ลมหายใจใต้โลก
เสียงรองเท้ากระแทกกับกระเบื้องสีน้ำตาลแตกเป็นระยะของสถานีรถไฟใต้ดินเก่า เฌอเอมก้าวนำเพื่อนสามคนที่เดินตามหลัง—พีท, เตย และวิน—ขณะไฟฉายในมือสั่นไหวเพราะแรงสั่นของมือเธอ อากาศหมุนวนด้วยไอชื้นและกลิ่นโลหะ เฌอเอมสูดลมหายใจอย่างตื้น ๆ หัวใจเต้นแรง ใบหน้าซีดสลับกับแววตาแข็งกร้าว เธอพึมพำเบา ๆ “เข้าไปต่อดีไหม?”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เตยเหลียวมองสลับพีทกับวิน สายตาเต็มไปด้วยคำถาม “พวกแกได้ยินอะไรมั้ย? เสียงเหมือนมีคน…” เสียงเธอขาดหายไปเมื่อได้ยินเสียงเหล็กครูดเบา ๆ ในอุโมงค์ลึก ทุกคนหยุดนิ่ง ชั่วขณะหนึ่ง ทุกอย่างเงียบสนิท—มีเพียงความกลัวจับมือกันกลางความมืด
วินกลืนน้ำลาย “เราไปต่อเถอะ มันอาจแค่เสียงท่อน้ำเก่า” เขาพยายามยิ้มแต่ริมฝีปากสั่นไหว พีทพยักหน้าอย่างเข้มแข็ง ทั้งที่มือทั้งสองข้างบีบไฟฉายแน่นราวจะกำกระดูกตนเองไว้
“นิชา…จะอยู่ข้างหน้ามั้ย?” เตยถามเสียงเครือ โดยหวังลึก ๆ ให้เสียงของตัวเองจางไปกับลมหายใจที่สะท้อนในอุโมงค์ แต่มันก็ยังชัดเจนเกินไปในความเงียบ
ทุกคนรวมพลังฝ่ากองเศษซากแผ่นปูนและโครงเหล็กขึ้นสนิม มุ่งหน้าไปในทิศทางที่ยิ่งมืดลงเรื่อย ๆ เฌอเอมหัวดื้อ ไม่เคยฟังเสียงเตือนของใจตัวเอง มีเพียงปลายทางเดียว—ต้องหาเพื่อนให้เจอ ไม่ว่าต้องแลกอะไรก็ตาม
แสงไฟอ่อนลากเงายาวของแต่ละคนจนเหมือนมีผู้ตาม พีทเดินเคียงใกล้เตย กระซิบเบาแสนเบา “เอมโอเคมั้ย? เธอดูเครียดมากนะ” เฌอเอมไม่หันกลับ ตอบโดยไม่สบตา “ฉันไม่เป็นไร ฉันแค่ไม่มีสิทธิ์ล้ม”
สายตาวินจับจ้องผนังที่มีรอยขูดเป็นรอยนิ้วมือเลือนราง “แบบนี้…เหมือนมีคนเคยเข้าไปก่อนเรา” เขาสะกดเสียงในลำคอ ทุกคำสะท้อนอารมณ์ระหว่างอยากรู้อยากเห็นกับความกลัวในใจ
เมื่อถึงห้องโถงใหญ่ที่มีลายเพดานเก่าแทรกด้วยรากไม้มืด เฌอเอมหยุดมองภาพประตูเหล็กหนักด้านหน้าซึ่งถูกเปิดออกเพียงช่องหนึ่ง เด็กสาวรวบรวมหัวใจ พลันเสียววาบขึ้นสันหลัง จังหวะนี้เอง เสียงของนิชาดังกลับมา “ช่วย—ช่วยฉันด้วย!” เฌอเอมหันขวับ กระตือรือร้นจะรีบวิ่ง แต่เตยจับแขนไว้ ฝืนยิ้มทั้งที่น้ำตาเอ่อ “รอก่อน เธอบอกว่าจะใจเย็นไง”
แต่เฌอเอมส่ายหน้า “ไม่มีเวลา นิชาอาจอยู่แค่ข้างหน้า” เธอดันตัวเองไปข้างหน้า เตยถอนใจแต่ก็ยอมติดตาม น้ำหนักความขัดแย้งกดทับบรรยากาศมากขึ้น
เพิ่งผ่านไปไม่นาน พีทยื่นมือคว้าแขนวินไว้พลางกล่าวเบา ๆ “ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น…แกจะอยู่ข้างฉันไหม?” วินสบตาเขาแล้วเบือนหน้าหนี “ขอโทษ ฉันก็กลัวเหมือนกัน” คำตอบนี้มีมากกว่าความกลัว—แฝงไว้ด้วยเจ็บลึกในใจที่ไม่มีใครเข้าใจ
ทั้งสี่คนรวมพลังเงียบ ๆ อากาศเต็มไปด้วยเสียงลมหายใจปะปนกับกลิ่นดินเก่า ประตูเหล็กค่อย ๆ ถูกดันเปิดออก เผยให้เห็นทางเดินแคบที่เต็มด้วยป้ายเตือนสีแดงและสายไฟยุ่งเหยิง เฌอเอมเดินนำ ข้างหลังเส้นสายหนึ่งเฉียดผ่านข้อเท้า เธอสะดุ้งแต่เก็บเสียง ได้แค่สบตาพีทอย่างแข็งขืน
“มันเหมือน…กับว่ามีใครดักเราไว้อย่างตั้งใจ” เตยพึมพำ พลางสอดแนมรอบทางเดิน เงาค่อย ๆ ขยายตัวและบิดเบี้ยวบนฉากมืดร้าว
ทันใดนั้น เณอเอมหยุดกึกเมื่อแสงไฟสะท้อนบางสิ่งแวววาวใต้ซอกบันได เธอย่อมองใกล้ เห็นป้ายชื่อ “นิชา” ตกค้างเปื้อนเลือดสีดำแห้ง “นี่มัน…ป้ายของนิชา!” น้ำเสียงสั่น เส้นเลือดที่ขมับเต้นรัว
พีทดึงป้ายออกมา คิ้วขมวด “งั้นเธอมาที่นี่จริง ๆ…” เขาชะงัก ลมหายใจสะดุด
เตยลูบแขนเฌอเอมเบา ๆ “อย่าโทษตัวเองนะ—ไม่มีใครคาดคิดว่าแค่รายงานวิจัยจะนำเรามาไกลขนาดนี้”
วินแทรกเสียงกระซิบ “แต่ตอนนี้เราต้องไปต่อ ถ้าอยากช่วยนิชา” ไม่มีใครเถียงอีก ทุกต่างคนต่างเก็บความคิด ปล่อยให้ความกังวลกลืนทุกถ้อยคำระหว่างพวกเขา
เมื่อถึงห้องพักผ่อนสำหรับเจ้าหน้าที่ในอดีต เตยหยุดยืนหน้าป้ายประกาศสนิมเขรอะ “ที่นี่…
…ต่อ…