ชุลมุนวุ่นรักในค่ายปิดเทอม: ก๊วนเพื่อนต้องรอด!
เสียงหวีดร้องของเด็กมัธยมต้นกระจายทั่วสนามฟุตบอลเก่ารกร้าง ทันทีที่อาจารย์โฉมพิศตะโกนว่า “ห้ามใครกลับออกจากเขตค่ายก่อนจะจบกิจกรรม!” สีห์ เด็กหนุ่มผมตั้งหน้าเข้มในชุดเสื้อยืดปลิวตามลม หิ้วกระเป๋าใบโตแล้วซึม ๆ เพราะเขาถูกแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้ากลุ่มโดยมติที่เขาเองเป็นคนยกมือสนับสนุนตัวเองด้วยความมั่นใจ ถึงแม้เพื่อนร่วมกลุ่มจะมองเขาด้วยสายตางง ๆ ก็ตาม
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“สีห์ นายแน่ใจนะว่าจะจัดการได้” แสน หนุ่มรูปหล่อ แว่นกลม ใบหน้าเคร่งขรึม พูดเสียงเบาแต่เจือความกังวลกลางลมร้อน สีห์ยิ้มตอบอย่างมั่นใจว่า “เชื่อฝีมือหัวหน้ากลุ่มคนนี้สิ” เขากอดอก แอ๊คท่าทันที ทั้งที่ลึก ๆ ในใจอดคิดไม่ได้ว่าคราวนี้อาจจะพังจริง ๆ
ยุ้ย เด็กสาวตัวเล็กที่หยิบขนมติดไปเต็มกระเป๋า สวมหมวกแก๊ปลายซูชิ กอดตุ๊กตาขนฟูของตัวเองอยู่ตลอดเวลา เธอกระซิบกับแสน “นายว่า พวกหัวหน้ากลุ่มนี่ เขาเคยผ่านอะไรแบบนี้มั้ย? เหมือนจะคิดอะไรในใจตลอดเลย” แต่แสนไม่ตอบ ได้แต่ถอนหายใจ
พวกเขาเดินตามทางที่ปกคลุมด้วยใบไม้ร่วงกรอบ สนามโรงเรียนดูเงียบผิดปกติ เตย์ พี่ม.ปลายที่ต้องมาช่วยดูแลกิจกรรม เข็นรถเข็นอุปกรณ์จาระไนเสียงดังสายใต้ เขาหันขวับมาตะโกน “ใครทิ้งกระเป๋ากลางสนาม?!” ยุ้ยรีบมองตูมัดตัวเอง สีห์บอกทันที “ของทีมเราเองครับ เดี๋ยวเก็บเดี๋ยวนี้!” แต่พอเขาจะก้มเก็บ เตย์ก็ทำหน้าเซ็ง ๆ บ่นพึม ๆ ว่า “หัวหน้าหมู่แต่ลืมของตัวเอง…”
ท่ามกลางการเช็คชื่อและจัดแถวอย่างยุ่งเหยิง อาจารย์โฉมพิศยื่นกระดาษข้อสอบประหลาดให้แต่ละทีมทันทีโดยไม่มีคำอธิบายด้านหลัง เพียงแต่เขียนว่า “แก้ปริศนานี้ให้ได้ก่อนหกโมงเย็น” สีห์หยิบกระดาษอย่างมั่นใจ แต่แสนแค่เหลือบมองก็ถึงกับขมวดคิ้ว “นายจะรู้ได้ยังไงว่าคำตอบมันถูกหรือผิด?” สีห์หรี่ตา “เดี๋ยวทำเองได้ แค่ดูปริศนาน่าจะไม่ยาก”
ยุ้ยทำตาโต “ถ้าแก้ไม่ได้โดนอะไรนะ?” แสนตอบทันที “ปกติค่ายวิทย์ก็ต้องลงโทษแหละ ยุ้ยน่าจะรู้” แต่ยุ้ยแกล้งหัวเราะ “งั้นก็เอาให้สุด!”
ขณะสี่คนนั่งล้อมวง สีห์ประกาศเสียงดังว่า “ใครมีไอเดียอะไรเสนอมา!” เตย์เงียบกริบ เปิดโทรศัพท์เล่นกล้องมองวิว ระหว่างที่แสนเริ่มอธิบายโจทย์ ยุ้ยก็พูดแทรกตลอด “อันนี้ชัวร์เลย! ครูต้องหลอกเราแน่ ๆ” สีห์ถาม “ทำไมมั่นใจแบบนั้น?” ยุ้ยตอบจริงจัง “ก็ครูโฉมพิศไม่เคยให้โจทย์ง่าย แต่ชอบทำหน้าเหมือนโจทย์ยาก!”
จังหวะนั้นเอง เตย์โพล่งขึ้น “เดินไปที่ป่าไผ่ข้างโรงอาหารมั้ย เผื่อเจอกล่องใบ้แทงไว้” สีห์คว้าประเด็นทันที “ดี! ไป!” แล้วพากันวิ่งจนกระเป๋าขนมยุ้ยหลุดตก ขณะวิ่งยุ้ยตะโกน “ขนมชั้นฉัน!” แสนหยุดรอให้เก็บแต่สีห์ดันวิ่งนำไปไกลแล้ว เตย์เหลือบมอง เห็นยุ้ยทำหน้าตกใจ เขาบ่นพึม “มีแต่ปัญหาแต่เช้า…”
พวกเขาเจอแต่กล่องข้าวเปล่าตามข้างทาง ยุ้ยหยิบมาดูข้างในกลัวจะมีของแปลก ๆ เพื่อน ๆ เห็นยุ้ยกลัวกับข้าวเปล่าแล้วหลุดขำ พอถึงใต้เวทีโรงอาหารถูกปิดอย่างลับ ๆ พบป้ายเขียนว่า “ห้องปริศนา” สีห์ชี้อย่างมั่นใจ “นี่แหละ โจทย์ค่ายชัวร์!”
เตย์กลอกตา “ปริศนาอะไรจะอยู่ใต้เวทีโรงอาหาร…” แต่สีห์ไม่ฟัง ดึงทุกคนเดินเข้ามืด ๆ ไปทันที ในนั้นกลับมีแค่อุปกรณ์กวาดพื้นและถังขยะ ยุ้ยหัวเราะ “ถ้าโจทย์ค่ายให้เก็บขยะทั้งวัน นายยังจะเป็นหัวหน้าต่อมั้ย?” สีห์นิ่ง ยิ้มอาย ๆ
เสียงกริ่งอาหารเที่ยงดังขึ้น เรียกเด็กค่ายให้ไปรวมตัวต่อหน้าห้องประชุม พี่เตย์กล่าวย้ำ “แต่ละทีมต้องนำผลการแก้โจทย์มานำเสนอในอีกสองชม.” สีห์เร่งรีบขอให้ทุกคนนั่งช่วยกันคิดอีกรอบ ทว่าสีห์วางแผนชาญฉลาดเกินเหตุ วาดผังสมองลงกระดานแต่กลับทำให้งุนงงเข้าไปใหญ่ แสนพูดแทรก “เอ่อ นายรู้ใช่ไหมว่าพิมพ์ซ้ำข้อหนึ่งสองรอบ?”
ยุ้ยเติม “ปกติถ้าเกิดงี้ครูจะบอกว่า ‘ผิดก็เริ่มใหม่’ นะ” สีห์ถามกลับ “งั้นอยากเริ่มใหม่หรือทำต่อ?” ยุ้ยเงียบพร้อมกลอกตา เตย์ทนไม่ไหวบ่น “เป็นทีมที่โกลาหลมาก”
ขณะที่พวกเขาเถียงกัน อาจารย์โฉมพิศเดินเข้ามาเงียบ ๆ “ทีมนี้ทำอะไรกันหรือ?” สีห์อ้ำอึ้ง “เรากำลังวางแผน… ครับ” โฉมพิศมองดูแผนกระดานที่เต็มไปด้วยเส้นโยงซับซ้อนเหมือนกับแผนที่เดินป่า…แต่ไม่มีใครเข้าใจเลยแม้แต่คนเดียว ยุ้ยกระซิบขำ ๆ “ครูดูเหมือนเข้าใจนะ แต่จริง ๆ คงไม่”
โฉมพิศยิ้มบาง ๆ “ขอให้โชคดี” แล้วเดินจากไป สีห์ฮึด ลุกขึ้นแถลง “เราต้องทำแผนนี้ต่อให้ครบ!” ทุกคนทำหน้าเอือมแต่ขำในใจ เพราะไม่มีใครเข้าใจอะไรเลย
เวลาผ่านไป ความเข้าใจผิดก็เริ่มต้น เมื่อจู่ ๆ เตย์เจอข้อความในกลุ่มไลน์ค่ายว่า “โจทย์จริงยังไม่ได้แจก ให้รอประกาศในห้องประชุม” ทีมของสีห์ถึงกับช็อก สีห์มองกระดานแผนซับซ้อนของตัวเองแล้วถอนหายใจ ขณะที่ยุ้ยกับแสนปล่อยก๊ากกันยกใหญ่
“ที่เราทำมาสองชม.คือโจทย์หลอกเหรอ?” สีห์เอ่ยด้วยเสียงหลง แสนปลอบ “อย่างน้อยนายก็ทำแผนโคตรล้ำ” ยุ้ยขำจนตัวงอ “ถ้าเอาไปประกวดศิลปะอาจจะรอดนะ!”
ผลจากความเข้าใจผิด ทำให้ทีมของสีห์รีบรวมตัวไปยังห้องประชุม เพื่อฟังโจทย์จริง ระหว่างเดินสีห์มั่นใจว่าจะต้องเป็นผู้นำอย่างสง่าผ่าเผย แม้จะเพิ่งพาทีมหลงทางมาสองชม. ขณะเดียวกันยุ้ยแอบทายกับแสนว่าหัวหน้าของเขาจะ “ด้นสด” ไปเรื่อยแค่ไหน
เมื่อในห้องประชุมประกาศโจทย์จริง คือ “สร้างอุปกรณ์ช่วยชีวิตจากของเหลือใช้” สีห์รีบโน้มน้าวทีมทันที คราวนี้เตย์เสนอ “ขวดน้ำกับถุงเท้า นายจะต่อนกหวีดได้มั้ย?” ยุ้ยรีบเสนอ “ทำปิ่นโตเก็บเสียงเผื่อเวลาครูดุ!” แสนสวน “ถ้าจะรอดชีวิต ให้ทำหมวกกันแดด ไม่ใช่ของเล่น!” กลายเป็นว่าทุกคนเสนอของตัวเอง สีห์พยายามสรุป แต่ยิ่งสรุปยิ่งงงหนักกว่าเดิม เพราะต่างคนต่างตีความเป้าหมายไม่ตรงกัน
สีห์ประกาศเป็นหัวหน้าว่า “ต้องทำของประดิษฐ์ที่ดีที่สุดในค่าย!” ยุ้ยทันที “นายมั่นใจอีกแล้วนะ?” แสนร้อง “ขอได้มั้ย ขอแค่เข้าใจงานก่อน…” เตย์เบื่อจนขอไปหาของในโรงเก็บนอกค่าย
กลุ่มของสีห์เถียงกันเสียงดัง ชิ้นส่วนของเหลือใช้กองสุมเป็นภูเขาเล็ก เตย์เก็บของมาผิดที่ ต้องไปหาเพิ่ม ยุ้ยมัวแต่ขุดของกินเก่าออกมาขายขำ ๆ แสนเถียงกับสีห์ในเรื่องฟิสิกส์ สุดท้ายสีห์รับบทผู้นำ ไม่ฟังใครอีกตามเคย เขาประกาศว่า “เราจะสร้างปืนฉีดน้ำแรงดันสูง!”
แสนถอนหายใจ “นายแน่ใจว่าเอาตัวรอดได้ด้วยปืนฉีดน้ำ?” สีห์ยิ้ม “เผื่อน้ำท่วม!” ยุ้ยหัวเราะ “เผื่อช้างหลุดก็ไล่ช้างได้!” เตย์พึมพำ “หรือไล่หัวหน้ากลุ่มก็ได้เหมือนกัน” ทุกคนขำกระจาย
ระหว่างที่สร้างปืนฉีดน้ำตามแผนของสีห์ ชิ้นส่วนหล่นเรี่ยราด พอประกอบน๊อตผิด น้ำพุ่งเปียกข้าวของทุกชิ้น ยุ้ยตกใจร้อง “ขนมชั้นฉัน!” แสนระอา “นี่คืออุปกรณ์ช่วยชีวิตหรือสร้างน้ำท่วม?”
จำเป็นต้องสร้างใหม่ สีห์ยอมฟังเพื่อนบ้าง แสนลองเสนอ “หมวกกันน้ำฝน” ยุ้ยเสนอ “กระเป๋าใส่ขนมกันมด” เตย์เสนอ “ที่ชาร์จพาวเวอร์แบงค์จากกล่องนม” ทั้งหมดลองทำทีละอย่าง อุปกรณ์ออกมาแปลก ๆ มีชิ้นหนึ่งที่ดูดีสุดคือ “กระบอกขนมกันเปียก” ของยุ้ย
วันนำเสนอ ทุกทีมทยอยโชว์ของประดิษฐ์ ทีมข้าง ๆ ทำเต็นท์กันน้ำ ทีมของสีห์มีแต่ของเล่นปนของกิน ยุ้ยประคองกระบอกขนมอวด ชาวค่ายหัวเราะชอบใจ แสนพยายามอธิบายว่าของที่ทำโดนใจสายกิน พี่เตย์ส่ายหัวแต่ช่วยพูด “อย่างน้อยของเรามีความสุขกว่า”
กรรมการถามว่า “คิดว่าสำคัญยังไง?” สีห์ตอบมั่นใจ “ถ้าเจอเหตุการณ์ร้ายแรง อย่างขนมหาย จะได้มีขนมอยู่รอดเผื่อความเครียด!” ทุกคนฮือกันเป็นแถว
แม้ทีมสีห์ไม่ได้รางวัลชนะเลิศ แต่ได้รางวัล “ของประดิษฐ์สร้างรอยยิ้ม” อาจารย์โฉมพิศก้าวมาพูด “ทีมนี้ถึงจะวุ่นวาย แต่ทำให้ทุกคนสนุก เป็นหัวหน้าที่สร้างเรื่องวุ่นสุดยอดเลย” สีห์ยิ้มหัวเราะ “ต่อไปจะฟังทีมบ้างครับ!” แสนยุ้ยและเตย์ส่งรอยยิ้มเอือม ๆ แต่มีความสุขและขำกลิ้งกลับบ้านพร้อมกัน
ก่อนขึ้นรถกลับ ยุ้ยกอดกระบอกขนมของตัวเองพูดว่า “ต่อไปค่ายหน้า ฉันเสนอหัวหน้ากลุ่มเป็นแสน!” ทุกคนหัวเราะ ส่วนแสนรีบตอบ “โอ๊ย ขอเป็นสมาชิกดีกว่า!” สีห์ยิ้มหน้าแดง “คราวหน้าต้องวางแผนใหม่แบบฟังเสียงทีมบ้าง…มั้ง!” เตย์โบกมือบ๊ายบายพร้อมหัวเราะปิดท้าย ค่ายป่วนครั้งนี้ถูกเล่าขานต่อด้วยเสียงหัวเราะที่ไม่รู้จบ