เงาในหอพักสีน้ำเงิน
เสียงลมค่ำคืนครวญแผ่วเบา ทะลุผ่านหน้าต่างบานไม้เก่า ๆ ของหอพักสีน้ำเงินที่ตั้งอยู่ชานเมือง สายฝนโปรยกระทบหลังคาสังกะสี เกิดเสียงเปาะแปะสม่ำเสมอ ในห้อง 407 ไฟหัวเตียงส่องแสงหม่น เอิร์ธยืนจ้องเงาตัวเองในกระจก ใบหน้าซูบผอมดวงตาแดงก่ำจากการอดนอน เขาหรี่ตา มองเงาในกระจกที่เหมือนจะขยับตอนที่เขาขยับ แต่จู่ ๆ กลับนิ่งผิดปกติ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เอิร์ธขยี้ตาแล้วหันไปมองเตียงตรงข้าม โอม เพื่อนร่วมห้อง กำลังนั่งกอดอกอยู่บนเตียง ลอบจ้องเอิร์ธเงียบ ๆ สายตาเต็มไปด้วยความรำคาญระคนห่วงใย
“มึงจะจ้องกระจกอีกนานไหมวะ” โอมถามเสียงเบา
เอิร์ธนิ่ง ไม่ตอบทันที “กูรู้สึกเหมือนมัน…แปลก ๆ ว่ะ เงากูในนั้นดู…ไม่ใช่กู”
โอมเบะปาก “กูว่าเพราะมึงนอนไม่พอมากกว่า”
เสียงประตูห้องเปิดแอ๊ด อีฟ หญิงสาวผมซอยสั้น เดินเข้ามาพร้อมยิ้มแหย ๆ “สองคนนี่ยังไม่นอนอีกเหรอ”
เอิร์ธกับโอมหันไปมอง อีฟวางถุงขนมลงบนโต๊ะ “วันนี้ฝนตกหนัก ข้างนอกโคตรเงียบเลย”
“ฝนตกอะดีแล้ว จะได้กลบเสียงวิญญาณในหอ” โอมพูดติดตลก แต่เอิร์ธนิ่งงัน จ้องเงาตัวเองต่ออย่างหวาดระแวง
อีฟเดินไปเปิดไฟกลางห้อง แสงสว่างจ้าขึ้นชั่วขณะ เงาทั้งหมดหายไป เอิร์ธถอนหายใจเฮือกใหญ่
“วันนี้ได้ยินเสียงอะไรอีกไหม” อีฟถามเสียงแผ่ว
เอิร์ธส่ายหน้า “เมื่อคืนมีเหมือนเสียงใครเดินอยู่หน้าห้อง…แต่กูไม่กล้าเปิดดู”
โอมปรายตามองอีฟ “มึงสองคนอย่าทำกูกลัวไปด้วยสิ กูจะสอบไฟนอลอยู่แล้ว”
เสียงสายฝนกระหน่ำดังขึ้น เอิร์ธหันไปมองหน้าต่าง ทันใดนั้นไฟก็ดับพรึบ ความมืดปกคลุมห้องทันที ทุกคนหยุดนิ่ง ไม่มีใครพูดอะไร
เสียงบางอย่างขูดเคลื่อนที่ฝาผนังด้านขวา ช้า ๆ อีฟขยับเข้าไปใกล้เอิร์ธอย่างลืมตัว
โอมถอนหายใจ “สงสัยหนู”
เอิร์ธยังคงจ้องไปที่กระจก แม้มืดสนิทแต่ภาพเงากลับแจ่มชัดในความคิด
“ถ้าเป็นหนู…มันคงไม่ลากเงาติดผนังมาขนาดนั้นป่ะ” อีฟกระซิบกลัวยิ่งขึ้น
เสียงขูดหายไป ห้องกลับมาเงียบ มีเพียงเสียงฝนและเสียงลมหายใจติดขัดของทุกคน
เช้าวันรุ่งขึ้น กลุ่มเพื่อนทั้งสามเดินลงไปที่โรงอาหารชั้นล่าง หอพักสีน้ำเงินดูเก่าและสงบเกินจริง ห้องอาหารมีนักศึกษานั่งอยู่ไม่กี่คน ส่วนใหญ่ดูง่วงงุน
“เมื่อคืนไฟดับหลายห้องเลยนะ” ป้าอารี แม่บ้านเดินเข้ามาคุยกับกลุ่มเอิร์ธ
อีฟถาม “ที่นี่ไฟดับบ่อยเหรอคะป้า”
ป้าอารีพยักหน้า “อาทิตย์นี้ดับสามคืนติดแล้ว หลายคนก็ว่าฝน แต่บางที…ป้าก็ว่าน่าจะเพราะบางอย่างมันไม่ชอบแสง”
โอมยิ้มแห้ง “ป้าอย่าเล่นมุกหลอนแต่เช้า”
ป้าอารีหัวเราะเบา ๆ “อ้าว ก็ลุงสมพรบอกเอง…ใครเห็นเงาในหอช่วงเที่ยงคืน เตรียมใจไว้เลยนะ”
เอิร์ธนิ่งไป ใบหน้าเคร่งเครียดยิ่งขึ้น
หลังอาหารเช้า เอิร์ธเดินกลับขึ้นมาเพียงลำพัง บันไดแคบและมืด เขาหยุดที่ชั้นสี่ เสียงฝีเท้าอีกคู่ดังตามมาติด ๆ
เอิร์ธชะงักหันหลัง ไม่มีใคร
เขาเร่งฝีเท้า เดินถึงหน้าห้อง เห็นเงาดำเคลื่อนอยู่หลังประตูห้อง 409 ข้าง ๆ ห้องเขา
เอิร์ธกลืนน้ำลาย ไม่กล้าเข้าใกล้ และแอบสังเกตว่าประตู 409 มีรอยขีดข่วนยาว ๆ ติดอยู่เต็มบาน
เขาพยายามเดินต่อ แต่จู่ ๆ ประตู 409 เปิดแง้ม เงาดำเคลื่อนผ่านช่องประตูชั่ววินาที ก่อนปิดลงเสียงดังปัง
เอิร์ธสะดุ้งถอยหลัง หัวใจเต้นรัว
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทำให้เขาสะดุ้ง หลุดจากภวังค์
“เอิร์ธ มึงอยู่ไหนวะ กูรอที่คาเฟ่” โอมส่งเสียงมา
เอิร์ธพยายามกลั้นเสียงสั่น “เดี๋ยวกูลงไป”
เย็นวันนั้นทั้งสามคนมารวมตัวกันที่ลานหน้าหอ อากาศเย็นเฉียบกว่าปกติ อีฟคลุมเสื้อกันหนาว ลอบมองหอพักสีซีดอย่างไม่ไว้ใจ
“มึงสองคนรู้ไหม ว่าเด็กปีหนึ่งในหอชอบเล่าว่า…หอนี้เคยมีคนหายไป” อีฟพูดเสียงเบา
โอมแค่นหัวเราะกลบเกลื่อน “ข่าวลือปกติของหอเก่า”
เอิร์ธเงียบไปครู่หนึ่ง “แต่กูเห็นเงาปริศนาเมื่อเช้า…มันอยู่หลังประตู 409”
อีฟกับโอมมองหน้ากัน “ใครอยู่ห้องนั้นนะ”
อีฟพึมพำ “เหมือนจะไม่มีใครอยู่ตั้งแต่ต้นเทอม”
เอิร์ธลังเล สายตามองไปยังหน้าต่างห้อง 409 ที่ปิดมิดชิด
คืนนั้น ฝนตกหนักอีกครั้ง เสียงฟ้าร้องก้องหอพัก เอิร์ธนอนไม่หลับ ได้ยินเหมือนเสียงกระซิบแผ่วจากทางเดิน
เขาลุกขึ้น หยิบไฟฉายส่องผ่านประตูห้อง กลางความมืดเงียบ มองไม่เห็นอะไร แต่เสียงกระซิบยังคงดังแผ่วต่อเนื่อง
เอิร์ธใจเต้นแรง เงี่ยหูฟัง เสียงนั้นแผ่วเบา ฟังไม่ออกว่าเป็นคำพูดหรือเสียงลม
เขาตัดสินใจเปิดประตูออกอย่างช้า ๆ ความมืดปกคลุมทางเดิน เขาเห็นเงาดำเคลื่อนไหวผ่านกำแพงด้านใน
เขาก้าวช้า ๆ ตามเสียงกระซิบ เสียงนั้นพาเขามาหยุดหน้าห้อง 409 อีกครั้ง
เอิร์ธลังเล ก่อนจะเอื้อมมือไปแตะลูกบิด ห้องล็อกแน่น เสียงกระซิบก็เงียบไปทันที
เอิร์ธหันกลับ รู้ตัวอีกทีโอมกับอีฟยืนอยู่ข้างหลัง
“มึงเดินออกมาทำอะไรตอนดึก” โอมเสียงเข้ม
เอิร์ธพูดเสียงสั่น “เสียง…เสียงมันเรียกกู”
อีฟจับแขนเอิร์ธแน่น “กลับห้อง เดี๋ยวนายเป็นอะไรไป”
ทั้งสามเดินกลับห้อง เอิร์ธเหลียวหลัง มองห้อง 409 อีกครั้ง หน้าต่างยังปิดสนิท แต่เหมือนมีเงาบาง ๆ เคลื่อนไหววนเวียนอยู่ภายใน
เช้าวันต่อมา โอมตื่นมาพบว่าของใช้บางอย่างในห้องถูกย้ายตำแหน่ง ทั้งที่ไม่มีใครออกไปไหนเมื่อคืน โอมเริ่มหวาดระแวงแต่แสร้งทำเหมือนไม่มีอะไร
เอิร์ธนั่งเงียบ ๆ มองไปที่หน้าต่างห้อง 409 จนถึงบ่าย เขาลงไปหาป้าอารี ถามเกี่ยวกับประวัติหอพัก
ป้าอารีอึกอัก “จะถามทำไมลูก เรื่องเก่า ๆ พูดไปก็ไม่ดี”
เอิร์ธไม่ยอมแพ้ “ป้ารู้ใช่ไหม ว่าห้อง 409 มีอะไร”
ป้าทำหน้าลำบากใจ “…มันเคยมีนักศึกษาผู้หญิงอยู่ เขาหายไปตอนกลางคืน ไม่มีใครเจอศพ ไม่มีใครรู้ว่าหายไปไหน”
เอิร์ธใจหายวาบ “แล้ว…เธอชื่ออะไร”
ป้ามองหน้าเขานิ่ง “ณิชา”
เอิร์ธเงียบงัน ชื่อ ณิชา ทำให้ความทรงจำบางอย่างแวบผ่าน เอิร์ธเหมือนจะนึกออก แต่กลับนึกไม่ออก
คืนนั้นทั้งสามคนตัดสินใจรวมตัวกัน ตรวจสอบหน้าห้อง 409 อีฟถือไฟฉายเดินนำ โอมทำท่าขึงขังแต่สายตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
เสียงฝนยังคงตกอย่างต่อเนื่อง ทั้งสามหยุดหน้าประตู 409 เงียบกันครู่ใหญ่โอมเป็นคนแรกที่พูด
“ถ้าเราเคาะประตู แล้ว…อะไรตอบกลับมา มึงจะวิ่งไหม”
อีฟหัวเราะเสแสร้ง “กูไม่มีวันอยู่รอหรอก”
เอิร์ธสูดลมหายใจ ก่อนยกมือเคาะประตูสามครั้ง เสียงเคาะดังสะท้อนในความเงียบ
ไม่มีเสียงตอบ ไม่มีอะไรเคลื่อนไหว
ทันใดนั้น ไฟฉายของอีฟดับ ทุกคนอยู่ในความมืดสนิท
เสียงฝีเท้าบางอย่างดังใกล้เข้ามาจากทางเดินด้านซ้าย เสียงนั้นหยุดลงตรงหน้าประตู 409
ทั้งสามคนแทบไม่กล้าหายใจ เอิร์ธกระซิบ “พอแล้ว กลับห้องเถอะ”
เสียงเคาะเบา ๆ ดังขึ้นจากด้านใน เสียงนั้นรัวเร็วขึ้น ทีละน้อย ทีละน้อย เหมือนใครบางคนกำลังขอความช่วยเหลือ
อีฟปล่อยไฟฉายหล่นพื้น โอมคว้าข้อมือทั้งสองคนแล้วพาวิ่งกลับห้อง
ภายในห้อง 407 ทั้งสามคนเงียบงัน ไม่มีใครพูดอะไร เอิร์ธนั่งกุมขมับเหมือนเจ็บปวด โอมพยายามปลอบใจแต่ตัวเองก็หน้าซีดเผือด
กลางดึก เอิร์ธฝันเห็นผู้หญิงคนหนึ่งยืนหันหลังให้ ในห้องมืด เขาเดินเข้าไปใกล้ เธอหันมาแต่ไม่มีหน้า
เอิร์ธสะดุ้งตื่น เหงื่อซึมเต็มตัว
เช้าวันต่อมา โอมกับอีฟออกไปเรียน เอิร์ธอยู่ในห้องคนเดียว เสียงกระซิบกลับมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนขึ้น
“ช่วย…ด้วย…”
เอิร์ธลุกขึ้นเดินไปที่หน้าห้อง 409 ใจเต้นแรง เขาก้มลงมองที่ช่องใต้ประตู เห็นเงาดำเคลื่อนไหวอยู่ด้านใน
เอิร์ธตัดสินใจนำกุญแจสำรองที่แอบขอป้าอารีมาเสียบเปิดประตู 409
ในห้องมืดสนิท มีกลิ่นอับแรงๆ เฟอร์นิเจอร์เก่า ห้องว่างเปล่า มีเพียงกระจกบานใหญ่ตั้งอยู่มุมหนึ่ง เงาตัวเองสะท้อนกลับมาเหมือนจะขยับเอง เอิร์ธก้าวเข้าไปใกล้ เห็นข้อความขูดบนผนังข้างกระจกว่า “คืนให้ฉัน”
เอิร์ธสั่น กลั้นหายใจ จู่ ๆ ประตูปิดเองเสียงดังปัง เอิร์ธหันกราดมองรอบห้อง ประตูล็อกอย่างไร้เหตุผล
เสียงกระซิบแว่วชัดขึ้น “คืน…ให้…ฉัน…”
เอิร์ธตะโกนเรียกโอมกับอีฟ ไม่มีใครตอบ เขานั่งกอดเข่ากลางห้อง ทันใดเงาในกระจกขยับเองโดยที่เอิร์ธไม่ได้ขยับ เสียงหัวเราะแผ่วเบาดังขึ้น
เอิร์ธพยายามไม่สนใจ แต่น้ำตาเริ่มไหล
เวลาผ่านไปนาน เขาเผลอหลับไป ตื่นขึ้นมาอีกทีมีเสียงเคาะประตูเบา ๆ
โอมกับอีฟยืนอยู่หน้าห้อง สีหน้าตกใจ เอิร์ธรีบพุ่งออกไปกอดทั้งสองคนแน่น
“มึงหายไปเป็นชั่วโมง” อีฟเสียงสั่น “เราโทรหานายเป็นสิบครั้ง”
โอมถาม “ในห้องนั้น…มีอะไร”
เอิร์ธสั่นเทา “เหมือน…มันขอให้เราคืนบางอย่าง”
คืนนั้น ทั้งสามคนรวมตัวกันอีกรอบ เอิร์ธเล่าให้ฟังถึงสิ่งที่เห็นในห้อง 409 อีฟเงียบไปสักพักก่อนพูดเสียงต่ำ
“เราทุกคน…มีบางอย่างที่ไม่กล้าบอกกันใช่ไหม”
โอมเหลือบตา แววตาระแวง “มึงหมายถึงอะไร”
อีฟนิ่ง “เรื่องณิชา…เธอเคยเป็นเพื่อนเรา แต่เรากลับปล่อยให้เธอหายไปในคืนนั้น เราไม่เคยพูดถึงเลยตั้งแต่ปีหนึ่ง”
เอิร์ธหน้าซีด “ความทรงจำ…มันเหมือนขาดหายไป”
โอมหลบสายตา “กู…ก็แค่คิดว่าเธอย้ายหอไป”
อีฟน้ำตาไหล “เราทุกคนรู้ แต่เลือกจะลืม”
เสียงกระซิบแผ่วดังขึ้นในห้อง 407 เหมือนมีใครพยายามบอกบางอย่าง
เอิร์ธเอื้อมมือไปแตะกระจกบานเล็กในห้อง เห็นเงาของตัวเองซ้อนทับกับเงาผู้หญิงคนหนึ่ง
เสียงกระซิบ “อย่าทิ้งฉัน…”
ทั้งสามคนกอดกันแน่น น้ำตาไหลออกมาอย่างหยุดไม่อยู่
ทันใดนั้น ไฟในห้องกลับมา แสงไฟสาดใส่เงาทั้งหมด เงาในกระจกหายไป เหลือเพียงเงาของทั้งสามคนรวมกัน
เช้าวันใหม่ หอพักสีน้ำเงินดูเงียบเหงา เอิร์ธ โอม และอีฟเก็บข้าวของเตรียมย้ายออกจากหอพัก พวกเขามองกลับไปที่หน้าต่างห้อง 409 ที่ไม่มีใครเปิดอีกเลย
เอิร์ธหันไปพูดกับเพื่อน ๆ เสียงแผ่ว “เราจะไม่ลืมอีกแล้ว”
ขณะเดินผ่านทางเดินหน้าห้อง 409 เอิร์ธเหลือบมองเห็นเงาในกระจกบานใหญ่เหมือนมีใครยืนอยู่ด้านหลัง แต่คราวนี้เขาเลือกที่จะเดินต่อไป ไม่หันกลับไปอีก
หอพักสีน้ำเงินกลับสู่ความเงียบอีกครั้ง ทิ้งความหลอนและคำสาปไว้ในเงามืด…รอวันจะมีใครกลับมาอีกครั้ง