ลมหายใจแห่งความรัก
ในห้องเรียนที่มีเสียงพัดลมดังขึ้นเรื่อย ๆ ปริม นักเรียนหญิงที่กำลังเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ถูกจับตามองโดยเพื่อนร่วมชั้นขณะที่เธอกำลังรอผลการสอบกลางภาค ขอบตาของเธอกลายเป็นสีชมพูจากการที่เธอนอนน้อยและความวิตกกังวลที่ล้อมรอบ เธอมองไปยังหน้าต่างที่มีแสงแดดอ่อน ๆ สาดส่องเข้ามา ผ่านช่องว่างระหว่างผ้าม่านที่เก่ากว่าเวลา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงโทรศัพท์ดังก้องในกระเป๋าของเธอและส่งความรู้สึกช๊อคไปทั่วร่าง “ปริม เปิดห้องน้ำมา ฉันมีเรื่องสำคัญต้องบอก” ประโยคนี้เตือนให้เธอนึกถึงวรเทพ นักเรียนรุ่นพี่ที่แสนมีเสน่ห์และตรงไปตรงมา เป้าหมายของเธอคือการศึกษาต่อและเอาชนะความหวาดกลัวภายในตนเอง
เมื่อถึงห้องน้ำ พื้นหลายเรียบตัดกับกำแพงสีเขียวกะปิ สะท้อนแสงยังทำให้วรเทพดูหล่อเหลาอย่างน่าประหลาด เขาทำท่าทางเหมือนนึกอะไรบางอย่างขณะยืนหันหลังเรียบดังก้อง
“มีอะไรหรือวรเทพ” ปริมถามเสียงเบา มือของเธอสั่นน้ำลายข้างเม้มริมฝีปาก
“ฉันอยากให้เธอไปงานวันเกิดน้องสาวฉัน” เขาหันกลับมาทันที แววตาเต็มไปด้วยความหวังและรอคอย และยิ่งทำให้ใจของเธอเต้นแรงขึ้น ปริมคิดว่าสิ่งนี้ทำให้เธอรู้สึกมีค่ามากกว่าความลับที่ต้องปกปิด
เมื่อถึงวันงาน ปริมในชุดเดรสสีสดใสหวาน แต่ความรู้สึกกังวลยังอยู่ จึงชวนเพื่อนดีที่สุดคือแก้วไปเป็นเพื่อนแก้กลุ้มเพราะไม่มั่นใจ เธอทั้งสองนั่งอยู่ในห้องช่างแต่งตัวที่มีดอกไม้นานาชนิดอยู่รอบ ๆ พร้อมเสียงดนตรีคลอเบา ๆ
“แล้วถ้าเขารู้เรื่องของเธอจะทำยังไงดี” แก้วถามอย่างกังวล
“ทุกคนมีความลับกันหมด” ปริมตอบ กวาดตามองรอบ ๆ ห้อง มองไปที่ภาพของวรเทพที่มีความสุขอยู่บนโซฟาและน้องสาวของเขาซึ่งเป็นนักเรียนเพื่อนของปริม
แต่ข้างในหัวใจของเธอ มีความกลัวว่าถ้าความลับของเธอได้รับการเปิดเผยมันจะทำลายทุกอย่างหรือไม่
งานเริ่มต้นขึ้น เสียงหัวเราะและดนตรีที่ดังไปทั่วทั้งบ้าน ทุกคนล้วนมีความสุข แต่ปริมรู้สึกเหมือนเป็นคนต่างบ้านต่างเมืองในโลกใบนี้ รู้สึกมีอุปสรรคระหว่างเธอและความรักที่อาจจะเริ่มต้นขึ้นกับวรเทพ
เหตุการณ์เริ่มวิวาทขึ้นเมื่อมีใครบางคนที่คิดว่ารู้ความลับของปริมแล้วเริ่มซุบซิบนินทา และทำให้ทุกคนหันมาสนใจ รู้สึกเหมือนเธอต้องการหนีไปจากทุกสิ่ง
วรเทพเห็นการกระทำเอาใจกดดัน จึงเข้าไปหาเธอ “ปริม เธอไม่เป็นไรใช่ไหม” เขาแสดงความห่วงใยอย่างจริงใจ
“ฉัน… ฉันแค่…จำไม่ถูกใครพูดอะไร” เธอตอบ ปลายแววตาของเขาดูอบอุ่นแต่ก็มีความรู้ที่เข้มข้นซ่อนอยู่
วันรุ่งขึ้น ความสัมพันธ์ของพวกเขาเริ่มขยับเขยื้อนขึ้น โดยชวนกันไปเรียนพิเศษที่สถาบัน และทั้งที่ต้องทำงานส่ง เสียงหัวเราะที่ดังขึ้นโดยเฉพาะเมื่อวรเทพแสดงทักษะการวาดลายเส้น
แต่ไม่เพียงแค่ความรักกำลังผลิบาน เมื่อความลับของปริมเริ่มมีผู้คนรับรู้และเกรงกลัว สิ่งที่เธอกลัวที่สุดกำลังเกิดขึ้น
เมื่อถึงจุดที่ปริมอัดอั้น เธอตัดสินใจที่จะพูดคุยกับวรเทพเพื่อเปิดใจ “วรเทพ ฉันต้องบอกเธอว่าฉันมีความลับ…”
หัวใจของเธอสั่นระรัว ขณะที่จิตใจเธอพยายามสลายความกลัว โดยการเปิดเผยความจริงว่าเธอเคยมีอาการป่วยหนักจากความเครียด แต่ทำให้เธอมีความรักที่เข้มแข็งมากขึ้น
“ไม่มีใครบอกเลยว่ารักกันอย่างไรจนกว่าจะลองทำดู” เขารับฟังอย่างใจเย็น แต่สายตาที่มีความผิดหวังหรือไม่พอใจไม่ได้หายไปไหน
แล้วความหวังของปริมในรักที่ผลิบานกลายเป็นแรงกดดัน เธอกลับมาที่บ้านและรู้สึกโดดเดี่ยว เพราะเงาของวรเทพเหมือนจะมีแต่มุมมืดซ่อนอยู่
เหตุการณ์เข้าสู่จุดสูงสุด เมื่อในวันสอบปลายภาค เธอพบกับตั๊ก เพื่อนคนหนึ่งที่ล่วงรู้เกี่ยวกับความลับของเธอ และตั้งใจจะเปิดเผยเมื่อมีโอกาส ความเครียดเริ่มบีบรัดปริม
ในช่วงเวลาที่เธอต้องตัดสินใจ เธอถูกขอให้ไปที่ห้องสอบพิเศษในขณะที่ทุกคนรอเสียงนาฬิกาเตือนความเครียดอยู่
เมื่อเธอก้าวเข้าสู่ห้อง เธอทำให้ความลับต้องลับไป แต่ความจริงก็ยังต้องสู้ ต่อไปการสอบก็จำเป็นต้องมีผลต่ออนาคตของเธอ
ในที่สุด วรเทพเข้ามาหาเธออีกครั้งและพูดว่า “ฉันให้โอกาสเธอเดินออกไป” แต่ปริมรู้ว่านี่คือโอกาสที่เธอต้องตัดสินใจที่จะเปิดเผยทุกอย่าง หรือจะจบสิ้นความรักในใจของเธอ
เวลาผ่านไป ตอนจบ ปริมตรวจสอบและได้คะแนนดีที่สุดในชีวิต แต่ทั้งจิตใจและความสัมพันธ์ที่ไม่แน่นอนกับวรเทพขณะที่เราต้องเผชิญความจริงภายในจิตใจของตนสุดท้ายกลับมาเผลอใจ
ในวาระจบของปีการศึกษา ตอนจบประตูหน้าจบไปในวันซัมเมอร์เธอยืนอยู่เหนือริมแม่น้ำอันเงียบสงบ ท่ามกลางเสียงลมที่หวิวและน้ำที่ไหลผ่าน ตระหนักว่าความรักเป็นอีกทางเลือกหนึ่งหรือทางออกจากปัญหา หวังว่าสิ่งที่เธอสะสมกลับต่อมาในอนาคต