เทศกาลคำมั่นของนที
เสียงระฆังคณะดังบอกเวลาที่อาคารเก่าของคณะศิลปกรรมในมหาวิทยาลัยปิดเทอมเล็ก ๆ ทุกคนที่เดินผ่านต้องหลบกระเป๋านักศึกษาที่วางไว้ไม่เป็นที่ เพราะวันนี้เป็นวันประชุมใหญ่เพื่อขอทุนรายการกิจกรรมชมรมภาพยนตร์ประจำปี และคนที่ยกมือขอพูดคือ นที — ประธานชมรมผู้มีรอยยิ้มเช่นเดียวกับนิสัยที่ชอบรับปากมากกว่าคิด
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เอาอย่างนี้นะครับ” นทีเริ่มด้วยความมั่นใจจนเสียงประชุมเงียบลง “พวกเราจะจัด ‘เทศกาลภาพยนตร์ชุมชน-คลับ’ สองวัน มีการฉายวงกว้างเชิญศิษย์เก่า มีงานเสวนา มีบูธขายของ มีสตรีมสด ผมรับรองว่าจะเพิ่มผู้ชมและชื่อเสียงให้คณะแบบที่กรรมการเห็นแล้วต้องอึ้ง”
เสียงครางเบา ๆ จากคนที่รู้จักนทีดี — มะปราง ประธานฝ่ายประชาสัมพันธ์ของชมรม ส่งสายตาแบบเดียวกับคนที่เคยเห็นลูกบอลหิมะกลิ้งลงจากเนินแล้วรู้ว่ามันกำลังจะกลายเป็นหิมะถล่ม
“อ๊ะ อึ้งแบบไหน?” อาจารย์มนตรี ผู้คุมงบประมาณถามด้วยความระมัดระวัง “งบมีจำกัดนะนที เหตุผลที่ต้องขอสรุปรายละเอียดคือ—”
นทียิ้มทำตาหวาน “ผมมีคนช่วยสนับสนุนแล้วครับ”
“ใคร?” มะปรางทวนเสียงต่ำ ก้มตัวมองสมุดจดของเธออย่างหวาด ๆ
“อาจารย์เกษม วินัยเกียรติ” นทีตอบเหมือนพูดชื่อเพื่อนสนิท “เขาเป็นศิษย์เก่าที่ทำบริษัทโปรดักชัน มีความสัมพันธ์กับนักหนังอิสระ จะช่วยโปรโมตและเชิญคนในวงการมาเป็นวิทยากร”
อาจารย์มนตรียักคิ้ว “คุณแน่ใจเหรอว่าสามารถติดต่อได้?”
“แน่นอนครับ ผมคุยไว้แล้วเมื่อคืน เขาบอกว่าอยากสนับสนุนเด็กๆ” นทีตอบโดยไม่ขยับเลยสักนิดว่าคำพูดของเขาเป็นภาพฝันมากกว่าความจริง
หลังประชุม เสียงกระซิบฉับๆ ของเพื่อนในชมรมดังกว่าเสียงระฆังในหัวของนที
“มึงคุยกับใคร?” บิ๊ก ถ่ายรูปขั้นเท่ห์ของชมรมถามเสียงดัง “ใครอยากช่วยเราจริง ๆ ล่ะ?”
“ผมแน่ใจ ผม…ผมคุยแล้ว” นทีพึมพำ “เขาอยากกลับมาช่วยมหาลัย เราจะมีป้าย โลโก้ของเขาด้วย”
มะปรางยืนหน้าตึง “ป้าย? ใครจะอนุมัติให้เอาป้ายบริษัทคนอื่นมาตั้งในงานชมรม?”
นทีกวาดมือ “ไม่ต้องห่วงครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง”
มะปรางถอนหายใจยาวจนดูเหมือนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นใบปิดประกาศประจำคณะ “นที นายมีนิสัยแบบนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่ง เมื่อไรจะเรียนรู้ว่าคำว่า ‘จัดให้’ มันไม่ใช่เครื่องประกันโลก”
“ผมเรียนรู้! ผมเรียนรู้ทุกวัน แต่ครั้งนี้ต่างออกไป” นทีตอบ อ้อนวอนเหมือนคนขโมยของในร้านแล้วสัญญาว่าจะไม่ทำอีก “เชื่อผมเถอะ”
เช้าวันถัดมา นทีเปิดกล่องข้อความอีเมลและโซเชียลมีเดียด้วยความตื่นเต้น — แต่ไม่มีข้อความยืนยันจากอาจารย์เกษม ไม่มีการรีโพสต์ ไม่มีสัญญาณใด ๆ ที่บอกว่าฝันของเขาจะเป็นจริง
เขาตัดสินใจทำสิ่งที่เขาคิดว่าชั่วคราวและไม่มีทางเสียหาย: โพสต์เชิญประกาศในเพจของชมรมโดยอ้างว่าได้รับการสนับสนุนจากบริษัทโปรดักชันของอาจารย์เกษม พร้อมภาพโลโก้ที่เขาออกแบบเองในโปรแกรมออนไลน์
“แป๊บเดียวก็หาย” นทีบอกตัวเอง “ใครเขาจะตามมาจริง ๆ”
แต่โซเชียลไม่ยอมหยุดแค่คำพูด เสียงชื่นชมและคำถามไหลมาเป็นน้ำ “นี่จริงเหรอ? จะมีแขกรับเชิญเยอะไหม?” บางคนคอมเมนต์ “อยากได้บัตรฟรีๆ สักใบนะคะ”
และแล้วเหตุการณ์เริ่มลื่นไหลเหมือนการวางชิ้นโดมิโน่เอียง ๆ ที่ไม่มีใครดูแลให้ตรง
วันหนึ่งมีอีเมลจากบัญชีปริศนาส่งมาหาเพจของชมรม — เป็นข้อความสั้นๆ ว่า “ยินดีสนับสนุน ขอรายละเอียดเพิ่มเติม” คนในชมรมเก็บมันไว้เป็นหลักฐานเพื่อส่งให้อาจารย์มนตรี — ข้อความนี้ทำให้นทีต้องยิ่งกลัว แต่ในขณะเดียวกันก็เริ่มตื่นเต้นเพราะมีน้ำหนักของความจริงส่องแสงขึ้นมานิดหนึ่ง
“นี่คือจุดเริ่มต้น” นทีกระซิบกับตัวเอง “ไม่ใช่ปัญหา ใหญ่แค่มีรายละเอียด เหตุการณ์มันจะไปไกลกว่านี้ได้”
มะปรางจ้องเขา “นที นายคิดจะทำยังไงถ้าพวกเขาขอรายชื่อแขกจริงๆ หรือขอการประชาสัมพันธ์ร่วม?”
“ผมมีแผนสำรอง” นทีตอบแล้วยิ้มแบบนักขาย “เราจะจัดกิจกรรมที่น่าสนใจ มีเวิร์คช็อปสั้นๆ กับอาจารย์ในคณะ รวบรวมศิษย์เก่าที่อยู่ใกล้ๆ มาเป็นวิทยากร เสิร์ชหาใครก็ได้ที่อยากมาช่วย”
อัย เพื่อนรักที่เชี่ยวชาญเรื่องเทคโนโลยีถอนหายใจ “แกคิดว่ามันเหมือนการออกแบบหนังเหรอ นที? เขียนบทแล้วทุกคนจะเล่นตามบทเหรอ?”
“ก็ประมาณนั้นแหละ” นทีตอบอย่างจริงจัง “แต่บทนี้ผมจะอัพเกรดเป็นหนังฟูลพีช”
มะปรางสัมผัสเสื้อแขนเขา “เรื่องตลกคือนายเชื่อมั่นใน ‘คำมั่น’ ของตัวเองมากกว่าความจริง”
เวลาผ่านไป ความคาดหวังของชมรมและของคณะถูกขึงด้วยภาพที่นทีวาดในคำพูดของเขาเอง ส่งผลให้การเตรียมงานกลายเป็นห่วงโซ่ของความเข้าใจผิด
เพื่อน ๆ ต้องทำหน้าที่ที่เกินกำลัง — บิ๊กต้องสรรหาสถานที่และติดต่อเจ้าหน้าที่จองฮอลล์ มะปรางต้องหาอาสาสมัครและออกแบบโปสเตอร์ อัยรับหน้าที่สตรีมสด ทั้งหมดภายใต้ภาพลวงตาว่ามีการสนับสนุนจากบริษัทใหญ่
แล้วในสัปดาห์แห่งความตึงเครียด บัญชีผู้ใช้ทวิตเตอร์ของมหาวิทยาลัยรีทวีตโพสต์ของชมรมพร้อมคอมเมนต์ว่า “อย่าพลาดงานใหญ่ปีนี้!” เหตุการณ์นี้ทำให้คณะอื่น ๆ เริ่มคาดหวังและมีนักศึกษามากมายจองตั๋ว แม้สถานที่จะมีความจุจำกัดกว่าจำนวนคนที่ลงชื่อไว้
“เราต้องแก้อย่างเป็นระบบ” มะปรางพูดกลางการประชุมด่วนที่ร้านกาแฟใกล้คณะ “ถ้าเรายอมให้มันเป็นความโกหกต่อไป มันจะระเบิด”
“แล้วจะให้ผมทำยังไง?” นทียกมือ “ผมเป็นคนจุดไฟเอง ผมต้องปิดไฟด้วย”
บิ๊กขำ “ฟังดูเหมือนนายกำลังจะเป็นนักดับเพลิง แต่ไม่มีประสบการณ์”
“ผมเคยช่วยลูกพี่ลูกน้องดับไฟในเตาแก๊สมาก่อน” นทีบอกอย่างจริงจัง “น่าเชื่อถือมาก”
อัยตีความเสียงหัวเราะเป็นคำสั่ง “จงยอมรับสิ่งที่เป็นจริง ยอมรับว่ามึงพูดเกินจริง และบอกคนออกไปตรงๆ”
แต่การไปสารภาพกับคนจำนวนมากไม่ใช่เรื่องง่าย นทีกลัวคำว่า ‘ผิดพลาด’ เขากลัวสายตาผู้คนและสายตาเพื่อน ๆ มากกว่าอะไรทั้งหมด เขาพยายามหาวิธีที่จะแก้ไขโดยไม่ต้องยอมรับผิด
“เราลองเชิญคนจากคณะใกล้เคียงแทนศิษย์เก่าที่ไม่มีจริง” เสียงนทีกระซิบแผน “พวกเขาอาจจะสนใจช่วยเพราะโปรเจ็กต์นี้ดี ผมคงต้องขอร้อง ใครสักคนจากคณะดนตรี หรือคณะสื่อสาร”
มะปรางทอดสายตา “นที นี่ไม่ใช่แผน แกกำลังโยนลูกบอลให้คนอื่นรับแทนความรับผิดชอบแก”
วันหนึ่งมีโทรศัพท์จากเลขาอาจารย์มนตรี — เป็นการยืนยันว่ามี ‘ผู้สนับสนุน’ ต้องการพบตัวแทนชมรมก่อนเสนองบประมาณ คนที่รับโทรศัพท์รีบหันมามองนทีด้วยความคาดหวัง
“แล้วจะให้ผมทำยังไง?” นทีกระซิบกับเพื่อนในห้องซ้อมของชมรม “ผมจะบอกว่าไม่มีจริงหรือว่ามีจริงแต่เขาขอเลื่อนนิดหน่อย”
“บอกตามตรงซิ” มะปรางตัดสินใจ “เลิกปรับแต่งความจริงเถอะ”
แต่คำนั้นพูดยากกว่าเขียน นทีโตในบ้านที่ทุกคำพูดต้องเป็นเสมือนเครื่องมือเพื่อไม่ให้เกิดการทะเลาะ ความซื่อสัตย์ของเขาถูกฝึกให้เป็นความสุภาพที่หลบเลี่ยงความขัดแย้ง เขาไม่เต็มใจจะทำร้ายความรู้สึกใครด้วยความจริง
วันที่จะพบตัวแทนผู้สนับสนุนมาถึง ห้องประชุมคณะเต็มไปด้วยผู้คน นทียืนตรงกลาง ใจของเขาเต้นแรงกว่ารอบก่อน ๆ
ประตูเปิดและคนหนึ่งก้าวเข้ามา — ผู้หญิงคนหนึ่งวัยกลางคน หน้าตาอ่อนโยน แต่มาดการแต่งตัวหยาบๆ เธอปรากฏตัวพร้อมกระเป๋าที่เหมือนจะบรรจุกล้องฟิล์มเก่าๆ
“สวัสดีค่ะ ฉันเอง — แม่ครัวชุมชน?” เธอยิ้ม “ฉันชื่อ พี่อ้อยค่ะ”
ทุกคนเงียบ
“พี่อ้อย?” บิ๊กสะกิดมะปราง “เขาต้องเป็นใครวะ?”
พี่อ้อยอธิบายเสียงเรียบ “ฉันเป็นผู้จัดการโครงการอาหารชุมชนแถวนี้ ได้ยินว่าชมรมอยากทำงานร่วมกับชุมชน เห็นโพสต์ในกลุ่มเพื่อนบ้าน ว่าอยากจัดเทศกาล มีการคาดหวังจากชาวบ้านว่าจะมีเวทีแสดงหรือเวิร์คช็อปให้เด็ก ๆ”
นทีหน้าแดง “ใช่ครับ ใช่เลย ที่คุณเห็นนี่คือความตั้งใจของเรา”
“แปลกดี” พี่อ้อยพูดต่อ “ฉันไม่ได้คุยกับใครชื่ออาจารย์เกษม แต่ถ้าต้องการคนช่วยจริง ๆ อย่างน้อยต้องมีโซนอาหารและแสดงศิลปะพื้นบ้าน ผมมีทีมอาสาสมัครที่สามารถมาช่วยได้”
ห้องประชุมเริ่มคึกคัก เรื่องที่นทีคิดว่าเป็นหิมะถล่มกลับมีคนยื่นมือมารับ บางคนเสนออุปกรณ์ บางคนเสนอสปอนเซอร์ท้องถิ่น แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่นทีสัญญาไว้กับโลกออนไลน์
“นี่แหละปัญหา” มะปรางกระซิบ “แกสัญญาอย่างผู้ใหญ่ แต่เรื่องที่เข้ามาเป็นของชุมชนจริงๆ”
นทีเริ่มเหงื่อออก “ผมไม่รู้จะทำยังไง”
บิ๊กหัวเราะเบา ๆ “ก็แกนั่นแหละที่ต้องทำ นที คนที่เล่าเรื่องให้บรรยายก็คือคนที่ต้องจบเรื่อง”
ช่วงหลังจากนั้นเป็นการทำงานหนักแบบไม่มีสคริปต์ นทีและเพื่อน ๆ เปลี่ยนหน้าที่กันอย่างบ้าคลั่ง บางคืนพวกเขานอนบนเก้าอี้ฮอลล์ บางคืนมะปรางวิ่งหาผู้สนับสนุนชาวบ้าน บิ๊กไปติดต่อร้านขายเก้าอี้มือสอง และอัยปรับแต่งระบบสตรีมสดให้รองรับผู้ชมจำนวนมาก
ฉากที่ตลกเกิดขึ้นมากมาย — เช่นวันที่นทีพยายามสอนการใช้ไมโครโฟนให้กับเหล่าผู้สูงอายุที่มาช่วยกิจกรรม และไมโครโฟนกลายเป็นเครื่องเดินทางทางเสียงที่ทำให้พ่อค้าแม่ค้าที่ขายข้าวเหนียวเผือกในตลาดหัวเราะจนต้องร้องเพลงเพราะเสียสมาธิ
“นที นี่เรียกสตรีมสดหรือสตรีมฮา?” อัยถามขณะสลับสายสัญญาณ “คนดูโผล่มากกว่าที่คิด หมายเลขผู้ชมขึ้นเรื่อย ๆ”
“เยี่ยม!” นทีร้องด้วยความโล่งอก “อย่างน้อยก็ไม่เหงา”
มะปรางจ้องหน้าเขา “แต่ยังไม่มีอาจารย์เกษมจริง ๆ นะ”
“ไม่เป็นไร เราไม่ได้ต้องการคนมีชื่อเสียง เราต้องการคนที่เชื่อจริง ๆ” นทีตอบเสียงจริงจังขึ้นมาครั้งแรกในเรื่องนี้
กลางงานวันแรกเต็มไปด้วยสีสัน ชาวบ้านนำขนมมาขาย เด็ก ๆ มาวาดภาพ และมีการฉายหนังสั้นของนักศึกษาที่ทำให้ผู้ชมหัวเราะและซาบซึ้งในเวลาเดียวกัน ผู้ชมล้นฮอลล์จนต้องเปิดพื้นที่ลานกลางแจ้งเพื่อฉายพร้อมสตรีมสด
แต่แล้วความเข้าใจผิดเก่ายังตามมาหลอกหลอนไปเรื่อย ๆ — ข่าวลือเรื่องสปอนเซอร์ ‘บริษัทอาจารย์เกษม’ ถูกเผยแพร่ไปยังเพจข่าวมหาวิทยาลัย ทำให้บรรณาธิการรายหนึ่งโทรมาถามว่า
📖 อ่านเรื่องสั้น นิยาย และการ์ตูนฟรี
https://taleplotter.com
🌐 ติดตามผลงานและเว็บไซต์ในเครือ
📖 นิยายและการ์ตูน
https://taleplotter.com
🛒 ไอเดียสินค้าและรีวิว
https://theideaofproducts.com
🍳 สูตรอาหาร
https://dinnerstudio.net
📚 บทเรียนคณิตศาสตร์
https://infinitytutor.org
🎨 สินค้า POD และงานออกแบบ
🛍️ Redbubble
https://grafititee.redbubble.com
👕 TeePublic
https://tee.pub/lic/Grafititee
✨ ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนผลงานครับ
Tags: มหาวิทยาลัย, เพื่อนซี้, ตลก, coming-of-age, ความรับผิดชอบ