ห้ามใจไม่ได้ (Among the Cherry Blooms)
เสียงเพลงจากตึกกิจกรรมมหาวิทยาลัยลอยมาแตะปลายใบหูของปัท ขณะที่เธอกำลังยืนเหม่อมองดอกชมพูพันธุ์ทิพย์โรยร่วงข้างสนาม เธอกำแนบแฟ้มโครงงานแน่น คล้ายจะเชื่อมความมั่นใจ ที่จริงแล้ววันนี้ไม่ใช่วันธรรมดา—วันนี้คือวันที่เธอต้องไปคุยกับ “กล้า” เพื่อนห้องข้างที่เธอไม่เคยคิดอยากยุ่งเกี่ยวมาก่อน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ยังไม่ไปอีกเหรอปัท” นาน เจ้าของเสียงหวานแว่วออกมาจากทางเดิน
“เดี๋ยวไป นานแค่แวะมาเอาโทรศัพท์” ปัทเสหลบสายตา ก้มหน้าดูโทรศัพท์ของตัวเองแทน สายน้ำใจจากนานทำให้เธออุ่นขึ้นเล็กน้อย
เมื่อนานเดินไป ปัทสูดลมหายใจลึก “มันก็แค่โครงงาน…” เธอพึมพำ และเดินไปตึกคณะอย่างจำใจ
ณ ห้องสมุดชั้นสอง กล้านั่งไขว่ห้างคล้ายไม่สนใจใคร เสียงหัวเราะเบา ๆ กระซิบกับกลุ่มเพื่อนของเขา พอเห็นปัทเดินมา เขาดูกระตุกเงียบลงเล็กน้อยดวงตาตวัดสายตาแวบเดียว แล้วเงียบไป
“โทษที มาสายหน่อย” ปัทเอ่ยขึ้นแผ่ว ๆ วางแฟ้มลงแรงเกินปกติ กล้ามองหน้าเธอแล้วเขยิบเก้าอี้เบา ๆ “ไม่เป็นไร รอตั้งแต่ยังไม่ได้กินข้าวเลย”
บรรยากาศนิ่งงันขึ้นมาทันที เหมือนไม่มีใครรู้จะพูดอะไรต่อ ปัทเปิดแฟ้มดูรายละเอียดงาน กล้านั่งเกร็งมือ ใบหน้ายิ้มแต่แววตาดูเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง
“งั้นเราแบ่งกันทำเหมือนปีที่แล้วไหม” ปัทพูดขึ้น
“ถ้าอยากรีบร้อน ก็ทำแบบนั้นก็ได้” กล้าตอบ คำพูดเต็มไปด้วยเสียดสีแต่เสียงเบา
ปัทชะงัก ใจวาบวูบ สายตากล้าไม่หลบหลีก “หรือว่ามีปัญหาอะไร” เธอถามนิ่ง ๆ
“เปล่า แค่…ไม่อยากให้รีบส่งเหมือนวิชาอื่น” กล้าพูดหลังจากเงียบไปพักหนึ่ง
เงียบอีกครั้ง มีเพียงเสียงกระดาษพลิก คนเดินผ่าน
“เราจะลองใหม่ ลองตั้งใจจริง ๆ ดูสักครั้ง” เขาวางมือบนโต๊ะ ใบหน้าตึงเครียดแต่ดวงตาสั่นไหว
ปัทคิดอยู่ในใจว่าทำไมกล้าดูเปลี่ยนไป เธอไม่แน่ใจว่าชอบหรือรำคาญ
หลังจากหารือ ปัทเดินออกมา สายลมเย็นแตะผิวเธอ เธอหันไปมองห้องสมุด พลางไถโทรศัพท์ สายตาพลันหยุดที่ข้อความจากแม่ “กลับบ้านเร็ว ๆ นะ พ่อจะพูดเรื่องอนาคต” เธอถอนหายใจยาว
ค่ำคืนนั้น กล้าเดินกลับหอพร้อมกับเสียงโทรศัพท์แจ้งเตือน แม่ของเขาส่งรูปพ่อในโรงพยาบาลมาให้ เขาหลบตา กลั้นใจไม่อ่านข้อความ กลับหน้าจอเพจนักวาดการ์ตูนที่เขาหลงใหลแทน กล้าขีดเส้นสายบนสมุดสีน้ำเงิน รอยยิ้มจาง ๆ ผุดขึ้นแม้หัวใจยังปวดหนึบ
วันต่อมา ปัทกับกล้านัดเจอกันที่คาเฟ่ในมหาวิทยาลัย เธอสั่งลาเต้ กล้าสั่งโกโก้ มันดูเหมือนจะธรรมดา แต่ความอึดอัดแผ่ซ่าน “เมื่อคืนอ่านเอกสารไปถึงไหน” ปัทเอ่ยเสียงเบา พยายามชวนคุยเพื่อเบี่ยงเบนความคิดจากปัญหาบ้านตัวเอง
“ก็…อ่านหน้าแรก ส่วนหน้าอื่นอะไว้อ่านพร้อมกัน” กล้าตอบ พร้อมยิ้มแห้ง ๆ
“ดราฟต์หัวข้อที่จะเสนออาจารย์…” ปัทกำลังจะพูด กล้ากลั้นหัวเราะ “พอเถอะพอ ตอนเด็กอาจารย์ที่บ้านเคร่งขนาดนี้เลยเหรอ”
“มันไม่ขำสักหน่อย” ดวงตาปัทแข็งขึ้นเล็กน้อย
“ขอโทษ…แค่รู้สึกว่าถ้ามีชีวิตแบบนั้นคงเหนื่อยเนอะ” กล้าพูดแผ่วคล้ายพยายามเอ่ยอย่างเกรงใจ
ความเงียบแทรกเข้ามา ปัทเปลี่ยนเรื่อง “แล้วพ่อแก…ดีขึ้นรึยัง”
กล้าชะงัก ท่าทีเปลี่ยนไปชั่ววูบ “ก็…ยัง” เขารีบหลบสายตา “หมอบอกว่าต้องผ่าตัดอีก” น้ำเสียงปนความห่วงว่า
ปัทยิ้มบาง ๆ “ถ้าอยากคุยก็โทรมาได้นะ ฉันไม่ยุ่งหรอก”
กล้าสบตา สีหน้าฉงนใจ พลันเปลี่ยนเป็นยิ้มอ่อนโยน “ขอบใจมากนะปัท”
เวลาผ่านไป ปัทกับกล้าทำงานด้วยกันบ่อยขึ้น เมื่อคืนวันที่ฝนตกหนัก ทั้งคู่ติดอยู่ที่ตึกคณะแค่สองคนเสียงฝนตกก้อง ห้องเรียนว่างเปล่ามีเพียงไฟสีส้มริบหรี่
“ขอโทษนะ ที่บางทีเราพูดแรง” ปัทหลบตา วางมือบนแฟ้มงาน
กล้าหัวเราะในลำคอ “ไม่เห็นเป็นไร เรามันพวกเจ้าอารมณ์เหมือนกัน”
ต่างคนต่างนิ่งไปพักใหญ่ สายฝนยังสาดกระทบหน้าต่าง
“กล้า…นายเคยรู้สึกว่าชีวิตมัน…สายเกินไปไหม”
กล้าหันมามอง ดวงตาแวววาว “ทุกวันเลยปัท โดยเฉพาะวันนี้”
“เรา…กลัวว่าถ้าเลือกผิด ทุกอย่างจะพัง” ปัทพึมพำเหมือนสารภาพกับตัวเองมากกว่าคนฟัง
กล้าเท้าคาง มองออกนอกหน้าต่าง “ฉันเคยเลือกผิดบ่อย ๆ พลาดหนัก ๆ ก็มี แต่พอมาวันนี้…ก็ยังได้หัวเราะกับเพื่อนอย่างปัทนี่ล่ะนะ”
เสียงหัวเราะปนเศร้านั้นทำให้ปัทหัวเราะตาม น้ำตาคลอโดยไม่รู้ตัว
รุ่งเช้า กล้าส่งข้อความมาชวนปัทไปเดินเล่นชมดอกชมพูพันธุ์ทิพย์ ปัทลังเลแต่ก็ไป
“ปัท… เคยมั้ยที่อยากวิ่งหนีจากทุกสิ่ง”
“เคยสิ แต่บางทีก็ต้องยืนอยู่กับที่ ไม่งั้นคนอื่นจะเสียใจ” ปัทตอบช้า ๆ
“งั้น…ถ้าอยากหนีไปด้วยกันล่ะ” กล้าหัวเราะเบา ๆ ใบหน้าซ่อนความจริงอยู่
ปัทนิ่ง เงียบทั้งคู่ ก่อนที่ปัทหัวเราะกลบเกลื่อน “อย่าเพ้อเลยกล้า งานยังไม่เสร็จเลยนะ”
บรรยากาศระหว่างคนสองคนเริ่มเปลี่ยน ความใกล้ชิดทำให้ความรู้สึกแปลก ๆ สะกิดใจทั้งปัทและกล้า
ช่วงเวลาต่อมา ปัทเห็นกล้าเริ่มห่างเหิน ไม่ตอบแช็ต ไม่มาเจอ เวลาที่ต้องการปรึกษา เธอรอล่วงหน้าด้วยใจวูบไหว เธอตัดสินใจเดินไปห้องกล้า เจอประตูปิดอยู่ กล้าอยู่ในห้องมืด เธอเคาะประตู
กล้าดูตกใจที่เห็นปัท “ขอโทษนะ… เรา…กลัวบอกปัท ปัทจะผิดหวัง ยังไม่รู้จะไปต่อยังไง”
ปัทส่งสายตาอ่อนโยน “ขออย่าเพิ่งหนี…ฉันขอโอกาสคุยกันได้ไหม”
กล้านั่งลงบนพื้น เผยให้เห็นสมุดวาดที่พับซ่อนไว้ในกระเป๋า ปัทหยิบขึ้นมาดู “นี่ของนายเหรอ อะไร…”
“เราอยากเป็นนักวาด ไม่ได้อยากจบมาดูแลธุรกิจที่บ้าน…แต่พ่อแม่เรา เขาไม่เข้าใจ…”
ปัทนิ่ง อ้อมกอดกล้าโดยจงใจ ทั้งคู่ต่างร้องไห้ออกมาเงียบ ๆ
หลังวันนั้น ปัทกับกล้ากลับมาทำงานร่วมกัน กล้าดูตั้งใจมากขึ้น แต่ความเปราะบางยังตกค้าง
วันส่งโครงงาน ทั้งสองหัวใจเต้นแรง กล้าส่งโครงงานและสมุดวาด ปัทมองหน้ากล้า แววแปลกใหม่ในตา
หลังจากวันนั้น กล้าประกาศลาออกไม่รับงานธุรกิจที่บ้านและยื่นใบสมัครเรียนต่อด้านศิลปะ ปัทรู้เรื่องทีหลัง เจ็บแปลบที่กล้าไม่ได้บอกเธอ เธอเดินไปที่สนามชมพูพันธุ์ทิพย์ ตรงที่เจอครั้งแรก นั่งอยู่เงียบ ๆ
“รู้สึกโกรธใช่มั้ย” เสียงกล้าดังขึ้นข้างหลัง
“เปล่า แค่เสียใจที่นายเลือกเดินแต่ไม่บอก” ปัทเสียงสั่น ๆ
“เรากลัวว่าถ้าบอก เธอจะบอกให้เราอดทนอยู่กับสิ่งที่ไม่ใช่” กล้าทำเสียงอ่อน สายตาเศร้า
“นายเคยฟังฉันจริง ๆ รึเปล่า”
กล้านั่งข้าง ๆ พึมพำ “น้อยครั้ง… แต่อยากเริ่มตั้งแต่วันนี้”
ต่างคนต่างเงียบ กลีบดอกไม้ร่วงแตะนิ้วเท้าทั้งสอง
ปัทถอนหายใจ “เราอยากให้ใครสักคนฟังเราบ้างเหมือนกัน…”
กล้ายื่นมือมาเกลี่ยกลีบดอกไม้ให้ “ต่อไปจะฟัง”
ทั้งสองคนต่างมองหน้ากัน นิ้วมือแตะแผ่วเบา ไม่มีคำสารภาพ ไม่มีคำบอกรัก แต่แววตาที่ยิ้มให้กันและกันในยามอาทิตย์ลับขอบฟ้า บอกความรู้สึกลึกที่สุดแทนบทสรุปของเรื่องราวเฉียดรักครั้งนี้