ลมหายใจใต้เปลวไฟ
แสงไฟฟ้าสีส้มกระพริบไหวคล้ายเปลวเทียนในถ้ำลึก ไอลินก้าวเท้าอย่างระวัง เหงื่อเย็นไหลผ่านขมับ มือกระชับปืนไร้เสียง เธอเดินผ่านผนังคอนกรีตหยาบเขรอะ คราบสนิมเกาะเต็มราวบันไดทางหนีไฟ ทุกฝีก้าวจมอยู่ในอึดอัดของความเงียบ ข้างหูมีเพียงเสียงลมหายใจตัวเอง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!เสียงสัญญาณฉุกเฉินจากลำโพงส่งเสียงแหลมเสียดขึ้นมา “พบควันไฟที่โซนตะวันตก ขอให้ผู้อาศัยทุกคนอยู่ในที่ปลอดภัย” ไอลินหยุด เดินแทรกเข้ามุมมืด ยกปืนขึ้นประคองหน้าต่างเล็ก ฝุ่นจับเขรอะ เธอมองลอดออกไปเห็นแสงไฟสีแดงสาดสะท้อนกำแพง
ฝีเท้าดังกรอบแกรบตามทางเดิน ท่ามกลางความชื้นเย็น เธอเห็นชายร่างผอมเดินเร็ว ๆ ใส่ชุดเสื้อกราวน์ขาดรุ่ย ถือกล่องเครื่องมือ หยุดสบตากับเธอภายใต้แสงไฟกะพริบ “จะหนีไฟเหรอ?” เขากระซิบเสียงเหนื่อย
“ทำไมยังอยู่?” เธอถามพลางลดปืนลงเล็กน้อย ธาดามองเธอก่อนหัวเราะเบา ๆ “แล้วคุณล่ะ?”
เสียงระเบิดเล็ก ๆ ก้องสะท้อน โครงสร้างด้านหลังเริ่มสั่น ไอลินขยับหลบเศษฝุ่นธุลีที่ร่วงลงมา เธอลังเลก่อนตัดสินใจ “ถ้ายังอยากรอด ออกไปกับฉัน”
พวกเขาผ่านประตูบานเหล็กที่เปิดค้าง ธาดาสะกิดไหล่ไอลิน ส่งสัญญาณให้หยุด เขาค่อย ๆ ยื่นหูฟังเสียง ไฟแกว่งไกวตามแรงลมร้อนที่ไหลเข้ามาจากทางเดินไกล ๆ “อีกไม่เกินห้านาที ไฟจะถึงนี่” ธาดากระซิบ ไอลินพยักหน้า มองดูถนนใต้ดินที่ปูด้วยเศษซากจากการซ่อมแซม
เสียงโหวกเหวกดังไกล ๆ ชั่วขณะหนึ่ง พวกเขาเห็นเงาคนวิ่งผ่านช่องระบายอากาศ ใครบางคนกรีดร้องแล้วเงียบกริบ ธาดารีบปิดประตู หายใจถี่มือสั่น เงียบไปชั่วครู่ก่อนตัดใจพูด “ผม… ทิ้งแม่ไว้โซน C ผม… ผมควรกลับไปไหม”
ไอลินหลบตา แม้ในใจจะหวาดกลัวเช่นกัน “ถ้าเรากลับตอนนี้ จะติดกับอย่างเดียว” เธอเอ่ยเสียงนิ่งแต่แฝงความสั่นไหว ธาดากำมือแน่น ความกลัวฉายชัดในดวงตา ทั้งสองนั่งพิงผนังกำแพง เสียงหัวใจเต้นดังแข่งกับเสียงเตือนภัย
ไอลินรู้ดีว่าเธอยังสูญเสียไม่ได้ เธอมีเป้าหมาย—ต้องหาเจอ “ลอยด์” หัวหน้าแก๊งที่หักหลังเธอเมื่อสองปีก่อน ชีวิตของเธอติดค้างบางอย่างไว้ในเมืองใต้ดินนี้ ทุกอย่างซับซ้อนเกินจะอธิบายเป็นคำพูด
เมื่อเสียงระเบิดเงียบลง ทั้งสองขยับตัวเตรียมออกเดินต่อ ธาดาพยายามเบี่ยงประเด็น “ชื่ออะไร?”
“คงไม่สำคัญ” ไอลินตอบ เอี้ยวตัวเช็คกระสุน แล้วหันมา “แต่ถ้ารอดออกไปได้ ฉันอาจบอก”
พวกเขาเดินตามประตูด้านข้าง หลอดไฟฟ้าสีขาวปริบ ๆ ทำให้เงาของทั้งสองทอดยาวไปบนพื้นคอนกรีต เสียงของเสียหยดลงพื้นจากท่อแตกเป็นจังหวะน่ารำคาญ ธาดาหัวเราะในลำคอก่อนจะพูด “ผมชื่อธาดา เป็นนักวิจัยเรื่องอากาศบริสุทธิ์… ไร้สาระดีไหมครับ ถามจริง ๆ โลกนี้ไม่มีทางบริสุทธิ์อีกแล้ว”
ไอลินหยุดชะงัก หันไปมองเขา “แล้วทำไมยังอยู่ที่นี่?”
ธาดาก้มหน้า ไม่ตอบทันที ก่อนช้อนตามองขึ้น “หวังไว้ว่าสักวันจะตอบแทนแม่ที่ช่วยผมหนีจากอดีต คุณเชื่อเรื่องการชดใช้ไหม”
ความเงียบแทรกกลางบทสนทนา ไอลินจับจ้องไปข้างหน้า หลีกเลี่ยงคำตอบเหมือนหลบไฟที่ลุกลามในหัวใจ
เสียงประตูเหล็กถูกปิดกระแทกด้านหลัง ทั้งสองหยุด หัวใจเต้นแรง ร่างชายร่างใหญ่มากร่าง ๆ ที่ใส่หน้ากากกันแก๊สโผล่พรวดออกมา ไม่พูดอะไร เพียงแต่ชี้ปืนไฟไปทางพวกเขา
ไอลินผลักธาดาให้หลบ เสียงปืนระเบิดเปรี้ยง ตารางไฟแตกกระจาย ไอน้ำพุ่งสูงจากท่อแตก ธาดาคว้ากล่องเครื่องมือโยนใส่คู่ต่อสู้ แล้ววิ่งตามไอลินไปทางออกฉุกเฉิน
ครู่หนึ่งพวกเขาหลบอยู่หลังเครื่องจ่ายอากาศ ไฟไหม้ลุกลามมาไกลขึ้น ธาดาสั่น หัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ จีบข้อมือไอลินแน่นเกินจำเป็น “ถ้าเราตาย คุณอยากให้ใครจดจำ?”
ไอลินสบตา เห็นสายตาตึงเครียดของชายตรงหน้า จังหวะนั้นเธอแทบอยากร้องไห้แต่ฝืนยิ้ม “คนคงจำเราในฐานะคนไม่กลัวความจริง”
ธาดาเงียบไปนาน ก่อนจะค่อย ๆ คลายมือออก พลางมองความมืดข้างหน้า เขาทำท่าจะพูดอะไร แต่กลับกลืนคำนั้นไว้
เสียงไซเรนดังขึ้นในระยะใกล้ ทั้งสองรู้ดีว่าเวลาหมดลงเรื่อย ๆ ธาดาล้วงในกล่อง หยิบแผนที่ที่ขีดเส้นทางหนีตายไว้เองออกมา “ทางเดียวที่ยังเหลือคือลิฟต์ขนส่ง พวกห้องควบคุมไม่ปล่อยใครขึ้นมาโดยไม่มีรหัส แต่…ถ้าเธอแฮ็กเป็น”
ไอลินยิ้มจาง ๆ “โชคร้าย เธอแฮ็กได้”
ขณะไอลินเริ่มแกะกล่องควบคุมลิฟต์ ธาดาดูแลรอบข้าง แต่มีเสียงแปลก ๆ เล็ดลอดจากช่องท่อลม ฝีเท้าใครบางคน พวกเขาชะงัก ร่างเด็กชายอายุสิบสามในชุดนักเรียนเปรอะเขม่าควันโผล่มากระชากแขนไอลิน “ช่วยแม่ผมด้วย! แม่ติดที่ห้องสต็อก!”
ไอลินลังเล ธาดามองเด็กชายแล้วสบตากันอย่างหนักใจ สุดท้ายไอลินพยักหน้าหนักแน่น “พาไป”
ทั้งสามคนวิ่งผ่านอุโมงค์ควัน ดวงตาแสบร้อน น้ำตาไหล พวกเขาตามเด็กไปถึงห้องเก็บของ ตรงนั้นประตูเหล็กที่ปิดสนิทถูกขวางด้วยคานเหล็กธาดาพยายามงัดแต่ไม่ขยับ ไอลินดึงปืนออกมายิงบานพับ เสียงดังสนั่น เด็กชายแนบหูฟัง “แม่…อยู่ข้างในไหม?”
เสียงกรีดร้องแผ่วเบาดังตอบ พวกเขาพังประตูออกไปเจอสตรีกลางคนหมดสติ ไอลินอุ้มหญิงนั้นออกมาท่ามกลางกลิ่นไหม้ ธาดาใช้หน้ากากออกซิเจนใส่ให้หญิงคนนั้น สำหรับเขาเองไม่มีเหลือ
ระหว่างวิ่งกลับลิฟต์ ไอลินเปิดแผงควบคุม กดรหัส ชีพจรเธอเต้นแรง “ถ้าฉันไม่รอด นายดูแลเด็กกับแม่เขาด้วย”
เสียงลิฟต์ดังอืดอาดที่สุดในชีวิต ธาดารั้งตัวไอลินไว้ “เราต้องรอดด้วยกัน” น้ำเสียงนั้นจริงใจจนเธอไม่อาจต้านทาน
เมื่อประตูเปิด ทั้งสี่รีบเข้าลิฟต์ เสียงไฟไหม้โหมรุนแรงราวกับจะกลืนกินอุโมงค์ เสียงปืนจากพวกหน้ากากกันแก๊สยังดังลั่น ธาดาตัวสั่น หยิบปืนของไอลินมากระชับทั้งที่มือไม่มั่นคง
ขณะลิฟต์ไต่ระดับขึ้นสูง ภายในเต็มด้วยอึดอัด ไอลินสบตาธาดา แววตาหม่นเศร้า “นายจะทำยังไงถ้าเจอคนที่อยากฆ่ามากที่สุด?”
ธาดาลังเล “ผมเคยคิดว่าจะเอาคืน…แต่ในวันนี้ ผมกลับอยากขอให้โลกนี้ยุติทุกความเป็นศัตรู”
เสียงปืนและเสียงไฟไหม้รวมเป็นเสียงเดียว ประตูลิฟต์เปิดออกด้านบน—แต่ไม่ได้สู่ภายนอก หากเป็นห้องควบคุมกลางที่เหลือแต่ขี้เถ้ากับคราบเลือด ลอยด์ หัวหน้าแก๊งของไอลิน ยืนรออยู่และชี้ปืนใส่ทันที
ลอยด์มีบาดแผลที่แก้มซ้าย สายตาเต็มไปด้วยความแค้น “ไอลิน! ในที่สุดก็ตามหาฉันจนเจอ”
ธาดายืนรั้งอยู่ข้างเด็กชายกับแม่ พยายามกันทั้งสองคน อยู่ข้างหลัง
ไอลินกับลอยด์สาดสายตาจ้องกัน ไอลินพูดเบา ๆ “สิ่งที่แกทำกับครอบครัวฉัน ฉันจะไม่ลืม”
ลอยด์กระชับปืน พร้อมเหนี่ยวไกแต่ธาดาขวาง “เดี๋ยว! อย่า…”
เสียงปืนดังลั่น ทุกอย่างเหมือนหยุดนิ่ง ก่อนทุกอย่างจะกลับมาโกลาหล ไอลินทรุดลงกับพื้น มือกุมแขน ธาดารีบลากเธอเข้าไปหลบหลังโต๊ะควบคุม เสียงไฟยังคงลุกลามใกล้เข้ามา
ลอยด์เดินย่างเข้ามาช้า ๆ “คิดว่าฉันจะปล่อยให้ทุกคนรอดเหรอ โลกใหม่จะต้องมีที่ว่างให้คนอย่างฉัน!”
ไอลินกระเสือกกระสน หมดเรี่ยวแรงแต่กัดฟันหยิบปืนขึ้นมา เล็งไปที่ลอยด์ แม้มือจะสั่นแต่สายตาแน่วแน่ เธอเหนี่ยวไกครั้งแล้วครั้งเล่า จนปืนลอยด์ตกกระเด็น เขาผงะ ธาดาวิ่งเข้าไปช่วยล็อกตัวลอยด์
เสียงไซเรนระเบิดครั้งสุดท้าย ทั้งอาคารสั่นสะเทือน ไอลิน หอบหายใจ มองรอบข้าง เห็นสายน้ำตาของแม่เด็กและเด็กชายรีบโอบกอดกัน เธอฝืนยิ้มอ่อนโยนให้ธาดา ร่างกายอ่อนแอแต่หัวใจกลับแข็งแรงที่สุดในชีวิต
ธาดาประคองไอลิน “อย่าเพิ่งหลับ…เธอยังสัญญากับฉันอยู่”
ไอลินพยายามหัวเราะทั้งน้ำตา “นายช่างดื้อ…แต่ขอบใจนะ ที่ไม่ยอมทิ้งกัน”
เสียงอากาศแปรปรวนและควันที่กรอกเข้าปอดจางลงเมื่อมีเสียงฝั่งกู้ภัยดังไกล ๆ ผ่านช่องทางที่เพิ่งถล่ม หน่วยกู้ภัยล้วงเข้ามาช่วยทุกคนออกไปทีละคน ขณะก้าวเท้าออกจากซากซ้อนเปลวไฟ ไอลินกับธาดาสบตากันอีกครั้ง ไม่มีคำพูดใดออกมา มีแต่รอยยิ้มของคนพ่ายแพ้ต่ออดีตและพร้อมเริ่มต้นใหม่ร่วมกัน
แสงธรรมชาติสาดเข้าตาเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี ไอลินกล่าวราวเสียงกระซิบ “อากาศข้างนอกนี่…บริสุทธิ์กว่าในฝัน”
ธาดายิ้มเจื่อน ๆ “ลองหายใจเข้าเต็มปอดสักที ให้สมกับที่รอดมา…”
ขณะพวกเขาก้าวสู่โลกเบื้องบนซึ่งไม่แน่ว่าจะปลอดภัย แต่ก็ปราศจากพันธนาการ ไอลินจ้องฟ้าอย่างตื่นตะลึง รอยแผลในใจยังไม่จาง แต่เธอพร้อมลืมตาเผชิญวันใหม่ คู่กับชายที่ทำให้เธอกล้าเริ่มต้นอีกครั้ง