ยุ่งนัก รัก(ต้อง)สมัครชมรม
เสียงกริ่งหมดคาบดังขึ้น พร้อมนักเรียนมัธยมชายหญิงกรูกันออกจากห้องเรียนอย่างกับฝูงปลาสลิดถูกรบกวนกลางบ่อ วันนั้นที่โรงเรียนศิรินธารวิทยา กำลังมีประกาศสำคัญที่ทำเอานักเรียนม.4 ทุกคนฮือฮา
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เติม ห้องเราจะไปชมรมอะไรกันวะ” เสียงนทีเอ่ยถามพลางมองเพื่อนซี้ที่ห้อยกระเป๋าเป้กลับหัว
เติม เด็กหนุ่มผิวแทน ตาเป็นประกายด้วยความมั่นอกมั่นใจจนออกนอกหน้า เงยหน้าจากการพยายามยัดขนมไว้ในกระเป๋า ลงเสียงอย่างภูมิใจ “อะไรก็ได้ขอแค่ได้เจอสาวๆ สวยๆ”
นทีทำหน้ากังวล เขาประเภทคิดก่อนพูด คิดเผื่ออนาคต ยิ่งคิดก็ยิ่งกลัวความผิดพลาด “แต่เราต้องเลือกชมรมที่มีประโยชน์ต่อใบสมัครมหาลัยนะเติม ปีหน้าเริ่มเก็บข้อมูลแล้วนะ”
เติมหัวเราะในลำคอ “เออ เปิดใจก่อนน่ะ เดี๋ยวสาวมีกี่ชมรม เดี๋ยวรู้!” เหลือบตามองป้ายประกาศหน้าห้องโถง มีชื่อชมรมยาวเหยียด
ท่ามกลางฝูงชน พวกเขาเดินปะปนหลบหลีกเพื่อนนักเรียน จู่ ๆ นทีสะดุดขาของตัวเองแต่เติมคว้าแขนไว้ทัน ก่อนปล่อยออกอย่างรวดเร็วราวกับกลัวเสียฟอร์ม นทีพึมพำ “เราควรหาข้อมูลเยอะ ๆ ก่อนเติม ฉันว่านะ”
“เฮ้ย เหมาเลยชมรมละคร!” เติมชี้ไปยังโต๊ะที่มีป้ายสีรุ้งเฉิดฉายและมีนักเรียนหญิงล้อมรอบ นทีมองโต๊ะ ‘ชมรมหุ่นยนต์’ ที่อยู่ติดกันอย่างลังเลใจ “ถ้าได้เข้าดีมั้ยนะ ทำโปรเจกต์ กับหุ่นยนต์อนาคตดีสุด ๆ”
เติมไม่ฟังรีบพุ่งไปเขียนชื่อสมัครชมรมก่อน “นายด้วย เร็ว!” แล้วก็ลากนทีไปพร้อมกัน ขณะนั้นเจ้าหน้าที่ชมรมละครหลุดออกไปเดินกลับมา กระดาษรายชื่อเลยตกอยู่กับโต๊ะ ‘หุ่นยนต์’ ชั่วคราว สองคนเข้าใจผิด ลงชื่อสลับชมรมกันโดยไม่รู้ตัว
ผ่านไปวันหนึ่ง…ประกาศผลติด!
“เอ๊ะ? ทำไมฉันไปอยู่โปสเตอร์ชมรมหุ่นยนต์” เติมยืนตาค้าง “นาย…นที นายชื่ออยู่บนโพสเตอร์ละคร!”
“อะไรนะ? บ้าเหรอ! ฉันทำตามที่คิดนิ” นทีหน้าเหวอ พยายามหาข้อมูลในมือถืออย่างร้อนรน
เติมแหงนหน้าหัวเราะแห้ง ๆ แต่ไม่กล้าบอกใครว่าตนไม่สนหุ่นยนต์เลย “ดูเหมือนมันพลาดตั้งแต่ต้นแล้วเพื่อน”
เสียงครูที่ปรึกษาลั่น “ใครไม่เช็คชื่อในชมรม โดนหักคะแนนความประพฤตินะ!”
วันแรกของการเข้าชมรมแต่ละคน – เติมนั่งอยู่ท่ามกลางสายตานักเรียนที่เอาจริงกับวงจรไฟฟ้า ขณะเขาพยายามตอบคำถามเรื่องลวดต้านทานด้วยท่าทีมั่นใจ (แต่ไม่รู้เลยสักประโยค)
“เติม ตั้งวงจรขนานสิ” วิชาญ หนุ่มแว่นเพื่อนใหม่เสนอ
เติมหัวเราะ “วงจรขนาน…ก็แค่เอามาวางคู่ ๆ ไง” แล้ววางลวดซ้อนทับทุกเส้นอย่างมั่นใจ (“ผิดหมด…” วิชาญกระซิบกับโต๊ะข้างข้าง)
อีกห้อง – นทีนั่งกลืนไม่เข้าคายไม่ออกท่ามกลางเหล่านักแสดงรุ่นใหญ่ที่ฝึกบทบาท ‘กุหลาบแดงในป่าหนาว’
“นายชื่ออะไรจ๊ะ” ประธานชมรมละครถามยิ้ม ๆ
“เอ่อ…นทีครับ ผม…เล่นละครไม่ค่อยเก่งนะครับ”
“แต่หน้าเธอเหมาะกับบทหัวใจที่ปวดร้าวมากเลย!” ทุกสายตามองมา นทียิ่งเกร็งจนมีใครไม่รู้แซวยกมือ “บทโจรไปมั้ยพี่!”
นทีกะพริบตามึน ๆ “ผมต้องพูดว่าอะไรครับ”
ประธานตัวจริงสวน “ใส่อารมณ์! ใช้หัวใจ! ร้องไห้ซะ!”
เติมในชมรมหุ่นยนต์พยายามกลบเกลื่อนความไม่รู้อะไรสักอย่าง เอาตัวรอดด้วยการเนียนหยิบไขควงแล้วไม่นานก็ทำให้เสียงเตือนไฟดูดดังลั่นทั้งห้อง วิชาญกระโดดหลบแต่เติมหัวเราะกลบเกลื่อน “มันคือการทดสอบระบบ…ความทนทาน!” ทุกคนมองหน้าไม่เชื่อ
หมดวันแรก สองคนเจอกันหน้าตึกชมรม ต่างคนต่างฝืนยิ้ม
“ฉันว่ามันมีอะไรผิดพลาด” นทีเอ่ยเบา ๆ
“ไม่หรอกมั้ง…นายก็ต้องสนุกกับละครแน่!” เติมพูดเร็ว ๆ แล้วรีบชวนเปลี่ยนเรื่อง
วันนี้นteeกลับบ้านด้วยความคิดมาก ส่วนเติมเดินฮัมเพลงกลบความงงในใจ
วันต่อมา…ปัญหาเริ่มบานปลาย
เติมถูกเลือกให้เป็นหัวหน้าทีมประกอบหุ่นยนต์เพราะความกระตือรือร้น (ที่จริงเอาแต่ยิ้ม) เขาพยายามออกไอเดียล้ำ ๆ อย่าง “เราทำให้หุ่นยนต์พูดกับแมวได้ไหม?” เด็กในกลุ่มอึ้ง
นทีโดนประกาศชื่อให้เล่นละครเวทีใหญ่ เท่านั้นยังไม่พอ เขาได้รับบท “กุหลาบแดง” ที่ต้องระเบิดอารมณ์ร้องไห้กลางเวที เพราะเข้าใจผิดว่าเขามีพรสวรรค์ด้านน้ำตา
เติมโทรหานทีขณะพัก “ไม่แน่ใจเลยเว้ย เรามาทำอะไรผิดหรือเปล่า?”
นทีถอนหายใจ “อยากเปลี่ยนชมรม แต่กลัวโดนว่าพวกเราอยากหนีงาน”
เติมพยายามให้กำลังใจ “เปลี่ยนมุมคิด! บางทีเราคือพรสวรรค์ที่โลกต้องการก็ได้”
วันต่อมา เติมโดนขอให้เป็นพิธีกรนำเสนอหุ่นยนต์ เจอทีมกรรมการจากสมาคมวิทยาศาสตร์ เขาอธิบายแนวคิดหุ่นยนต์ “คือ มันจะช่วย…เก็บฝุ่นด้วยพลังเพลงลูกทุ่ง!”
นักวิจารณ์พยายามกลั้นขำ ถาม “แล้วมันเก็บฝุ่นยังไง?” เติมนิ่งคิด “ก็ ทุกอย่างที่ฝุ่นเยอะ มันร้องเพลงแล้วฝุ่นกลัว หลบเอง!”
อีกด้าน นทีต้องซ้อมบทละครต้องเข้าฉากร้องให้ในมุมที่มีเด็กน้อยม.1 ดูขำ ๆ แอบถ่ายคลิป โชว์ให้ทั้งโรงเรียนดู (คลิปนทีร้องไห้หลอกๆ ขึ้นสเตตัสทั้งโรงเรียนแบบเข้าใจผิดคิดว่านทีอินเลิฟอกหัก!)
ยิ่งแก้ยิ่งยุ่ง สองคนปรึกษากัน
“เติม นายชอบอะไรมากกว่ากัน? ฉันรู้สึกแปลก ๆ”
เติมนิ่ง “ฉัน…เอ่อ…ชอบอยู่นั่นแหละ!” แล้วเปลี่ยนเรื่อง “นายก็เป็นดาวรุ่งสายละครนะ ไม่คิดจะลองจริง ๆ เหรอ?”
นทีหน้าซีด “ไม่ไหว เติม…ฉันทำบทพังทุกอัน”
เติมกับนทีรวมหัวกันไปขอเปลี่ยนชมรมกับครูที่ปรึกษา ครูเปิดแฟ้มกระดาษ ลูบหนวดเบา ๆ ก่อนพูด “ขอก่อนปิดรับ เปลี่ยนได้ครั้งเดียว…แต่ห้ามเป็นชมรมเดิมนะ”
สองคนแอบปาดเหงื่อ กลับบ้านไปคิดหนัก ตกดึกเติมลองหาข้อมูลเขียนแผนสร้างหุ่นยนต์ดี ๆ นทีซ้อมบทหน้ากระจกเงียบ ๆ แต่สุดท้าย…ทั้งคู่ทำห่วยเหมือนเดิม
ถึงวันงานใหญ่ โรงเรียนจัดนิทรรศการชมรม เติมยืนพรีเซนต์หุ่นยนต์ที่ประกอบผิดทุกอย่าง สายไฟห้อยราวกับต้นคริสต์มาส นทีขึ้นเวทีละครเวทีอ่านบทผิดเพี้ยนเป็นชิ้นเป็นอัน แต่กลับกลายเป็นทุกคนฮากันทั้งโรงเรียน ครูชมรมหุ่นยนต์ กับครูละคร งง แต่ภูมิใจในแบบที่ไม่กล้าถามต่อ
หลังจบงาน นทีถอดใจ “ฉันยังชอบหุ่นยนต์อยู่ดี…”
เติมยิ้มกรุบ “ฉันก็ยังชอบสาว ๆ อยู่ดี!”
นทีตบไหล่ “นายไม่คิดจะจริงจังกับชมรมหน่อยเหรอ?”
เติมตอบเสียงเบา “ฉันลอง พยายามสุดแล้ว แบบฉันก็ได้แค่เนียนหัวเราะเอาตัวรอด แต่นายอย่างน้อยก็ร้องไห้เก่งขึ้น!”
ทั้งสองหัวเราะ คนละแนว
จู่ ๆ เจ้าหน้าที่ชมรมเดินผ่านมา “นที เติม! มีคนมาขอถ่ายภาพกับพวกนายทุกชมรมเลยนะ ชมรมไหน ๆ ก็อยากได้นาย ปีหน้าเอาไง?”
นทีเหล่มอง “ถ้าได้เลือกใหม่ ขอฉันขออ่านรายชื่อให้จบก่อน!”
เติมเอามือขวาแนบอก “ฉัน…ขอส่องเฟซสาวก่อนเลือกได้มั้ย?”
เสียงหัวเราะจบวัน ทุกคนล้อมวง ถ่ายภาพเสื้อยืดที่สลับโลโก้ชมรมกันอย่างฮา ๆ พร้อมแคปชั่น “อย่าเข้าใจผิด…ต้องเช็กชื่อให้ดี!”
และความวุ่นวายของมิตรภาพสองคนและโรงเรียนก็ยังคงเดินหน้าต่อไป …
“เติม นายชอบหุ่นยนต์หรือเปล่าวะ?”
“แล้วนายชอบละครมากขึ้นรึเปล่า?”
เงียบสักพักแล้วหัวเราะพร้อมกัน “เอาตามสบาย ใจนะ!”
เสียงกริ่งดังอีกครั้ง เปิดเทอมใหม่กับความวุ่นวายบทต่อไป…