ความรักระหว่างเส้นขนาน
ในช่วงเย็นวันหนึ่งของฤดูใบไม้ผลิ เจนนี่นั่งอยู่ในสวนของมหาวิทยาลัย ขณะที่อาร์มเดินเข้ามาพบเธอ ทำให้ความรู้สึกในใจเริ่มผลิบานพร้อมกับดอกไม้รอบตัว ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทั้งคู่ได้สัมผัสถึงความหวานที่สวยงามในช่วงชีวิตนิสิตที่มีแต่ความฝันและแรงบันดาลใจ เมื่อเสียงหัวเราะจากเพื่อนบรรเจิดในบรรยากาศรอบข้าง แต่กลับมีสิ่งที่กดดันที่มองไม่เห็นอยู่ในใจของสองหนุ่มสาว
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!อาร์มเป็นคนที่ตั้งใจเรียน เขามักจะใช้เวลาไปที่ห้องสมุด มากกว่าการออกไปเที่ยวตามปกติ เพื่อน ๆ พยายามชักชวนเขาให้ไปปาร์ตี้ เขากลับปฏิเสธทุกครั้ง แต่ต่างจากเจนนี่ที่เป็นสาวสดใสร่าเริง เธอนำความร่าเริงมาแก่กลุ่มเพื่อน และยังอยู่ในสายตาของอาร์มเสมอ
คืนหนึ่ง เมื่อถูกดันให้มาเข้าร่วมงานปาร์ตี้ เจนนี่พบว่าอาร์มกำลังนั่งอยู่ข้างนอก ตั้งใจสิงสถิตย์อยู่ในโลกของหนังสือ เธอจึงตัดสินใจเข้าไปนั่งข้าง ๆ พร้อมกับถามว่า “ทำไมไม่เข้าร่วมกับเพื่อน ๆ ล่ะ”
อาร์มเงยหน้าขึ้นมองเธอ แสงไฟหรี่ ๆ ทำให้เห็นรอยยิ้มเล็กน้อยบนใบหน้าของเขา “จริง ๆ ผมแค่ต้องการทำคะแนนให้ดีในเทอมนี้ ผมไม่อยากเสียเวลากับเรื่องบ้า ๆ น่ะ” เขาตอบอย่างสุภาพ แต่เสียงในใจกลับคอยบอกว่าเขาอยากอยู่ใกล้เธอ
เจนนี่รู้สึกถึงการดึงดูดในระยะห่างที่ปลอดภัย เธอใช้โอกาสนี้เปิดใจพูดคุยเรื่องการเรียนการสอนในมหาวิทยาลัย จนกระทั่งอาร์มไม่สามารถปฏิเสธได้อีกต่อไป สองคนเริ่มพบกันอยู่บ่อยครั้งจนเกิดความสัมพันธ์ที่กระชับขึ้น
แต่สิ่งที่พวกเขายังไม่รู้ก็คือ ความรักที่กำลังเติบโตมีสิ่งชั่วร้ายซ่อนอยู่ในความสัมพันธ์ของครอบครัวทั้งสองฝ่าย สภาพรมของอาร์มเป็นที่น้องชายคนเดียว จึงมีความคาดหวังจากพ่อแม่ให้เขาทำคะแนนให้ดีในชีวิต เขาต้องพยายามไม่ให้ความรักมารบกวนการเรียน
ขณะที่ไม่ได้ตั้งใจให้ความรักมีความหนักหน่วงขึ้นไปอีก อำนาจความรักกลับทำให้เจนนี่เริ่มรู้สึกถึงความกดดัน ทั้งสองคนพยายามจะหาเวลามาให้กันในช่วงสุดสัปดาห์ และหนึ่งในช่วงเวลานั้นเอง ขณะที่เขานั่งอยู่ในสวนด้วยกัน เจนนี่ถามอย่างตรงไปตรงมา “ทำไมเราถึงไม่สามารถรักกันอย่างเปิดเผยได้?”
อาร์มรู้สึกถึงการต่อสู้ในใจ เขาไม่แน่ใจว่าจะตอบอย่างไร เขาเคยสบตากับเธอและรู้สึกว่าในที่สุดโลกใบนี้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ความรักของพวกเขาจะต้องยืนยาว แต่เสียงจากภายนอกกลับสร้างให้เกิดความหวาดกลัวว่าเขาจะต้องเลือกระหว่างความรักกับอนาคต
ไม่นานหลังจากนั้น รถยนต์ของพ่อแม่ซึ่งมาจากต่างจังหวัดมาถึงที่มหาวิทยาลัย พวกเขาได้ทราบเกี่ยวกับเจนนี่และได้มีโอกาสพูดคุยกับเธอ ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกไม่พอใจต่อความสัมพันธ์นี้ พวกเขาสั่งให้เขาเลิกติดต่อกับเจนนี่ และไม่สามารถออกไปเห็นเธอได้อีก
อาร์มรู้สึกเหมือนขาดอากาศหายใจ มันคือช่วงเวลาที่มาหมดหวังเพียงเพราะคำพูดของผู้ใหญ่ในชีวิตของเขา ขณะที่เขานั่งอยู่ในห้องเรียน จู่ ๆ จิตใจเขาหวนคืนช่วงเวลาก่อนหน้านี้ที่เคยสัญญาว่าจะทำทุกอย่างเพื่อตามหาความฝัน แต่ตอนนี้เขาต้องเลือกระหว่างอนาคตของตัวเองกับความรักที่เขามี
ถึงแม้ทั้งสองคนจะต้องห่างกัน แต่ความรักกลับไม่จางหาย ในทางกลับกัน พวกเขารู้สึกถึงความรักที่เติบโตขึ้นอย่างเน้นหนัก ขณะที่วันเวลาผ่านไป ทั้งคู่ต่างเรียนรู้อะไรบางอย่างที่ยิ่งใหญ่กว่าเพียงเพื่อจะรักกัน
เสียงจากเพื่อนที่คอยตั้งคำถามถึงความสัมพันธ์ระหว่างองค์กรและอาร์ม ทำให้เขารู้ว่าตนต้องเลือกแบบใด เมื่อถึงเวลาที่เจนนี่จะต้องเริ่มต้นเป็นนักออกแบบ ผู้อำนวยการที่มองเห็นความสามารถของเธอขอให้เธอย้ายไปที่กรุงเทพฯ เพื่อทำงานที่ดีกว่า และในวันที่เธอเข้ามาในตัวเมือง ทุกอย่างกลับจบลงด้วยการโต้แย้งกับพ่อแม่ของอาร์มผู้ไม่เข้าใจการตัดสินใจของลูกชาย
ทุกสิ่งดูกระจัดกระจายไปในนาทีที่ความรักคืนดีอยู่มุมหนึ่งของห้วงเวลา เขาตัดสินใจในการตัดสินใจครั้งสุดท้ายว่าจะเลือกอะไร ซึ่งมันจะนำเขาไปสู่อนาคตของเขา สิ่งที่เขาเลือกในที่สุดจะมาเติมเต็มอีกครึ่งหนึ่งหรือทำให้หายไปมากกว่าที่เขาคาดหวัง
เมื่อสุดท้ายอาร์มหันกลับมาทบทวนสิ่งต่าง ๆ เขาก็พบว่าความรักนั้นมากกว่าความทะเยอทะยาน และของที่ดีในชีวิตมันต้องมีการต่อสู้เพื่อมัน และเขาจะหวนคืนไปยังเจนนี่ที่รออยู่ด้วยความรักอยู่ ที่อยากให้เขากลับไปเพื่อสร้างอนาคตร่วมกัน
ในตอนสุดท้าย เสียงของเจนนี่ดังอบอุ่นในใจของเขา “ถ้าไม่มีความรัก อนาคตบล็อกไว้ในภาพของจริง มิตรภาพทำให้ทุกคนอยู่ด้วยกัน” ความรักที่ต้องสู้กันเช่นนี้ ไม่ว่าระหว่างเส้นขนานนั้น จนกระทั่งได้เป็นอะไรที่มีค่ามากในชีวิตของทั้งคู่