เพื่อนร่วมหอ…ใกล้เกินคาด
เสียงตะโกนของเป้ หัวหน้าหอพักดังแว่วแทรกเข้ามาเมื่อ ฟูจิ กับ ข้าวต้ม กำลังนั่งดูคลิปในมือถือกันบนเตียงสองชั้นในห้อง 304 ซึ่งเล็กจนแทบขยับตัวไม่ได้ ฟูจิคนมาดสุขุมจริงจังแต่ประสาทกังวลกับทุกเรื่อง เงยหน้าขึ้นมา ทันทีที่ได้ยินเสียงเปิดประตูตึง เขาคิดขึ้นว่า “หรือเราทำความสะอาดช้าเกินไปอีกแล้ว…?”
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!ข้าวต้ม เพื่อนร่วมชั้นปีเดียวกันซึ่งเป็นต้นเหตุแห่งเสียงหัวเราะจากการตีความโลกไปเอง ยักไหล่ “จะเป็นไรไป ก็แค่เรียกให้ไปกินข้าวเช้าปะวะ เห็นมั้ยโน่ โน่หน้าตางัวเงียเดินนำแล้ว”
โน่ ชายหนุ่มหน้าตาอ่อนวัย ขี้กลัว อ่อนไหวง่าย เข้ามาลากหมอนตัวเองนัวกับกองผ้าห่ม ยกมือ “ใครเอาจานข้าวของเราวะ… จานเราหายอ่ะ!”
ฟูจิหยิบผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดเหงื่อ อึ้งจนพูดไม่ออก ข้าวต้มตีไหล่ฟูจิ ปล่อยมุก “หรือจานของนาย เป็นจานศักดิ์สิทธิ์วะ ใครแตะแล้วจะโดนคำสาปไหม?”
บรรยากาศวุ่นวายเริ่มก่อตัวเมื่อเป้ โผล่เข้ามาใต้บานประตูพร้อมจานข้าวสุขุม “ใครใช้จานข้าวไม่ล้าง ใส่นามสกุลห้องหน่อยครับ ของใครล่ะนี่ 304?”
โน่หน้าแดงเถือก ฟูจิส่ายหน้าอย่างรู้ทัน “เอ้า ข้าวต้ม ของแกรึเปล่า เอาไปเก็บดิ อย่าให้เป้เห็นนัก” ข้าวต้มตอบเร็ว “ของโน่น่า เราไม่กินข้าวใส่จาน เรากินตู้อุ่น!”
ในขณะที่ทั้งสามกำลังเถียงกัน เป้เดินจากไปพร้อมรอยยิ้มปนขัน “รีบล้างนะครับ ถ้าไม่อยากโดนหักคะแนนนิสัยดี ฮ่า ฮ่า ฮ่า…”
ความกังวลของฟูจิเริ่มปะทุขึ้น “นี่มันจะร้ายแรงแค่ไหนถ้าเป้คิดว่าเราคือคนสกปรกที่สุดในหอ… เราจะโดนไล่ออกไหม…” ข้าวต้มสวน “ไล่ออกเพราะจานข้าวสกปรกเนี่ยนะ แกดูหนังมากไปปะ นี่ไม่ใช่โรงเรียนตำรวจนะ!” โน่ขมวดคิ้ว “แต่จานหายนี่นา เราไม่อยากให้ใครเอาจานเราไปเล่นแรง ๆ”
อีกสิบนาทีถัดมา ในขณะที่ทั้งสามคนช่วยกันค้นหาจาน งานค้นเจอกล่องข้าวเก่า ตลกซ้อนตลกเกิดเมื่อข้าวต้มดันไปหยิบถุงขยะภายในกล่องที่ลืมไว้สองอาทิตย์ ฟูจิวิ่งหนีทันที ชูมือปิดจมูก ลืมความจริงจังไปชั่วคราว “อย่าบอกนะว่า…ในถุงนั่น …มัน…(เงียบ) …”
โน่ตบขาอย่างแรง “ข้าวกล่องเรา! อยู่ในนี้เหรอ?” ข้าวต้มดมแล้วเดินหนี “น่าจะผสมเชื้อไวรัสรุ่นใหม่ไปแล้วล่ะเพื่อน เลิกตามหาจานแล้วมาบอกเป้กันดีกว่าไหม?”
ฟูจิดูท่าชักเครียดยิ่งกว่าเดิม ลังเล “แต่ถ้าเรายอมรับไป…เป้จะคิดว่าเราขาดความรับผิดชอบไหม… หรือเป้จะล้อเรา…หรือหักคะแนนนิสัยจริง ๆ …หรือ…จะทำโทษเรา…”
ข้าวต้มอดหมั่นไส้ไม่ได้ ตะโกนเสียงขรึมล้อ “ฟูจิ! นายไม่ได้อยู่ในหนังสายลับนะ นายคิดไปเองหมดแล้ว! เป้แค่ขอให้ล้างจาน แต่แกคิดไปถึงโดนส่งไปเกาหลีฝึกวินัย!”
โน่เบะปาก “ใครจะไปกล้าบอกเป้ล่ะ… ถ้าโดนแซวในกลุ่มไลน์หอ สูงสุดคืนสู่สามัญแน่ ๆ…
ข้าวต้มดีดนิ้ว “โอเค แกมีแผนปะ?”
ฟูจิเดินวน “ต้องมีแผนลับ! พรุ่งนี้เราตื่นเช้ามืด แล้วค่อยๆ แอบล้างจาน แล้วเอากลับไปวางที่หน้าโต๊ะเป้ ทำเหมือนไม่รู้ไม่เห็น…ถ้าไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้!”
ข้าวต้มทิ้งตัวหัวเราะ “นายไม่เคยดูละครห้องนี้เหรอ? แฟ้มดักกล้องทุกทางทาง! เป้แกโพสต์คลิปทุกรอบ!”
ฟูจิเงียบสนิท ตาเบิกกว้างเหมือนเพิ่งเห็นผี โน่สะกิดเบา ๆ “ฟูจิ…นายเช็คกล้องวงจรปิดก่อนเถอะ บางทีเป้เคยล็อกไว้ไม่ให้ดูย้อนหลังนะ เราคงต้อง…”
เสียงโทรศัพท์เป้ดังเข้ากลางห้อง เสียงวีดีโอคอลมีข้อความจากกลุ่มไลน์ “มีใครรู้เบาะแสจาน 304 ไหมครับ ใบนี้ทรงสี่เหลี่ยมมุมขวาถลอก”
ข้าวต้มโพล่งขึ้น “เอาล่ะ ทุกอย่างชี้เป้ามาที่เราแล้ว! ไปลงทะเบียนสารภาพเลยมั้ยแก!”
ฟูจิยืนงง พึมพำ “หรือเราจะโดนรวมกลุ่มเป็นกลุ่มเสี่ยงจานหาย… เอาไงดีวะ!” โน่เสนอ “ล่องหนไปเลย! ซ่อนตัว!”
ข้าวต้มตาเป็นประกาย “หรือว่าเราจะตั้ง ‘ปฏิบัติการจานข้าวคืนสู่รัง’ ใส่หน้ากากหลบในเงามืดตอนเป้หลับ!”
แผนแปลกประหลาดถูกเสนอและถกกันกลางดึก จนในที่สุดสามคนตกลงฝากภารกิจยามเช้า ข้าวต้มต้องล่อเป้ออกไปเดินรอบหอ ฟูจิตั้งนาฬิกาตีห้า โน่ซุ่มในห้องครัวเตรียมฟังสัญญาณ
เช้ามืดวันถัดมา ฟูจิค่อย ๆ ย่องออกจากห้อง มือสั่นไปวางจานที่อ่าง แล้วหยิบฟองน้ำขัดด้วยความหวาดระแวง เสียงเท้าเป้ใกล้เข้ามาทุกที…
ข้าวต้มโผล่มาหน้าประตู “ฟูจิ! เป้แกเดินมา!” ฟูจิหน้าซีด รีบวางจาน นึกอะไรไม่ออก หยิบข้าวกล่องขึ้นมาถือแล้วตะโกน “เป้! ดูนี่ ข้าวกล่องเราลืม!”
เป้เดินเข้ามาเห็นกล่องข้าวเลอะเทอะและจานสกปรกในอ่างกับฟูจิที่ทำหน้าขึงขัง ข้าวต้มแกล้งเดินมาแซว “ฟูจิ สายลับมือใหม่ปะเนี่ย จะกลบร่องรอยยังไงดี”
ฟูจิตอบติดขัด “ก็…ก็…กำลังจะทิ้งกล่องข้าว…แต่ว่า… เอ่อ… เอาจานนี้มาล้าง…ก็…” เป้มองทั้งสามเเล้วหัวเราะ “ล้างแต่จานก็จบแล้ว หาเหตุผลซะดีนัก”
โน่โพล่งขึ้น “เป้ บางทีจานอาจเดินกลับบ้านเองก็ได้ มันนานแล้ว!” ข้าวต้มรีบสวน “หรือจริง ๆ ฟูจิเอาจานไปแปรรูปเป็นเครื่องมือสายลับหมดแล้ว!”
เป้เอานิ้วเคาะจานดังเปรี้ยง “ต่อให้จานนี้มีเรื่องราวมากแค่ไหน ก็ยังต้องล้างเหมือนเดิมทุกวันนะครับ”
ทั้งห้าคนในห้องครัวหัวเราะกันกลิ้ง ความวุ่นวายจบลงแบบเรียบง่าย ฟูจิยิ้มเงียบ ๆ ข้าวต้มเดินไปแตะไหล่เป้ “จานจบ คนไม่จบนะเพื่อน ห้อง 304 สายฮาชัวร์!”
โน่กระซิบ “ใครจะไปคิดว่าจานข้าวแค่ใบเดียวจะวุ่นขนาดนี้เนอะ” เป้ยิ้มกว้าง “ถ้าคราวหน้าจะปั่นขนาดนี้ขอเป็นจานสีชมพูนะครับ ดูคนล้างจะใจเย็นขึ้น”
ทั้งห้องหัวเราะบรรยากาศอบอุ่นก่อนแยกย้าย ขณะที่ข้าวต้มบ่นพึมพำ “รอบหน้าใครทำจานหาย ขอแจ้งหอก่อนนะ ฉันจะโดนล้อไปอีกยาวเลยเนี่ย!”