โปรเจกต์โปรยลม: เมื่อชมรมภาพยนตร์ต้องโกหกเพื่อหายใจ
เสียงกริ่งโทรศัพท์ของห้องชมรมภาพยนตร์ดังขึ้นอย่างประหม่า ทุกคนมองหน้ากันเหมือนนัดประกาศผลลอตเตอรี ป่านยืนอยู่กลางห้องโปรเจกเตอร์ที่มีผ้าขาวเก่าพันเป็นม่าน ม้วนฟิล์มเก่าๆ เอนเอียงอยู่ที่มุม และกลิ่นถั่วคั่วที่สมาชิกเพิ่งซื้อมาแพร่รอบห้อง…
ละครประชิดตัว: ภารกิจหายนะของนที
เสียงหัวเราะและเสียงค้อนทุบกาวดังแผ่ว ๆ จากห้องเก็บพร็อพของชมรมละคร ทำให้ทางเดินชั้นสามของตึกศิลปกรรมดูมีชีวิตชีวาในบ่ายวันอากาศเย็นกำลังจะเข้าหนาว “นที ทำอะไรอยู่ นี่ราวแขวนเสื้อหายไปสองข้างแล้วนะ” มีน ยกมือครึ่งหนึ่ง…
หอเอื้อนอรุณกับแผนการกุ๊กกิ๊กของสินธ์
เสียงโทรศัพท์ดังปลุกหอเอื้อนอรุณในเช้าวันจันทร์ได้เหมาะเหม็งเหมือนวงดนตรีตีกลองผิดคีย์ สินธ์ลืมตาแล้วควานมือหาสมุดจดกับแก้วกาแฟที่ยังไม่ทันถูกชงจริง ๆ เขาเกือบลืมว่าคืนก่อนนอนเขาเผลอรับปากทำอะไรบางอย่างให้กับ ‘ฝ่ายพัฒนา’ ของมหาวิทยาลัย…
วันโกหกวันเดือดที่มหาวิทยาลัยสีส้ม
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นกลางคืน ในหอพักชั้นสามของมหาวิทยาลัยสีส้ม ด้านนอกมีไฟถนนส่องแสงนวล แต่ในห้องแคบๆ มีนยังคงตาเป็นหมีแพนด้าจากการเรียนตอนดึก หนังสือรุมเต็มโต๊ะ คีย์บอร์ดยังเปิดโปรแกรมแก้ไขโค้ดเดินติ๊กๆ “ฮัลโหลครับ?”…
นทีกับเหตุการณ์สุดจริงจัง (ที่ไม่ได้ตั้งใจ)
เสียงเพลงรับน้องกำลังจะจบ แต่วุ่นวายมากกว่านั้นคือหน้าเวทีที่มีนักศึกษายืนเบียดกันเหมือนกล่องใส่ไข่ถูกทุบ คนดูร้องเชียร์ ชูป้ายสีส้มสีฟ้า และผู้จัดงานคอยกระซิบกันเป็นระลอก ๆ ว่า “แล้วผู้พูดคนสุดท้ายอยู่ไหน” “นที เท่าไรแล้ว!?”…
ละครหลอกแปลงกาย
เสียงกระทบไม้กับพื้นโรงซ้อมดังขึ้นเป็นจังหวะไม่เป็นจังหวะเหมือนการตีฆ้องผิดสำเนียง ในห้องซ้อมของชมรมละครมหาวิทยาลัย ศิลปศาสตร์ พื้นไม้เก่าแตกลายเป็นแทร็กล้อสำหรับรองเท้าหลากสไตล์ที่วิ่งชนกันแล้วหันมาพูดคุยด้วยสายตาเฉยเฉียว “เฮ้!…
ประธานที่ไม่มีใครเลือก
เสียงสั่นของโทรศัพท์ประมาณเก้าโมงเช้าของวันเปิดเทอมดังกระทบหูปลายก่อนเสียงประกาศของห้องเรียนจะเริ่มหมุนวน เขาเงยหน้าจากสมุดบันทึกที่เต็มไปด้วยตารางกิจกรรมและปลายปากกาที่ไม่เคยหยุดออกแบบตารางเวลาให้คนอื่น: “เฮ้ ปลาย ตรงตู้หน้าห้อง มีลุกศิษย์ใหม่ยืนงง ๆ…
ละครข้างตู้เย็น
เสียงกระดิ่งที่หอประชุมชมรมดังขึ้นพร้อมกับการเดินเข้าของฝูงนักศึกษาที่กำลังซักซ้อมฉากเต้นกลางเวที ชมรมละครของมหาวิทยาลัยดวงดาว มีกลิ่นกาวลาเท็กซ์ ผงแป้งหน้า ประแจแก้ไฟ และความเครียดตลก ๆ ที่ผสมกันจนคนข้างนอกฟังไม่ออกว่ามันจะออกมาเป็นศิลปะหรือภัยพิบัติ…
มหกรรมคำโกหกของมินท์
เสียงระฆังกลางมหาวิทยาลัยดังกังวานพร้อมกับฝูงนักศึกษาที่วิ่งกระหืดกระหอบไปตามทางเดิน มินท์ยืนเกาะราวบันได หายใจไม่ออกเหมือนเพิ่งวิ่งมาจากอีกโลกหนึ่ง ทั้ง ๆ…
คืนเดียวกับเรื่องโกหกของเต้ย
เสียงสัญญาณเตือนควันร้องครืดคราดกลางเช้าวันพุธ ทำให้ทุกคนในหอพักชั้นสามสะดุ้งตื่นไฟแล่บ เสียงรองเท้าคัทชูวิ่ง แล้วก็มีเสียงหัวเราะแห้ง ๆ ของคนที่รู้ตัวว่าตื่นมาเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกแล้ว “อย่าบอกนะว่าใครเอาไข่ใส่ไมโครเวฟอีกแล้ว”…