ซวย!”
บานประตูเปิดออก เสียงคลื่นพลังงานครางอื้ออึง กลิ่นโลหะไหม้ตีจมูก โต๊ะควบคุมใจกลางห้องมีสวิตช์ฉุกเฉินเรืองแสงสีแดง อิวามิเหงื่อซึมกดรหัสผ่าน คีทเตรียมท่อนเหล็กสำหรับป้องกันตัว
เสียงประตูเหล็กอัตโนมัติปิดลงทันที กลุ่มเจ้าหน้าที่บุกเข้าจับกุม เรย์ยืนขวาง อิวามิยืนกลางแสง หน้าจอแสดงภาพวงจรทั่วเมือง เผยความจริงเบื้องหลัง ‘การคัดเลือก’ คือการชิงสละเด็กไปแปรเปลี่ยนเป็นพลังงาน
แต่เรย์กลั้นใจเดินไปหน้ากล้อง เปิดไมโครโฟน สารภาพเสียงสั่น “หากเมืองนี้ยังคงแลกอนาคตเด็กด้วยความมั่งคั่ง พวกคุณจะไม่มีวันได้ชื่นชมแสงสีที่แท้จริง”
เสียงประกาศเมืองพังครืน ข่าวสารรั่วไหลไปทั่วเขต เมืองสั่นคลอน ผู้นำคณะกรรมการออกมาเผชิญก่อนจะโดนโห่ไล่ ประชาชนคลุ้มคลั่ง ผู้นำรายหนึ่งร้อง “คุณกำลังทำลายทุกอย่างที่เราสร้าง!”
เรย์ย้อนถาม “คุณกล้าหันหน้ามองวิญญาณคนที่คุณฆ่าได้มั้ย” ความเงียบเกรี้ยวกราดเข้าครอบคลุมทั้งเมือง
เรย์ยอมอยู่เบื้องหลังเพื่อชดใช้ โดนคุมตัวพร้อมน้ำตาที่ล้นขอบตา อิวามิศจึ่กใจจากอดีตที่พ่อตนเคยมีส่วนในคณะกรรมการ คีทกำหมัดแน่น พูดเพียง “เราจะสู้ต่อ…ไม่ว่าใครจะไม่เห็นด้วยก็ตาม”
เมืองไซโดร่าค่อยสะเทือน การทดลองหยุดชะงัก ข่าวร้องขอความเปลี่ยนแปลงแพร่กระจายทุกเขต ฟ้าสีทอง ทะลุหมอกเหนือเทอร์ไบน์ เผยแสงใหม่ เหล่าเด็กที่เคยหายตัวได้รับอิสรภาพกลับคืนช้า ๆ
ท้ายที่สุด แม้ความสัมพันธ์ทั้งสามจะมีร่องรอย คีทให้อภัยเองในสิ่งที่อดีตเคยเจ็บปวด อิวามิตัดสินใจให้อภัยตัวเองและหวังเริ่มใหม่ ส่วนเรย์เติบโตขึ้น กล้าเงยมองขอบฟ้าใหม่ ไม่กลัวใจตัวเองอีกต่อไป
เสียงหัวเราะและน้ำตาสลับกันบนสะพานลอย เมืองลอยฟ้าค่อย ๆ เปิดรับแสงสุดขอบฟ้า ความหวังปรากฏใหม่ในใจของเยาวชนทุกคน