ซุปเน่าเจ้าไม่มีสูตร
“กล้า! นายเจอสูตรยัง?” แบงค์ส่งเสียงโวยลั่นตั้งแต่เช้า ในขณะที่ถือสมุดกรอบๆ ของแม่และเหล่าซากหัวหอมมะเขือเทศเป็นปึก
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“สูตร? หมายถึงสูตรลับป้ามยุรีซอยสามหรือสูตรป้าจิต?” ต้นกล้าดันแว่นตาโยกตกจมูก บนแขนเขาทั้งคู่มีถุงมืออย่างกับจะผ่าไก่ทั้งตัว แต่กำลังล้างแครอท
แบงค์ถอนหายใจยาว “มาม่าเรายังไม่เคยชงถูกสูตร นายจะไปหาสูตรอะไรมาเจอง่ายๆ ล่ะ?”
“ก็ถ้าไม่มีสูตร…เราก็ improvise ไง ลองนึกดูสิ ถ้าอร่อยขึ้นมาญาติๆ จะต้องทึ่ง!” ต้นกล้ายิ้มมั่นหน้า แบงค์ชั่งใจ แต่เมื่อเหลือบตามองห้องรับแขก เห็นแม่กำลังเดินโทรศัพท์บ่นหาใครสักคน แถมญาติที่ไม่เจอกันสิบปีก็จะมาเหยียบบ้านวันนี้ ใจแบงค์ก็เริ่มเต้น
“เฮ้ย กล้า เราไม่ได้แข่ง MasterChef…เราแค่ต้องทำซุป ไม่ต้องศิลปะอะไรมาก เอาให้ออกมาเป็นน้ำแกงสักอย่างก็พอ!”
“โอเคๆ น้ำแกงออกมาก็พอ เอ๊ะ เดี๋ยว…จะไม่ใส่แครอทเป็นรูปหัวใจหน่อยเหรอ?” กล้ายิ้มกวน แบงค์มองบนทันที
ในครัวเริ่มวุ่น รถเข็นมะเขือเทศหล่นเต็มพื้น กล้าลื่นเล็กน้อย แล้วฝาชีตกใส่มือแบงค์ แต่เขาไม่สนใจ หยิบหม้อออกมา แล้วก็หยิบมือถือขึ้นมาเปิด YouTube “เฮ้ เธอคนนั้นใส่น้ำปลาเยอะเลย บ้านเรามีน้ำปลามั้ย”
แม่โผล่มาอย่างจู่โจม “เอาอะไรก็ได้ไม่ต้องจัดเต็ม แบบบ้านๆ สไตล์เรา หนูแบงค์พอได้เนอะ?”
แบงค์รีบตอบ “แน่นอนครับแม่ ง่ายๆ เลย!” แต่เมื่อแม่เดินพ้นไป แบงค์กระซิบกล้า “เดี๋ยวนะ บ้านเราสไตล์อะไรวะ? ต้มยำหรือซุปใส?”
“ขอให้มี ‘ซุป’ ก็โอเคแล้วมั้ง…” กล้าไหวไหล่อย่างผู้ไม่อินกับรายละเอียด
สองเพื่อนเริ่มตื่นตระหนก หยิบวัตถุดิบทุกอย่างที่หาได้ออกมาเรียงบนโต๊ะ ไข่หกใบ น้ำส้มคั้น ซอสถั่วเหลือง ขิงฝาน ซีอิ๊วหวาน น้ำตาลปี๊บ หอมหัวใหญ่ มะพร้าวขูด หมูสับ
“ไม่รู้จะใส่อะไรบ้าง งั้นไล่ใส่ทีละอย่างไปก่อน!” แบงค์พูดพลางเทน้ำส้มลงหม้อ ต้นกล้ารีบชะเง้อ “เฮ้ยๆ น้ำส้มต้องใส่ตอนท้าย อันนี้ผมเห็นในรายการ!” แบงค์ชะงักไปชั่วครู่แล้วพึมพำ “หรือเราควรทำเป็น ‘ซุปผลไม้ฟิวชั่น’ แทน…”
เสียงแม่ดังข้ามห้อง “อย่าให้หวานมากนะ ญาติไม่ชอบ” แบงค์ย่นคิ้ว “งั้นใส่ซีอิ๊วเพิ่มเบรกหวาน!” กล้าเห็นด้วย แต่เผลอหยิบขวดน้ำปลาที่เขาใช้ล้างผักแทนซอส
กลิ่นประหลาดเริ่มโชยออกมา “โอ๊ย! กล้า นายเทอะไรลงไปน่ะ?”
“ก็…น้ำปลาไง นายบอกว่าเค็มใช่ป่ะล่ะ” กล้าพูดมั่นใจ แบงค์กลอกตา “แต่นายเทเกินครึ่งขวด!”
กล้าชะโงกหน้า “ซุปผลไม้เค็มๆ แก้หวาน เท่ดีออก!”
“นายแน่ใจว่ามันจะเท่ หรือมันจะเน่า…”
หมาตัวหนึ่งเดินผ่าน เห็นหม้อ ค่อยๆ หันหน้าหนีแล้ววิ่งหาย ต้นกล้าทำเป็นไม่สังเกต
เสียงกริ่งหน้าบ้านดัง ญาติเริ่มมาก่อนเวลา
“กล้า…รีบตักซุปใส่ถ้วย! เอานี่ใส่ให้หมด!” แบงค์ยัดขิงฝาน หมูสับใส่ตามด้วยความลนลาน
ณ ห้องรับแขก ญาติๆ เริ่มนั่งจับกลุ่ม เสียงซุปเดือดปุดๆ ลอยเข้าสู่บรรยากาศ ทุกคนกลืนน้ำลายตามกลิ่น (ที่เหมือนจะไม่ชวนชิม)
“น้องแบงค์ ทำอะไรหอมแปลกๆ จังลูก?” ป้านิดถามยิ้มๆ พร้อมปรายตามองหม้อ เห็นเนื้อหมูสีส้มปนซีอิ๊ว ต้นกล้ารีบชูนิ้วโป้ง “น้ำซุปสูตรใหม่ของเราครับ!”
“อืม…ดูน่าสนใจดี” อาสุชาติทำเสียงอ้ำอึ้ง ระหว่างแม่แอบมากระซิบแบงค์ “ตักให้ป้าเขาชิมก่อนคนแรก…แล้วอย่าใส่เยอะ”
แบงค์กุลีกุจอ ยื่นถ้วยให้ ญาติลังเล แต่ไม่อยากเสียน้ำใจ สุดท้ายก็ตักลอง ผลคือเงียบทั้งห้อง…แต่ต้นกล้าฝืนยิ้ม
“รสชาติ…อื้ม แปลกไปนิดนะลูก แต่อร่อยในแบบ…ของมันเอง” ป้าพยายามอธิบาย แบงค์กับต้นกล้าเหลือบตามองกัน สัญญาณอันตรายเริ่มมา
ทั้งคู่รีบกลับเข้าครัว “ไม่ไหวแล้วกล้า ทำไงดี?”
กล้าเลิ่กลั่ก “เราเพิ่มอะไรให้มันลื่นคอไง ใส่น้ำเปล่าเยอะๆ หรือไม่ก็…โยนมะพร้าวหมดนี้ลงไปเลย!” แบงค์ลังเล แต่ก็ตามใจเพื่อน
คราวนี้เสียงแม่ดังแทรก “อย่าใส่แปลกอีกนะ เดี๋ยวปวดท้องกันหมด”
เสียงน้องเฟิร์นแว่วมา “พี่แบงค์ หนูอยากกินข้าวต้มหมู”—ทั้งคู่มองหน้ากัน “ซุปเนื้อมะพร้าวยังแก้ได้!”
กล้ายิ้ม “ขายชื่อใหม่เลย ซุปมะพร้าวปนสับหมู!”
ในครัวเริ่มเหมือนห้องทดลอง กลิ่นใหม่อีกสายลอยออกมา หนนี้หมาแมวหนีทั้งสอง แขกในบ้านเริ่มมองหน้ากันอยากรู้อยากเห็นปนระแวง
แม่มิได้เข้าไปดูแต่ให้น้องชายเดินเข้ามาสำรวจ ต้นกล้าส่งถ้วยให้ “ลองไหม” น้องยิ้มแหย “พี่…แน่ใจเหรอ?”
แบงค์ดึงเพื่อน “เดี๋ยว มันเป็นโอกาสดีที่เราจะฝึกสกิลครีเอตฝีมือเชฟ ยังไงให้มันกลืนลงคอได้ก่อน!”
ต้นกล้าเสนอ “เติมผงชูรสเพิ่ม?”
“ไม่! คราวนี้นายจ้องให้ฉันโดนแม่ดุแน่ๆ เอาเป็น…เพิ่มน้ำส้มสายชู?”
กล้าคิดนาน “ก็ได้ แต่คราวหน้าฉันขอเป็นคนปรุงบ้าง!”
ควันเริ่มฟุ้ง อีกสักพักซุปกลายเป็นน้ำแกงข้นเหนียว แบงค์กับต้นกล้ากวาดช้อนตักอย่างภูมิใจ คิดว่าความตั้งใจจะกู้โลกได้ แม้แต่ญาติยังไม่ค่อยแน่ใจ
เสียงหัวเราะดังจากนอกห้อง ป้าพูดเสียงดัง “นี่สูตรพิเศษบ้านน้องแบงค์หรือเปล่า ตลกดีเนอะ!” ต้นกล้าชูนิ้วโป้งแต่ในใจเริ่มไม่ค่อยชัวร์
ครั้นแม่แวะกลับเข้าครัวก็เห็นผลงานสงบ แบงค์รีบพูดว่า “แม่ อย่าเพิ่งชิมตอนนี้นะ มันต้องทิ้งไว้ให้ ‘เครื่องเข้ากัน’ ก่อน”
แม่พยักหน้าอย่างงงๆ “เออ เอาเถอะ ขอให้อย่าพาใครไปโรง’บาลพอนะลูก”
ต้นกล้าหันมากระซิบ “เดี๋ยวคงดีขึ้นเองมั้ง…ถ้าไม่ระเบิด”
ท้ายสุดซุปถูกเสิร์ฟพร้อมกับขนมปังสไตล์ฝรั่งเศส (ที่จริงคือปาท่องโก๋จากร้านข้างบ้าน) ป้าหยิบจิ้มแล้วส่งสายตาให้ทุกคนค่อยๆ เริ่มกัดทีละคำ ป้าอ้อมพูดขึ้นมา “เฮ้ย! ซุปอะไรเปรี้ยวจี๊ด แต่กินแล้วตาสว่าง!” ทุกคนหัวเราะ รวมทั้งเจ้าตัวที่ปรุง
แบงค์กับต้นกล้าถอนใจ โล่งอกที่ไม่มีใครลงไปนอนกับพื้นแบบกังวล แล้วยิ้มให้กันเอง ก่อนที่แม่จะพูดลอยๆ ขึ้นว่า “คราวหน้าถ้าไม่รู้จะทำ ออกไปซื้อก๋วยเตี๋ยวหน้าปากซอยมาดีกว่ามั้ยลูก?”
สิ้นประโยค ทั้งบ้านหัวเราะพรึบ ช้อนกระทบถ้วยดังกริ๊ง ซุปเน่าของแบงค์กลายเป็นเรื่องขำประจำวงญาติ—และคลื่นวุ่นวายบทใหม่ก็พร้อมรอวันกลับมาอีกครั้ง…