ตึกเลขที่ 81
ประตูไม้เปลือยขึ้นราพร่าง ผิวสีเข้มเกือบดำของมันวาวฉ่ำด้วยละอองน้ำแข็งในคืนวับแสงเย็น ธีร์ยืนลังเลตรงทางเข้าตึกหอพักหมายเลข 81 กระเป๋าผ้าขาดๆ ทิ้งคอนเวิดส์ดำเปียกฝุ่นบดขยี้บนพื้นหินเก่า เขาผลักประตูเบาๆ กลิ่นอับและกลิ่นไม้ผุวาบมาแปร่งประสาท
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“นายเพิ่งย้ายมาใช่ไหม?” เสียงทุ้มนุ่มของชายหนุ่มอีกคนดังขึ้นข้างหลัง ธีร์กะพริบตา โอย นี่กดลิฟต์ตั้งนานแต่ลิฟต์ก็ไม่มา ใจเขาสั่นวูบขณะหันไปสบตาใครบางคนใส่เสื้อฮู้ดเขียวมีรอยเขียนด้วยปากกาสีเทา เด็กหนุ่มยิ้มเอียง ๆ ริมฝีปากแลดูไม่ค่อยมั่นใจ “ใช่ ฉัน ธีร์”
“กอบ” เขาเอ่ย “อยู่ห้อง 904”
ธีร์พยักหน้ารับเบา ๆ หูตายังจับสำรวจ ทุกอย่างในตึกนี้เงียบเหลือเกิน ยามค่ำมีเพียงเงาของแสงไฟนีออนผ่านช่องหน้าต่างบานเกรอะฝุ่น กับเสียงขยับบนเพดานที่คล้ายจังหวะหัวใจใครติดขัด โลกของที่นี่ดูเหมือนร้างผู้คนร้อยปี แต่ทว่า … ไฟในแต่ละชั้นกลับสว่างจนแทบพร่าง
กอบมองตาม ก่อนจะละสายตา “นายได้ยินเสียงอะไรเมื่อคืนไหม?”
ธีร์นิ่งงัน คำถามนั้นทำให้เขาขยับเท้าเข้าไปลึกในล็อบบี้ “เสียงอะไรเหรอ”
“คล้ายเสียงลากขาของใครสักคน…แต่ชั้นบนๆ ไม่มีใครอยู่นะ นายจะได้ยินบ่อย…” กอบยักไหล่ “ช่างเถอะ เดี๋ยวนายก็ชิน” เสียงสารภาพแผ่วลงอย่างที่คล้ายบอกตัวเองด้วย
ธีร์รู้ตัวว่าขนแขนตั้งชัน เด็กหนุ่มพยายามฝืนใจไม่แสดงอาการ “แล้วนาย… ฝันร้ายบ้างไหม”
กอบเฉยเมย “เราทุกคนพกฝันร้ายมาลงโถงนี้ทั้งนั้น”
ธีร์เงียบ คำพูดนั้นเหมือนก้อนหินตกกลางอก
พวกเขาเดินขึ้นบันไดด้วยกัน เสียงรองเท้าเหี้ยนับจังหวะเหมือนเครื่องจักร ทั้งคู่แยกขึ้นไปแต่ละชั้น ลมหายใจของธีร์ถี่ขึ้นนิดๆ เมื่อถึงห้อง 811 ห้องที่เอเย่นต์เสนออย่างเร่งรีบว่าคนอยู่ก่อนย้ายออกไปโดยไม่บอกสาเหตุ ชั้นนี้ทั้งชั้นดูมืดผิดปกติ มีเพียงแสงใต้บานประตูเสี้ยวเดียวไหลรอด
ธีร์ไขกุญแจ เสียงกลอนเหล็กดังกรึ๊ก ร่องรอยชีวิตเดิมยังติดค้างอยู่เต็มห้อง ชุดผ้าปูเก่า สติ๊กเกอร์ดวงเล็กตรงหัวเตียง ขวดสเปรย์น้ำหอมกลิ่นส้มหมดไปแล้วครึ่งขวด เขาบอกตัวเองว่าช่างเถอะ พรุ่งนี้ค่อยเก็บ ยูนิฟอร์มมหาลัยยังพาดไว้ตรงเก้าอี้ มุมหนึ่งของห้องกระเป๋าเก่าใบเล็กวางทิ้งไว้โดยใครสักคน เหมือนจะทิ้งความหมายอะไรเอาไว้ ธีร์ไม่สนใจมันในคืนนี้
แสงไฟริมหน้าต่างพลันริบหรี่ มีเสียงเคาะเบาๆ สามครั้งจากฝาผนังฝั่งขวา ธีร์ชะงัก หันไปมอง มันเป็นจังหวะที่เหมือนกับรหัสอะไรบางอย่าง เขาแง้มม่านออก เพียงเห็นผนังเปล่าและความมืดจัดภายนอก ไม่มีใครเดินผ่าน เสียงพัดลมเก่าๆ สะท้อนฝาผนังดังกริ่งแผ่ว
เช้าวันถัดมา บนทางเดินกลับมีคนยืนเงียบอยู่ตรงหน้าลิฟต์ เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลเข้ม หันสบตาธีร์พร้อมรอยยิ้มประหลาด เขายกนิ้วชี้ปาก “ที่นี่ห้อง 813 อยู่?”
ธีร์ผงกหัว “ใช่ ผนังบาง ระวังหนวกหู”
“ขอบใจ” เขาตอบเบา ๆ นำมือขึ้นแตะประตูเหมือนจะรับฟังอะไรสักอย่าง
หลังเรียนตอนเย็น ห้องโถงใต้ตึกคุกรุ่นด้วยกลิ่นกาแฟและบุหรี่ นักศึกษาบางกลุ่มนั่งทบทวนบทเรียน อีกกลุ่มกำลังถกกันเรื่องการหายตัวของ ‘ยุวดี’ หญิงสาวปีสามที่ไม่มาติดต่อสองวันเต็ม “เธอมีแฟนใหม่ปะวะ?” ใครสักคนกระซิบ “หรือถูกหมวดอาจารย์เรียกไปอบรม?” เสียงเดาๆ ปนหัวเราะในกลุ่ม
แต่ธีร์นิ่งเงียบ สายตาเขามองผ่านความวุ่นวาย รู้สึกถึงความหนาวเย็นแทรกผ่านผนังเก่า ทุกอย่างในตึกดูคล้ายจะนิ่งงันแต่ใต้นั้นคล้ายจะกลืนกิน
กอบนั่งท้าวค้างบนเคาน์เตอร์ไม้ ถามเสียงเบา “นายสนิทกับยุวดีไหม?”
“ไม่… เขาเคยมายืมโน้ตแล้วก็แค่นั้น” ธีร์พูดออกมาอย่างจริงใจ มีกระแสความลังเลในใจที่ไม่อาจเอื้อนเอ่ย ‘ฉันหลบหน้าเธอ… ไม่กล้าคุย’ คำพูดแผ่วในใจไม่มีใครได้ยิน
“นายรู้ไหมว่าเธอทิ้งของไว้ที่ห้องนายก่อนหายไป?” เสียงเพื่อนบ้านห้อง 813 กระซิบถามด้วยรอยยิ้มประหลาดเช่นเคย
ธีร์สะอึก “อะไร?”
เด็กหนุ่มหัวเราะในลำคอ “ไม่แน่ใจ แค่…ตอนดึกเมื่อคืน เห็นเหมือนเธอเดินออกจากห้องนาย”
คำหลุดที่ยังคงลอยวนในหัวธีร์ตลอดคืน เขาเริ่มรื้อตรวจสิ่งของในห้องใหม่ ทุกอย่างดูรกร้างแต่พิบพรายด้วยร่องรอยใช้สอยของใครสักคน ถุงมือขาวหนึ่งข้างวางอยู่ในลิ้นชัก ที่หนีบผมเส้นเล็กตกอยู่ข้างเตียง ชั่วโมงดึกเขาโผล่มองนาฬิกา เสียงขูดบนกระจกหน้าต่างดังขึ้นทีละนิดราวกับมีใครง่วนกับโซ่ตรวนฝันร้ายของตนเอง
พรุ่งนี้เที่ยงวัน ธีร์ไปถามแม่บ้าน เธอส่ายหน้า “ไม่มีใครเห็นยุวดีมาสักพักแล้ว อย่าคิดอะไรเยอะเด็กเอ๊ย ตึกนี้คนขี้มโนเยอะ” ในแววตาแกมีบางอย่างซ่อนปิดไว้ ธีร์สังเกตเห็นหญิงสูงวัยชำเลืองประตูชั้น 9 แวบนั้นมีเงาเหมือนมือขยับไปมาในเงาสลัว
ตอนเช้าอีกวัน ธีร์เลยไม่สนใจเรียน เขาเดินดุ่มๆ ขึ้นไปชั้น 9 ผ่านบันไดคดบิด ผนังแคบลง ความสงสัยเรื้อรังในใจแน่นจนหายใจลำบาก เสียงทุบผนังจากในห้อง 904 ดึงให้เขาหยุด กอบเปิดประตูแง้มออกเล็กน้อย ใบหน้าซูบ ซีดกว่าเดิม
“ยุวดีไม่ใช่คนแรกที่หายไป โถงนี้มีคนหายมาสามคนแล้วในรอบปี” กอบกระซิบเสียงกร้าว “ฉันว่านายต้องออกห่างนะ”
“แล้วนายล่ะ? ทำไมยังอยู่?” ธีร์ถาม สีหน้าแข็งกระด้าง “เพราะฉัน… ฉันไม่กล้าหนี” รอยยิ้มเศร้าเจื่อนไป “ฉันคิดว่าทุกอย่างที่นี่มีวิธีรอด ถ้าเราไม่โกหกตัวเอง”
วันรุ่งขึ้น ธีร์ไปเยี่ยมเพื่อนร่วมวิชาที่ห้องใต้หลังคา เด็กสาวชื่อไอด้า รูปร่างเล็กแววตาเข้มข้นกำลังนั่งจมอยู่กับใบงาน “คนที่นี่ทุกคนเหมือนหลบซ่อนอะไรบางอย่าง นายมีความลับปะ?”
“ทุกคนมีมุมมืด” ธีร์ตอบแบบไม่สบตา “ฉัน…กลัวเปิดเผยความอ่อนแอของตัวเอง”
“ฉันกลัวถูกลืม” ไอด้าหัวเราะแผ่ว “เราน่าจะพูดตรงๆ กับกันบ้างเนอะ ฉันไม่อยากอยู่คนเดียวอีกแล้ว”
ความเงียบห่อหุ้มสองคน วินาทีนั้นลึกในแววตาธีร์มีรอยแตกร้าวปรากฏ …
วันเสาร์ ธีร์สะดุ้งตื่นด้วยเสียงโทรศัพท์ กอบโทรมาตอนรุ่งสาง “ชั้นเก้าคืนนี้… มีใครร้องไห้ นายได้ยินไหม?”
“เปล่า แต่นายแน่ใจเหรอว่าไม่ใช่เสียงในหัวตัวเอง”
“เราต้องหาคำตอบด้วยกันไหม?” กอบถามปนสั่น “บางอย่างมันจ้องมองเราอยู่”
ธีร์นิ่ง จุดนี้เป็นครั้งแรกที่เขาอยากเชื่อมโยงกับใครบางคน “เดี๋ยวเจอกันก่อนทุ่มตรง หน้าประตูฉุกเฉิน”
ค่ำวันนั้น บันไดชั้นเก้าเหมือนหายใจเอื้อมากกว่าเดิม ไฟริมผนังสาดเงายาวเกินเหตุ ธีร์ยืนข้างกอบ เพื่อนกลืนน้ำลาย “ฉันเหมือนถูกจับตามองตลอด แต่ที่น่ากลัวกว่าคือกลัวเจอความจริงที่ตัวเองไม่กล้ารับ”
เสียงฝีเท้าแคระขยายใกล้มา — เด็กหนุ่มจากห้อง 813 ยิ้มเย็น “ทุกปีที่นี่จะมีคนหาย…แต่ไม่ใช่ทุกคนที่กลับมาเหมือนเดิม” เขาเอื้อมมือไปแตะแผ่นป้ายชื่อห้อง 809 ที่ซีดจางนาน “นายเคยสังเกตไหม ของที่ยุวดีทิ้งไว้ในห้องนาย … มันอาจไม่ใช่บังเอิญ”
คำพูดจุดประกายบางอย่างในใจธีร์ ความกลัวแปรเปลี่ยนเป็นไฟอยากรู้อยากเห็น พวกเขาตัดสินใจบุกค้นห้องว่าง 809 ที่เงียบสนิท วันต่อมา สามคนยืนเงียบหน้าประตูอันเก่า ไอด้าเดินมาสมทบ มือเย็นจับแขนธีร์ “ถ้าไม่มีอะไร… กลับกันเถอะ”
กอบเหลียวไปอีกทาง “กล้าไหม?”
ธีร์กลืนน้ำลายขม “เปิดเลย…” เสียงสั่นแต่เด็ดขาด ไอด้าเสียบกุญแจโยกประตู กรอบประตูครางเอี๊ยดจังหวะผวา
ห้อง 809 ว่างเปล่า แต่แสงจากหน้าต่างทึบเป็นริ้วลำ ใต้พรมเก่าสีเทามือข้างหนึ่งโผล่ออกมา ทุกคนชะงัก ไอด้าน้ำตาซึม กอบย้อนสายตาไปที่ธีร์
“ถอย!” ธีร์ร้องลั่น เด็กจาก 813 ผวาหลบ ไอด้าถอยหลังไปติดกำแพง กอบวิ่งไปค้นชายเสื้อม่วงอมฟ้า เงารางของคนฟุบกลายเป็นยุวดี เธอพูดเสียงแผ่วเบา “พวกเธอมา… ฉันแค่อยากให้จำฉันได้…”
แสงไฟแฟลชมือถือกระพริบฉายให้เห็นน้ำตาบนใบหน้าเธอ ทุกคนหายใจขาดช่วง เด็กหนุ่มห้อง 813 ถอนหายใจ “เขาไม่ได้หายไปที่ไหน…แค่พวกนายไม่เคยมองเห็นจริงๆ”
ธีร์ยืนค้าง ใจป่วนปั่นระหว่างอ้อมแขนกอบและไอด้า น้ำตาเอ่อขอบตา “ขอโทษ… ฉันมัวแต่หลบซ่อนตัวเอง”
ยุวดีผละจากผนัง น้ำตาฉ่ำแก้ม “ถ้าเราพูดตรงกันแต่แรก เราคงไม่หลงทางขนาดนี้”
ไฟในห้อง 809 ค่อย ๆ สว่างทีละดวง วินาทีหนึ่งทุกคนเงยหน้าสบตากัน ความเข้าใจ กอด และเสียงสะอื้นค่อย ๆ จางหาย ตึกเลขที่ 81 มีเสียงหัวเราะประหลาดเล็ดลอดออกมา — คืนนี้ไม่มีใครหายไป …ทุกคนเลือกที่จะยอมรับ “ตัวเอง” เสียที