ชมรมวุ่นวาย นายตีความ(ผิด)
เสียงกริ่งดังย้อนกลับมากระทบโสตประสาทตลอดทางเดินโรงเรียน เงินยวง—เด็กหนุ่มมัธยมปลายปีที่ 4 สวมแว่นตาโต นั่งก้มหน้าอยู่หน้าประตูชมรมการอ่านเงียบๆ เดิมชมรมแห่งนี้เหมือนจะสงบ หากแต่วันนี้เงินยวงมีประกายในตาทุ้ม ๆ ด้วยความตั้งใจใหม่: เขาจะเปลี่ยน “ชมรมสุดเงียบเหงา” ให้กลายเป็นชมรมขวัญใจโรงเรียนให้ได้
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!แต่แล้ว…
“จะนั่งก้มหน้าทำเบลออะไรมันวะ เงิน?” เจตน์—เพื่อนสนิทสายกวน เดินมาแตะไหล่
“วันนี้นายต้องช่วย ฉันคิดแผนมาแล้ว!” เงินยวงยื่นสมุดบันทึกที่จดแผนยุทธศาสตร์สามหน้าให้เจตน์อ่าน
เจตน์เปิดไปดู “ชมรมการอ่าน…กลายเป็นชมรมตลกโลก? มั่นใจเหรอวะ?”
“มั่นใจสิ! ฉันจะดึงทุกคนให้สนุกกับการอ่านให้ได้ ฉันเรียกมันว่า โปรเจกต์ ‘เสียงหัวเราะในหนังสือ’!”
จู่ๆ ต้นกล้า เพื่อนร่างสูงผู้อ่อนโยนและขี้ลืมสุดในกลุ่มโผล่หัวมา “มีใครเห็นถุงข้าวกลางวันฉันบ้าง?”
“นายลืมไว้โต๊ะวิทยาศาสตร์ตั้งแต่เช้าแล้ว มันถุงข้าวกลางวันหรือถุงระเบิดกันแน่” เจตน์ส่ายหน้า
“ถุงระเบิดเหรอ!?” ต้นกล้าตกใจ เล่นเอาเงินยวงต้องรีบเข้าไปห้าม
“เล่นมุก—ใจเย็น ไม่มีใครจะระเบิดกลางชมรม!” เงินยวงหัวเราะ กลบเกลื่อนความเครียดใหม่
ตัดมาที่ในห้องชมรม เพิ่มเติมด้วยอิงฟ้า เด็กสาวสายจริงจัง คู่แข่งหมายเลขหนึ่งของเงินยวงแต่ไม่รู้ตัว วางเป้ใส่สมุดอ่านสวยงาม
“พวกนายมีนัดอะไรลับๆ หรือเปล่า? ทำไมดูวุ่นนะ?” อิงฟ้าทำหน้างง
“ไม่มี!” เจตน์ตอบทันควัน “เราคุยเรื่องโปรเจกต์ให้นายเงินได้หน้า—เอ้ย ชมรมได้หน้า!”
เงินยวงก่นมองเพื่อนแต่ปล่อยผ่าน ตั้งใจว่าต้องพิสูจน์ตัวเองให้ทุกคนเห็น
อิงฟ้า “งั้นดี ฉันมีไอเดียอยากจัดประกวดรีวิวหนังสือแนววิทยาศาสตร์ด้วย เชิญประชุม!”
ทุกคนเงียบ…
เสียงแมลงวันผ่านไป—
“จริงดิอิง? หนังสือวิทยาศาสตร์ที่ชื่อ ‘องค์ประกอบแห่งความสุข’ เหรอ?” ต้นกล้าพูดช้า ๆ งง ๆ
“เออ ฉันว่ามันลึกดี…”
“ฉันว่า ถ้าให้ต้นกล้ามารีวิว จะเป็น ‘องค์ประกอบแห่งความลืม’ ซะมากกว่า” เจตน์หัวเราะ
เงินยวงรีบเก็บจุดสนใจ “สรุปว่าเราต้องแต่งธีมฮา ๆ ให้การรีวิวกับกิจกรรมวันนี้! แจกขนม ใครขำได้มากสุดชนะ!”
ต้นกล้าทำหน้าคิดลึก “แต่…แล้วข้าวกลางวันฉันล่ะ?”
“นายห่วงข้าวหรือลืมไปแล้วว่ามาสมัครใจตลก?” เจตน์จิก
“ข้าวก็สำคัญ…” ต้นกล้าตอบเรียบ ๆ ส่งต่อความเงียบป่วนไปทั่วห้อง
ระหว่างนั้นครูปิ่น—อาจารย์ที่ปรึกษาชมรม ปรากฏตัวในจังหวะพอดี “ได้ข่าวว่าวันนี้จะมีไอเดียใหม่เหรอ ฉันขอให้ทุกคนช่วยกัน แต่อย่าสร้างเรื่อง!”
เสียงฮาเล็ก ๆ ของกลุ่มดังขึ้นแต่ไม่มีใครฟังคำเตือนจริง ๆ
กิจกรรมเริ่มต้น เงินยวงแบ่งงาน เจตน์รับหน้าที่โฆษก (เพราะพูดมาก) อิงฟ้าดูแลประกวด ต้นกล้าดู…ข้าวกลางวันตัวเอง
ระหว่างที่อิงฟ้ากำลังบนเวที ทวนกติกา เงินยวงจู่โจม“เจตน์! ต้องโฆษณายังไงไม่ให้คนกลัวชมรมเรา?”
“ก็…ขายตรงไง! รับรองตั้งแต่เขาเข้ามาจะไม่มีวันลืมเรา” เจตน์เหล่ออกไปหน้าประตู
ตัดมาดึงบรรยากาศ เจตน์ประกาศเสียงดังว่า “ใครเข้าชมรมนี้ รับฟรีขนมกับความฮาระดับจารึกในประวัติศาสตร์โรงเรียน!”
ผลคือคนที่เดินผ่านต่างมองงง ๆ บางคนเข้าใจผิดคิดว่าสมัครแล้วต้องเล่นตลกหรือเล่นกล—ขณะที่กลุ่มเงินยวงกำลังดีใจว่าคนสนใจมากกว่าทุกปี
ณ เวลานี้ มีเด็กปีหนึ่งหัวฟู เดินมาถาม “พวกพี่ชมรมตลกรึเปล่า? ผมเล่นกลได้”
เจตน์ไปกับมุกทันที “งั้นแสดงกลเปลี่ยนข้าวกลางวันเป็นความฮาให้เราดู!”
ต้นกล้าหยิบถุงข้าวตัวเองขึ้นมา ทำหน้าวางเฉย “ข้าวกลางวัน หรือความฮาในกระเป๋ามันต่างกันตรงไหน?”
ทุกคนหัวเราะ ยกเว้นเงินยวงที่เริ่มระแวงว่าชมรมใกล้จะหลุดคอนเซ็ปต์การอ่านไปเรื่อย ๆ
เวลาผ่านไป งานประกวดเริ่มบานปลาย เด็กสมัครมาเรื่อย ๆ พร้อมพร็อพของตัวเอง บางคนถือหนังสือการ์ตูน บางคนแต่งชุดสไปซี่ราวกับเวทีประกวดสีสัน จนเงินยวงเริ่มตระหนักว่าตัวเองอาจสื่อสารผิด
“ทุกคน…นี่มันไม่ใช่งานประกวดฮาโลวีน!”
เจตน์แซว “แต่คนมากันให้พรึ่บ เฟลเหรอ?”
อิงฟ้าหยิบสมุดลิสต์รายการขึ้นมา “ถ้างั้นเราปรับเป็นประกวดโชว์ความพิเศษในหนังสือแทนได้รึเปล่า?”
ต้นกล้ามองไปที่กล่องข้าว…แล้วตอบ “ขอฉันโชว์กล่องข้าวลายแมวเผื่อจะได้รางวัลพิเศษไหม”
ทุกคนพากันงงแต่ก็นำความวุ่นวายไปสู่บรรยากาศที่ยิ้มบ้าง เหวอเสียบ้าง
เข้าสู่ช่วงไคลแมกซ์เมื่อครูปิ่นจะมาตรวจงาน เงินยวงระดมพลังเพื่อนกลบสถานการณ์ให้ดูปกติที่สุด แต่กลับยิ่งพัง เพราะคนที่สมัครประกวดรีวิวกลายเป็นการแสดงความสามารถพิเศษบนเวทีจริง ๆ มีทั้งโชว์กล่องข้าว หมุนปากกา เต้นคัฟเวอร์ ฯลฯ
ครูปิ่นมองทุกอย่างแล้วถอนหายใจ “นี่ชั้นขอให้ปรับกิจกรรม ดันกลายเป็นชมรมสารพัดพิสดารตั้งแต่เมื่อไหร่”
เงินยวงหน้าซีด “ผมขอโทษครับ อาจารย์ เราแค่…อยากให้ทุกคนมาเข้าชมรม”
ครูปิ่นยิ้มบาง ๆ “บางที การเป็นตัวเอง และให้โอกาสเพื่อน ๆ ได้แบ่งปันสิ่งที่ตัวเองรัก อาจสนุกกว่าการพยายามเปลี่ยนทั้งหมดก็ได้นะ”
ทุกคนเงียบชั่วอึดใจ เงินยวงรับบทเรียน
หลังงานจบ ทุกคนมานั่งกินข้าวด้วยกัน ต้นกล้าชูถุงข้าวขึ้น “สุดท้ายข้าวกลางวันก็สำคัญกว่ารางวัล”
อิงฟ้า “แต่รางวัลอยู่ที่เพื่อนร่วมโต๊ะต่างหาก”
เจตน์หัวเราะ “ต่อไปเรามีกิจกรรม ‘ชมรมกินข้าว’ ดีไหม?”
เสียงหัวเราะก้องห้องชมรม ปิดฉากกิจกรรมวุ่นวายด้วยมุกป่วนเงินยวงที่ว่า “แต่ถ้าชมรมกินข้าว คนสมัครคงเต็มโรงเรียนแน่!”