จันทราข่มเหง
ในคืนหนึ่งที่มีแสงจันทร์เต็มดวง สายลมพัดผ่านต้นไม้ในสวนหลังบ้านของดอกไม้เพื่อนบ้าน ต้นยางที่มีลำต้นใหญ่ยืนตระหง่านไม่ไกลนัก เชอร์รี่ สาวน้อยนักเรียนมัธยมปลายที่กำลังนั่งอยู่บนตั่งไม้ อุ้มตุ๊กตาให้แน่นขณะมองขึ้นไปที่ท้องฟ้า สัญญาณแห่งความรักและความลับที่เธอไม่รู้ว่ามันคืออะไร ในขณะเดียวกัน ร่างที่มีน้ำหนักหนาเบียดเบียนดวงใจของเธออยู่ตรงนั้น ร่างของฟอร์เรสต์ เพื่อนรักที่เธออาจจะรู้สึกมากกว่าเป็นเพื่อนสร้างความสัมพันธ์นี้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เชอร์รี่ ทำไมเธอมานั่งเหม่อในที่นี้” ฟอร์เรสต์เข้าไปนั่งข้างๆ และถามด้วยเสียงอ่อนโยน ริมฝีปากของเขายิ้มให้กับเธอ เสียงกระซิบของเขาแค่ดูเหมือนเสียงลม ที่ขับเคลื่อนความรู้สึกได้มากมาย
“แค่คิดถึงเรื่องจะเรียนต่อที่ต่างประเทศ” เชอร์รี่ตอบ เขาเห็นประกายตาเธอวูบไหว แล้วพลันในใจของเธอก็รู้ว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องการเรียน
คืนหนึ่ง ฟอร์เรสต์ชวนเชอร์รี่ไปสำรวจวังเก่าแก่ใกล้ชุมชน โดยบอกว่าได้ยินคนเล่าขานว่าที่นี่มีอาถรรพ์ ในห้องหนึ่งของวังเธอได้พบกับกระจกบานใหญ่ที่มีอาการเหมือนมีชีวิต ดวงตาในเลือนของฟอร์เรสต์ยังคงติดตามมัน ด้วยความอยากรู้และกลัว เธอขอให้เขาเล่าถึงความภูมิใจในครอบครัวของเขา
“คนเราจะมีความรักแค่ครึ่งเดียวได้ไหม?” เชอร์รี่ถาม ขณะที่ฟอร์เรสต์ลังเลใหญ่ว่าจะตอบอย่างไร แสงจากพระจันทร์ส่องลงมาพอดี ทำให้มีเงาเกิดขึ้นตรงที่ที่เชอร์รี่นั่งอยู่
“ใครบอก..มีรักเดียวก็ได้ แต่ความรักนี้มีความลับ” เขากล่าว ก่อนจบด้วยเสียงอ่อน” คำนี้ได้ซึมลึกเข้าไปในใจของเชอร์รี่
คืนต่อมาเขากลับมาที่วังเพื่อสืบเรื่องราวอาถรรพ์ในคืนปีกว่าที่ผ่านมากว่ามีการหายไปของเจ้าชายที่สำคัญในประวัติศาสตร์ ดวงจันทร์ที่เต็มดวงในคืนนั้นเป็นที่มาของปริศนา ความรักของพวกเขาเพิ่งเริ่มต้น แต่ความท้าทายเกิดขึ้นแล้วเมื่อเชอร์รี่ได้เข้าไปสู่เขตของความรู้ศิลป์ที่ดำมืด
“เชอร์รี่ โปรแกรมที่เธอจะเรียนต่อในต่างประเทศคือการคนการแสดงที่แบบนี้จะเป็นผลงานทั่วไปเกี่ยวกับความรัก” เสียงของฟอร์เรสต์ยังก้องข้างในใจของเด็กสาว ขณะที่เธอได้เห็นภาพของเจ้าชายที่หายไปในกระจกและดวงตาที่เธอเห็นในค่ำคืนเมื่อวาน
ฟอร์เรสต์พยายามที่จะเชื่อมโยงและทำให้เธอหันมามองโลกในมุมที่มันเป็นไปไม่ได้ คัมภีร์แสดงถึงความรักในบันทึกจนกระทั่งพวกเขาได้ค้นพบศึกเฉพาะที่ก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงขึ้น
“ทุกคนมีความรัก แต่ความรักไม่อาจชนะได้เมื่อข้ามผ่านความลับ” เชอร์รี่ พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงแม้ท่ามกลางความเฟื่องฟุ้งของคืน ตามหลังความกดดันเพิ่มขึ้น ด้วยการค้นหาเพื่อค้นพบว่ากระจกที่เธอเห็นนั้นมีความเป็นไปได้ที่จะอภัยได้หรือไม่
กลางคืนที่แต่ละเสียงกรีดร้อง และเสียงพึมพำไปทั่ว ถึงแม้ภายนอกจะมีความสวยงาม แต่ในใจของเธอนั้นเจ็บจี๊ด เหมือนดวงจันทร์ที่พยายามแสดงตัวเองท่ามกลางพลังอารมณ์ ทุกคืนที่ดวงจันทร์เต็มดวงทำให้ครั้งหนึ่งเป็นจุดจบและจุดเริ่มต้นของความรักที่ขัดแย้งในผลงานนี้
ยิ่งคนใกล้ชิดกลับทำให้ทั้งคู่หลงลืม ความลับความรักที่ยิ่งใหญ่แต่ซ่อนอยู่ในกระจกก็เผยตัวออกมาอย่างชัดเจน
“เราต้องเดินต่อไป เมื่อเราหยุด ตัวตนที่ทุกคนมองไม่เห็นก็จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการต่างคนออกไปจากกัน” ฟอร์เรสต์แสดงความรู้สึกที่อยู่ในใจ เชอร์รี่ได้ยินเสียงหัวใจเต้นรัวราวกับจะออกมาจากอก
บทสรุปของพวกเขาอยู่ที่คืนจันทร์เต็มดวง ที่มีแสงสว่างของจันทราจันทร์นี้ส่องสว่างให้เข้ามาอีกครั้ง ได้กลายเป็นวันแห่งความรักของพวกเขา กลับมาให้ลืมความลับ ที่ต้องทำให้ถึงที่สุดในจุดเริ่มต้นแห่งการแสวงหาความรักกันอีกครั้ง