เพียงเสี้ยววินาทีที่เราหลุดพ้น
แสงแดดอ่อนๆ ยามเช้าเล็ดลอดผ่านผ้าม่านกระทบโต๊ะเขียนแบบ อิฐนั่งก้มหน้าอยู่กับกระดาษลายเส้นที่ยังไม่เสร็จ เสียงนาฬิกาเดินติ๊กๆ เป็นจังหวะเดียวกับใจเขาเต้น เงาของมือยาวเรียวขีดเส้นบางๆ บนแผ่นกระดาษ เหงื่อซึมตื้นบนหน้าผาก แม้ในห้องจะเย็นยะเยือกจากแอร์ แต่ความกังวลในใจทำให้อากาศอบอ้าว อิฐรอคอยอะไรบางอย่าง บางอย่างที่เขาไม่กล้าบอกตัวเอง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงประตูห้องเปิดเบาๆ ฟางก้าวเข้ามาพร้อมรอยยิ้มบางๆ กระเป๋าสะพายวางไว้ข้างโต๊ะ เธอโบกมือให้เพื่อนๆ แต่สายตาเหลือบมามองอิฐเป็นพักๆ
“เช้าแล้ว ยังทำอยู่เหรออิฐ” ฟางแหย่เบาๆ พลางนั่งลงข้างๆ กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ของเธอลอยมากระทบ อิฐเงยหน้าขึ้นช้าๆ ตาพร่าเพราะไม่ได้นอนทั้งคืน
“ก็…เหลืออีกนิด” อิฐตอบเสียงแผ่ว มือยังขีดเส้นต่อ แม้หัวใจจะไหววูบทุกครั้งที่ฟางเข้าใกล้
ฟางพยักหน้ารับ เธอวางหนังสือบนโต๊ะแล้วลอบมองงานของเขา เส้นบางๆ คล้องเกี่ยวสลับซับซ้อนเหมือนความสัมพันธ์ของทั้งสองคน ฟางพลิกดูแปลนของอิฐอย่างสนใจ ดวงตาวาววับซ่อนรอยยิ้มลึกๆ
เสียงเพื่อนในกลุ่มโหวกเหวกเข้ามา เสียงหัวเราะปะปนกับเสียงเพลงจากลำโพงบลูทูธ อิฐมองหน้าฟางแล้วหัวเราะแผ่วๆ สายตาพวกเขาสบกันเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันหนีราวกับกลัวจะมีใครจับความลับได้
ช่วงสาย ทุกคนนั่งล้อมวงคุยเรื่องโปรเจกต์จบ ฟางถือสมุดวาดรูป แต่นั่งเงียบ มือขยับจดอะไรบางอย่างเป็นรหัส อิฐกระแอมในลำคอ เสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ฟาง ได้ข่าวว่าสอบทุนต่างประเทศติดแน่นอนแล้วเหรอ” เพื่อนในกลุ่มแซวขึ้นมา ฟางสบตาอิฐนิดหนึ่ง ก่อนจะฝืนยิ้ม
“พ่อแม่ก็อยากให้ไป…แต่ยังไม่ได้ตัดสินใจหรอก ขอคิดอีกหน่อย” เธอกล่าวสั้นๆ หัวใจเธอกระตุกเมื่อเห็นแววเศร้าในแววตาของอิฐ แม้เขาจะเบือนหน้าหนีอย่างแนบเนียน
ตอนเย็น กลุ่มเพื่อนชวนไปกินชานมที่ร้านประจำ อิฐกับฟางเดินคู่กันแต่ต่างฝ่ายต่างเงียบ เป็นความเงียบที่หนักแน่นแต่เปี่ยมไปด้วยอะไรบางอย่างที่ไม่มีใครเอื้อนเอ่ย
บนโต๊ะไม้เล็กๆ ฟางนั่งกินชานม เม็ดไข่มุกกระทบแก้วเบาๆ อิฐจ้องแก้วตัวเอง กำมือแน่นใต้โต๊ะก่อนจะพูดขึ้น
“ถ้า…ฟางได้ไปเรียนต่อ ก็ดีนะ” เสียงเขาสั่น ฟางมองเขานิ่งๆ ชั่วครู่
“อิฐว่า…ฟางควรไปจริงๆ เหรอ” น้ำเสียงของเธอเงียบและแผ่วเบา สายตาเหมือนอยากหาคำตอบ มือขยับจับหลอดแน่นหนัก
อิฐเว้นจังหวะนาน ก่อนจะพยักหน้าแต่ไม่สบตา ฟางถอนหายใจเบื่อหน่ายกับการเก็บงำของทั้งคู่
ตกค่ำ ทั้งสองกลับหอคนละทาง ฟางหยุดยืนที่สะพานลอย มองพระอาทิตย์ตก ลมเย็นปะทะแก้ม น้ำตาคลอเบ้าด้วยความกดดันกับทางเลือกในชีวิต เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้น เปิดแชทที่ไม่ได้ส่งข้อความหาดูรูปโปรไฟล์อิฐอยู่เงียบๆ
อิฐนั่งในห้อง เงื่อนไขของเสียงฝนกระทบหน้าต่าง เขาเปิดโน้ตบุ๊กเตรียมทำงานต่อแต่ใจว้าวุ่น รูปวาดของฟางที่อิฐแอบขีดไว้ในสมุดอยู่ตรงหน้า เขาสัมผัสเส้นสายแล้วปิดสมุด แววตาอ่อนล้าผสมความคิดถึง
วันถัดมาในคลาส เวลาผ่านไปอย่างเฉื่อยชา อิฐตั้งใจฟังอาจารย์แต่ไม่จดสักบรรทัด ฟางเองก็ก้มหน้าตลอด พอพักเที่ยง อิฐเดินไปเข้าคิวซื้อข้าว ฟางมาข้างๆ อย่างเงียบๆ
“เมื่อคืนดูดาวรึเปล่า” ฟางถามขึ้นมาเบาๆ ทำเอาอิฐงงไปชั่วขณะ
“ไม่ได้ดู…แต่ชอบนะเวลาดาวเยอะๆ” เขาตอบหลังจากคิดนาน
ฟางพยักหน้าแล้วเงียบไปอีกพักใหญ่
“ถ้าอิฐอยากไปดู ดาวจริงๆ ฟางจะไปเป็นเพื่อน” เธอยิ้มบางๆ แต่ในตาลึกๆ กลับมีอะไรซ่อนอยู่
ช่วงสิ้นเดือน งานโปรเจกต์เข้มข้นมาก อิฐไม่ค่อยได้คุยกับฟาง วันเวลาผ่านไปราวกับทั้งสองหายไปจากโลกกันและกัน มีเพียงภาพถ่ายกลุ่มและข้อความแสดงความเป็นห่วงที่ส่งถึงกันอย่างห่างเหิน
คืนหนึ่ง ฟางนั่งทำงานที่ห้องจนดึก ลมแรงพัดหน้าต่างให้สั่น เธอเหม่อมองเส้นขนานบนแบบที่บ้านอยากให้เธอออกแบบกับเส้นสายที่เธออยากวาดเอง
โทรศัพท์ดัง ฟางเห็นชื่ออิฐขึ้นบนหน้าจอ เธอลังเลก่อนจะรับ
“ฟาง…คือ…เราขอโทษที่หายหน้าไป พอดีงานมันเยอะ” เสียงเขาตะกุกตะกัก
“ไม่เป็นไร…เราเข้าใจ อิฐก็สู้เหมือนกันเนอะ” เสียงเธอนุ่มนวลแต่ปิดความเหนื่อยล้าไว้
อิฐนิ่ง คำพูดลอยอยู่ในอากาศ มีแต่เสียงหายใจสลับกันไปมา
“ถ้า…ฟางรู้สึกเหนื่อย…พักได้นะ ไม่ต้องฝืน” อิฐพูดอย่างลังเล
ฟางหัวเราะแผ่วๆ “ขอบใจนะ…แต่เราเคยชินกับการอดทนแล้ว”
อิฐพยายามจะพูดอะไรอีกแต่สุดท้ายก็เงียบไป
เช้าวันเสาร์ มีกิจกรรมอาสาทำสวนดอกไม้ในมหาวิทยาลัย ฟางร่วมกลุ่มกับเพื่อน อิฐเองอยู่กลุ่มอีกฝั่ง ทุกคนต้องช่วยกันย้ายกระถางดอกไม้ คนในกลุ่มฟางถือโอกาสแกล้งแซวเรื่องทุนเรียนต่อ อิฐแอบมองจากไกลๆ เห็นเธอแฝงความเศร้าไว้เบื้องหลังรอยยิ้ม
ระหว่างเดินเอากระถางไปเรียง ฟางสะดุดขากระถางล้ม ดินหกเลอะรองเท้า อิฐรีบเข้ามาช่วยเก็บด้วยสีหน้าตกใจเล็กน้อย ฟางหัวเราะกลบเกลื่อนความเขิน
“เดินดูทางหน่อย เดี๋ยวหกล้มจนได้” อิฐพูดเสียงเบาๆ ฟางมองเขาแล้วยิ้มเจื่อนๆ
“ก็มีคนคอยช่วยอยู่แล้วไง” เธอเปรยเบา อิฐชะงักไปแล้วรีบหันหนี
เย็นวันนั้น ระเบียงหอพัก ฟางนั่งเหม่อพลางวาดภาพท้องฟ้า เธอกดโทรศัพท์หาอิฐ ฟังเสียงรอสายใจเต้นแรงแต่ไม่ได้พูดอะไร ทีมสายไปในที่สุด เธอส่งสติกเกอร์แมวดำร้องไห้แทนคำพูดที่อยากพูดกับเขา
ช่วงสอบกลางภาค ความตึงเครียดกดทับทุกคน ฟางหมกตัวอ่านหนังสือ ไม่ค่อยออกไปไหน ส่วนอิฐใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในห้องสตูดิโอ ทว่า ทุกคืนก่อนนอน ทั้งคู่จะส่งข้อความอวยพรให้กันอย่างเงียบๆ เสมอ
คืนหนึ่ง อิฐเดินไปบนสะพานไม้ในมหาวิทยาลัย เหม่อมองน้ำที่สะท้อนแสงจันทร์ มือหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูข้อความที่ค้างคาใจมากมาย เขาลังเลแต่ในที่สุดก็ตัดสินใจพิมพ์ข้อความยาวถึงฟาง
แต่เขาลบทิ้งก่อนจะกดส่ง อย่างที่เคยทำมาตลอด
ช่วงหนึ่ง ฟางชวนอิฐไปเดินเล่นในงานวัด มีแสงไฟระยิบระยับ คนมากมาย อิฐท่าทางเก้ๆ กังๆ เมื่อเดินเบียดฝูงชน ฟางซื้อขนมสายไหมแบ่งให้เขา
“อิฐ…คิดว่าโชคชะตามีจริงไหม” ฟางถามขึ้นมาอย่างจริงจัง
อิฐนิ่งไป คิดนานก่อนจะตอบ “เราว่า…คนเลือกเองว่าชีวิตจะเดินไปทางไหน”
ฟางพยักหน้า เบาๆ “แล้ว…ถ้าฟางเลือกอีกทาง…อิฐจะ…” เธอหยุดนิ่ง ไม่พูดต่อ อิฐก็ไม่ถามต่อ มีแต่ความเงียบปกคลุม
คืนสุดท้ายก่อนจะประกาศผลทุน ฟางนั่งวาดภาพใต้แสงไฟสลัว น้ำตาซึมเมื่อคิดถึงคำพูดของพ่อแม่ อิฐเองนั่งอยู่ในห้อง เปิดเพลงเศร้าเบาๆ มองภาพวาดของฟางที่ซ่อนอยู่ในลิ้นชักก่อนจะหยิบขึ้นมาดูบ่อยครั้ง
เช้าอีกวัน ทุกคนรวบรวมตัวหน้าหอประชุม ฟางดูเงียบผิดปกติ อิฐเดินแยกตัวออกมา นั่งบนม้านั่งใต้ต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ เขานั่งเคาะนิ้วลงบนขา อยากลุกไปคุยแต่ไม่กล้า
ฟางลงมานั่งข้างๆ อิฐ เหมือนรู้สึกถึงพลังบางอย่าง
“อิฐ…ถ้าฟาง…ไปเรียนต่างประเทศจริง อิฐจะโกรธไหม” ความกลัวสั่นอยู่ในน้ำเสียง
อิฐกล้ำกลืนใจ นิ่งไปนานแล้วส่ายหน้า “ไม่โกรธ…แต่คงคิดถึง”
ฟางยิ้มเจื่อน สีหน้าหม่นลง “ฟางก็กลัว…กลัวทุกอย่างจะเปลี่ยน”
อิฐพ่นลมหายใจแรง เงียบไปนาน “บางที…การจากกันอาจดีกว่าการยื้อไว้นะ”
“แต่บางอย่างในใจ…มันปล่อยไม่ได้” ฟางน้ำตาซึม อิฐชะงัก เขาไม่กล้าสบตา
ตกกลางคืน ฟางเดินกลับห้องผ่านสระน้ำ เหม่อมองเงาตัวเองในน้ำ หยิบโทรศัพท์อ่านข้อความเก่าของอิฐ น้ำตาไหลลงเปื้อนหน้าจอ
เช้าวันต่อมา ฟางหายไป ไม่เข้าเรียน เพื่อนๆ มองหาจนวุ่น อิฐใจคอไม่ดี วิ่งหาตามสถานที่ที่ฟางชอบไปแต่ไม่เจอ
ในที่สุดเขาพบเธอนั่งอยู่บนชั้นดาดฟ้าหอพัก
“ฟาง…หายไปไหน! รู้มั้ยเราตามหา” อิฐพูดเสียงหลง
ฟางหันมาช้าๆ ดวงตาบวมช้ำ “เราต้องเลือกเองใช่มั้ย ว่าจะอยู่หรือไป”
อิฐเดินมาใกล้ ลังเลอยู่นาน “ถึงฟางจะไป…ฟางก็ยังเป็นฟางของอิฐอยู่ดี” น้ำเสียงเขาสั่น ลมหายใจขาดห้วง
ฟางสะอื้น “แต่ถ้าเราจากไป…กลัวว่าจะไม่เหมือนเดิม ทุกอย่างจะเปลี่ยนหมด”
อิฐนั่งลงข้างๆ ทั้งสองนั่งเงียบ มองวิวเมืองยามเย็นร่วมกัน ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจปะทะฟ้า
“อิฐ อย่าทิ้งเรานะ” ฟางพูดเสียงเบา
อิฐส่ายหน้าแน่น แม้ในแววตาเต็มไปด้วยน้ำตา ความกลัวในใจแตกต่างแต่คล้ายกัน ทั้งคู่ต่างระบายความกลัวซึ่งกันและกัน
เวลาผ่านไป ช่วงรับปริญญา ห้องประชุมเต็มไปด้วยคน อิฐยืนอยู่หน้าประตูมองหาฟางท่ามกลางกลุ่มคน รู้สึกเหมือนโลกนี้กว้างเกินไป ขณะที่พิธีดำเนินไป เธอหันมามองสบตาเขา นิ้วของฟางยกขึ้นยิ้มบางแทนคำพูด
สุดท้าย ฟางเดินเข้าไปหาอิฐหลังพิธี เธอยื่นกระดาษแผ่นเล็กที่เขาเคยขีดเส้นเล่นใส่ชื่อเธอไว้
“ฟาง…ขอบคุณที่อยู่ตรงนี้ ถึงแม้จะไม่ได้อยู่ด้วยกันตลอดไปก็ตาม” อิฐพูดเสียงสั่นๆ
ฟางยิ้มทั้งน้ำตา “ต่อให้ฟางต้องไป…อิฐจะอยู่ในหัวใจฟางเสมอ”
วินาทีนั้น สายตาสองคู่กัดกันด้วยความรู้สึกที่ไม่ต้องพูดออกมา ต่างคนต่างเติบโตในแบบของตัวเอง อดีตไม่ได้ถูกลืม แต่กลายเป็นแรงผลักให้พรุ่งนี้ดีกว่าเดิม
ในวันเดินทาง อิฐไม่ได้ไปส่งฟาง มีเพียงข้อความสุดท้ายจากเขาบนหน้าจอ
“บนฟ้า…คงมีดาวอีกมาก แต่ใจเรายังจดจำเพียงดวงเดียวที่เปลี่ยนชีวิตไปตลอดกาล
ขอบคุณ…ฟาง”
เครื่องบินลอยขึ้นเหนือฟ้าใหม่ ฟางหลับตาแน่น หยาดน้ำตารินลงบนสมุดวาด พร้อมรอยยิ้มที่บันทึกเรื่องราวของเสี้ยววินาทีที่เธอกับเขาหลุดพ้นจากอดีต…และเติบโตในวันข้างหน้าอย่างแท้จริง