ลมหายใจแห่งทะเลหมอก
เสียงลมหนาวหวีดหวิวลอดผ่านช่องหน้าต่างไม้ของบ้านไม้หลังเล็ก พลอยนอนตะแคงขดตัวใต้ผ้าห่มผืนเก่า เงาของหมอกขาวข้นคลั่กแทรกผ่านช่องว่าง ทุกเช้าเธอยังคงคาดหวังว่าจะตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าพ่อยังอยู่ พี่ชายคนโตไม่ต้องออกไปต่างเมือง และน้องชายคนเล็ก—ภีม—ยังไม่เงียบหายไปกับหมอกอย่างเมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“พลอย…ตื่นหรือยังลูก” เสียงแม่ลอดเข้ามาเบา ๆ พลอยกลั้นใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนขยับตัวขึ้น นัยน์ตาเธอแดงก่ำแต่ไม่หลั่งน้ำตา มันแห้งกรังจนระคาย เธอเดินลงบันไดไม้ที่มีเสียงเอี๊ยดอ๊าดในทุกก้าว ข้างล่างแม่ยืนถือจานข้าวต้มในมือ ลมหายใจของแม่ยังพร่าเต็มไปด้วยความห่วงกังวล
“แม่ เมื่อคืนภีมยังไม่กลับใช่ไหม…”
แม่เงียบ ก้มหลบแววตาลูกสาว ไม่ต้องการให้เห็นความตื่นกลัวในใจ “ตำรวจบอกว่าหมอกมันเข้ามาเร็ว รถออกไปไม่ได้ เราต้องรอให้หมอกจางก่อน”
พลอยเม้มริมฝีปาก ก่อนหันเดินออกไปที่ระเบียง สูดลมหายใจหนาวเข้าเต็มปอด เธอมองเหม่อไปยังผืนป่าทะเลหมอกที่คลุมทับหมู่บ้านเหมือนผ้าผืนใหญ่ ความกลัวแล่นขึ้นแปลบปลาบที่หลังคอ
เสียงเท้าเบา ๆ ดังแผ่ว กระจุบผมน้อย ๆ โผล่จากหลังบันได “พี่พลอย… หนูว่าภีมไม่เหมือนเดิมตั้งแต่เห็นแสงประหลาดเมื่อเดือนก่อน” น้ำเสียงของสายไหม เพื่อนบ้านตัวเล็กกล่าวแผ่วเบาราวกับกลัวหมอกจะได้ยิน
พลอยมองหน้าเด็กน้อย “นี่ก็ไม่ใช่เวลามาล้อเล่นนะไหม!” เธอเอ็ดเสียงแข็งแต่แววตาสั่นไหว สายไหมกลืนน้ำลาย ไม่กล้าเถียง
ช่วงสาย ของวันที่หมอกยังไม่จาง พลอยเดินลึกเข้าไปในป่า ย่ำโคลนเหนียวผ่านกอไผ่ ต้นไม้สูงใหญ่ล้อมรอบจนเธอแทบไม่เห็นเส้นทาง เธอต้องหาภีมให้เจอ เธอไม่ได้เป็นฮีโร่ ไม่มีใครมาแก้ปมในใจให้เธอได้นอกจากตัวเอง
“ทำไมเดินคนเดียว ไม่กลัวหรอ” เสียงทุ้มต่ำดังลอดมาเบื้องหลัง พลอยสะดุ้ง หันพบเด็กชายวัยรุ่นหน้าขาวซีด ใส่แว่นหนาเตอะยืนยิ้มเจื่อน ๆ คือฟ้าเพื่อนร่วมห้องสมัยประถมซึ่งย้ายไปอยู่ปลายน้ำตั้งแต่ปีที่แล้ว
“ฟ้า… มาอยู่ที่นี่เมื่อไหร่ ไม่กลัวเหรอ”
“เราคิดถึงบ้าน ก็เลยขึ้นเขามาหาแม่ แต่… อยู่ดี ๆ ก็มาโผล่ตรงนี้ เจอแต่หมอก…” ฟ้ายิ้มบางเบา แต่ในสายตามีบางอย่างเหน็ดเหนื่อยและสับสน
พลอย ทำเป็นไม่สนใจ “ถ้านายกลัว กลับไปที่บ้านเถอะ ฉันตามน้องเองได้”
“ไปด้วย” ฟ้าคำรามตอบราวกับตัดสินใจอะไรบางอย่าง ก่อนออกเดินขนาบข้างพลอย ทั้งสองเดินเงียบ ๆ ไปพักใหญ่ เม็ดเหงื่อไหลซึมตามไรผมทั้งที่อากาศหนาว
จู่ ๆ เสียงร้องแหลมของนกกะปูดดังก้องป่าจากทางซ้าย ดึงสายตาพลอยให้หยุดเดิน เธอเหลือบมองฟ้า เขากำลังยืนเก้กัง มือขยุ้มชายเสื้อตัวเองแน่น “งั้น…ถ้าเกิดอะไร อย่าโทษเรานะ”
พวกเขาเดินลึกผ่านกอไผ่หนาไปเรื่อย ๆ หมอกหนาขึ้นจนต้องจับมือกันเอาไว้ไม่ให้หลง เสียงลมหายใจของฟ้าอ่อนสลับถี่ขึ้นทุกที ทั้งสองหยุดพักที่โขดหินใต้ต้นสนใหญ่
“นายกลัวอะไรที่สุดเหรอ ฟ้า”
ฟ้าเงียบไปนานก่อนตอบ “กลัวไม่เหลือใคร กลัวคนที่รักจะจากไปหมด เพราะงั้น… ฉันถึงต้องมากับเธอ”
พลอยนิ่งไป ไม่คิดจะได้ยินคำตอบแบบนี้ เธอหันหน้าหนี กลั้นน้ำตาไว้ลึก ๆ ในใจ
เสียงกรอบแกรบจากพงหญ้าด้านหลังทำให้ทั้งคู่ตื่นตัว ร่างสูงใหญ่ในชุดเสื้อกันหนาวสีน้ำตาลปรากฏตัว ชายหนุ่มหน้าคมแต่ดวงตาเศร้าซึมยืนมองเงียบ ๆ พลอยขยับตัวถอยหนีอย่างระวัง
“มาทำอะไรที่นี่” เขาพูดเสียงต่ำ
“มองหาน้อง…” พลอยกลั้นใจตอบ ใจเต้นเร็ว สังเกตมือเขากำชายพรุนแน่น เหมือนกลั้นอะไรบางอย่าง
“ชื่ออะไร”
“พลอย”
เขามองหน้าเธอช้าๆ…สายตาที่เหมือนกำลังชั่งน้ำหนักบางอย่าง
“ระวังหมอก – มันเอาความทรงจำคนไป… ส่วนใหญ่มักไม่กลับมาเหมือนเดิม”
ฟ้าพึมพำ “เขาหมายถึงอะไร…”
ชายหนุ่มแนะนำตัวเพียงสั้นๆ “เรียกผมว่าเหนือ” พลอยไม่ไว้ใจแต่ไม่มีตัวเลือก
เหนือแนะนำให้ทั้งสองเดินตามเขา “ถ้าตามมา อาจจะหาเจอสิ่งที่ตามหา…หรือไม่เจอก็ไม่รู้” น้ำเสียงจริงจังขัดแย้งกันแววตาอ่อนโยนในบางขณะ
ทั้งสามเดินลัดเลาะในหมอก สังเกตทางเท้าหายากขึ้นเรื่อย ๆ แต่เหนือรู้ทิศเหมือนมีเรดาร์ เขาเลือกเดินทางที่ขรุขระน้อยที่สุด
ขณะเดิน พลอยแว่บคิดไปถึงอดีต – รูปครอบครัวในเช้าวันที่พ่อยังอยู่ เสียงหัวเราะโต๊ะอาหาร…และรอยร้าวหลังจากนั้น
จนถึงลำห้วยน้ำใสที่หมอกไหลเอื่อยไปตามผิวน้ำ เหนือหยุดก้มตักน้ำล้างหน้า พลอยมองตาม… นึกถึงช่วงเวลาที่เคยเล่นน้ำกับภีมเมื่อยังเด็ก
“พลอย ชอบวิ่งหนีปัญหาแบบนี้อยู่เรื่อย…” เสียงฟ้าเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“เพราะฉันต้องเข้มแข็ง ถ้าไม่เข้มแข็งใครจะดูแลแม่กับน้อง…”
เหนือหันมอง ขยับปากคิดจะพูดอะไรสักอย่างแต่กลืนคำลงคอ
กลางคืน หมอกหนาขึ้น ทั้งสามพักหลบในเพิงเก่าเหนือโขดหิน ภายในมีร่องรอยเท้าเล็ก ๆ หลายคู่ พลอยรีบตรวจสอบ “อาจเป็นภีม…”
เสียงหมอกพัดวูบเข้ามา พลอยสะดุ้ง เหนือคว้ามือดึงเข้าไปใกล้ “อย่าออกไปตอนนี้ เดี๋ยวจะไม่กลับมา…” ประโยคนั้นแฝงน้ำเสียงร้าวราน
ฟ้านั่งกอดเข่า ท่ามกลางลมหายใจขาด ๆ หาย ๆ “พลอย กลัวมั้ย…”
พลอยนิ่ง “กลัวมาก แต่ถ้ากลัวจนไม่กล้า เธอจะไม่มีวันได้สิ่งที่ตามหา”
เหนือมองแววตาเธอ คำพูดสั้น ๆ ของพลอยสะกิดใจเขา
หลังเที่ยงคืน แสงสีฟ้าประหลาดปรากฏกลางป่า พลอยรีบลุกขึ้น “แสงนั้น! ภีมต้องอยู่ที่นั่น!” เธอออกวิ่ง ฟ้าและเหนือวิ่งตามไป
ในดงหมอกขาวแสงสีฟ้าเต้นระยิบ พลอยเห็นร่างเด็กชายคลับคล้ายในเงางามของหมอก เธอร้องเรียกชื่อภีม เสียงสะท้อนเป็นจังหวะแปลกเหมือนมีใครเฝ้ามองอยู่
มีบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในหมอก เงาดำทะมึน ซากกิ่งไม้ขยับราวกับมีชีวิต ฟ้าคว้ามือพลอย “อย่าเข้าไป!”
เหนือหยิบมีดพร้าออกมา “ไม่ต้องกลัว มันไม่ทำร้ายถ้าเราไม่กลัว” กระซิบเบาๆ
เงาดำค่อย ๆ เข้าประชิด เสียงครางเบาๆ ดังขึ้น มันคือสัตว์มหัศจรรย์ที่ไม่มีใครตั้งชื่อ ลำตัวยาวเหมือนงูแต่มีขนปุยขาว กลิ่นหอมอ่อน ๆ พลอยกับฟ้าร้องอุทาน แต่เหนือผ่อนลมหายใจโล่งอก
สัตว์ประหลาดนั้นโค้งตัวลง โชว์ลูกกลมใสประหลาดให้พลอย เงาคนในลูกกลม…ใบหน้าภีมชัดเจน
“เธอต้องเลือก… จะเผชิญอดีตความกลัว หรือหนีต่อไป” เหนือพูดเสียงเรียบนิ่ง
พลอยนิ่ง น้ำตาเริ่มไหล เธอกระซิบขอโทษน้องชายในใจ ก่อนคว้ามือลูกกลมไว้แน่น ภาพอดีตแล่นผ่านมา ทั้งครอบครัวแตกเป็นเสี่ยง แม่ป่วย พ่อหายไป พี่ชายหลีกหนี ทุกสิ่งที่เธอเคยแบกไว้คนเดียวปรากฏเต็มตา
ฟ้ากอดไหล่พลอย “กลับบ้านกันเถอะ ไม่ต้องเข้มแข็งตลอดเวลาก็ได้…” นํ้าเสียงอบอุ่นนั้นเหมือนเปิดประตูในใจที่พลอยปิดไว้นาน
เหนือยิ้มจาง ๆ มองดูพลอยสะอื้น เธอตัดสินใจพูดกับลูกกลม “ฉันจะไม่เก็บอดีตไว้คนเดียวอีกต่อไป… ภีม กลับบ้านนะ”
แสงในหมอกละลายเป็นประกาย ภีมปรากฏในร่างเด็กชาย มึนงงแต่ปลอดภัย พลอยโถมเข้ากอดน้อง น้ำตาไหลกับอกอุ่น ๆ
หมอกค่อย ๆ จาง รุ่งเช้าทะเลหมอกเปิดเผยผืนป่าฉ่ำน้ำเหนือหมู่บ้าน เงาร่างของเหนือกลับหายไปราวกับไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน ฟ้ายังยืนเคียงข้างพลอย แววตาซึ้งและจริงใจ
“เธอไม่ต้องเข้มแข็งตลอดไป…นะพลอย”
พลอยยิ้มทั้งน้ำตา ชีวิตใหม่กำลังเริ่มต้น เธอพร้อมจะเผชิญอดีตและปัจจุบันด้วยหัวใจที่กล้าเปราะบางในเวลาเดียวกัน