ชมรมรับจ้างเพี้ยน: คดีโซฟาในฝัน
เสียงโทรศัพท์ชมรมรับจ้างสารพัดดังขึ้นตั้งแต่เจ็ดโมงเช้า ภูมิ กระโดดคว้ามือถือก่อนใครเพื่อนด้วยความว่องไวอย่างคนที่มั่นใจในความสามารถทุกระดับ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ชมรมรับจ้าง ม.สีทอง ภูมิพูดครับ! รับหมด ยกเว้นยกหนี้!” เขาตะโกนเสียงภูมิใส่โทรศัพท์ ไม่นานเสียงหวานฝั่งตรงข้ามก็ตอบกลับแบบกังวล
“เอ่อ…ขอย้ายโซฟาสีฟ้าจากแฟลตหญิง 5 ชั้น ลงมาชั้นล่างหน่อยค่ะ ต้องเสร็จภายในวันนี้ เพราะจะมีผู้มาติดต่อขอรับช่วงตอนบ่ายสอง”
ภูมิหันไปยิ้มมุมปากใส่เพื่อนในชมรมอย่างชัย ก่อนจะเอามือป้องปากพูดว่า “เด็ก ๆ งานหมู ๆ แค่ยกโซฟา ใครว่างช่วยเราหน่อย”
ชัย เพื่อนร่างเล็ก ผู้คิดมากเกินเรื่องถอนหายใจหนักก่อนตอบ “แกเคยดูขนาดโซฟามั้ย ก่อนจะตกลงรับงาน”
“ของแบบนี้ ใจต้องใหญ่กว่าโซฟา!” ภูมิขำ จังหวะเดียวกันศร เพื่อนอีกคนที่เน้นพูดช้าและคิดนอกกรอบ ขอเข้าร่วมทันที “ถ้ายกคนเดียวได้…ขอกาแฟแก้วด้วย”
ภารกิจเริ่มต้นในเช้าวั้นนั้น หลังลงตัวว่า ทั้งสามคนพร้อมออกเดินทางและมั่นใจสไตล์ ‘ไม่คิดล่วงหน้ามากไป’
ไปถึงแฟลตหญิง ภูมิเดินนำอย่างมาดเท่ ฝ่ายชัย ดึงแขนไว้ก่อนจะขึ้นบันได “ถามก่อนมั้ยว่ามีกุญแจหรือรหัสอะไรมั้ย”
“เรื่องแค่นี้ ใคร ๆ ก็เปิดประตูให้โซฟาออกได้” ภูมิว่าแล้วก็เดินชิลขึ้นไป ก่อนจะพบว่าประตูทางเดินล็อกทุกชั้น มีป้ายติดไว้ว่า ‘ห้ามบุคคลภายนอก’
ศรอ่านช้า ๆ “ห้าม…บุคคล…หมายถึงเรา…มั้ย?”
ชัยมองบน “แกคือตัวอย่างของคนที่ไม่อ่านป้ายตั้งแต่ปีหนึ่ง”
หลังแนะนำตัวและตะล่อมกับพี่ รปภ. และนักศึกษาหญิงประจำชั้น (ที่ทำหน้าเหมือนสงสัยในเจตนา) ในที่สุดก็ได้ผ่านประตูเข้าไป ยิ่งเวลาผ่านไปความมั่นใจของภูมิยิ่งมากขึ้น “เห็นมั้ย แผนฉันคือคุยไปคนจะหวั่นใจเอง”
ถึงหน้าห้อง เจ้าของโซฟา—พลอย—นิสิตปี 1 คิ้วขมวด ปรากฏตัวเปิดประตู ถามด้วยน้ำเสียงกระด้าง “มากันกี่คน จะได้ลงไปจบวันนี้มั้ย?”
สามสหายสบตากันแต่ไม่มีใครกล้าบอกว่าตัวเองยกโซฟาไม่ขึ้น ด้วยมั่นใจในแผนของภูมิ จึงลงมือวัดขนาดประตู ขนาดโซฟา ดึงทิชชู่และกล่องนมออกจากใต้เบาะ แล้วเริ่มขยับขอบโซฟาดังเอี๊ยดอ๊าด
เสียงกึกกัก นำไปสู่การพบว่าโซฟาติดกับผนังแน่นหนากว่าที่คิด พลอยกอดอก “หนูไม่เข้าใจ มันย้ายขึ้นมาได้ไง ถ้าย้ายลงไม่ได้!”
ภูมิตอบอย่างภูมิ “เพราะตอนย้ายขึ้น น่าจะเป็นคนละทีมกับพวกเรา”
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ทั้งสามหอบเหงื่อไหล ยังขยับโซฟาไม่พ้นขอบประตู ศรเสนอ “ถ้าหั่นโซฟาเป็นหกชิ้น แล้วเอาแต่ละชิ้นลง…”
ชัยตาลุกวาว “แล้วเอาไรต่อกลับลงไป ใช้เทปกาวหรือเย็บผ้า”
ภูมิสวน “หรือเราลองยกพร้อมกันสามมุม เน้นมุมเหลี่ยม?”
ปรากฏว่าพยายามยกสามคนพร้อมกัน กลับมีเสียงดัง ‘กรอบแกรบ’ มีเศษขาโซฟาเสียงดังเป๊าะ เด้งออกมาใส่เท้าชัย
ชัยโดดลั่น “เจ็บไปถึงวิญญาณ!”
ศรแทรกหลังเงียบไปสักพัก “คำนวณผิด…ขากลวงนะเพื่อน”
พลอยถอนหายใจหนัก “ถ้าโซฟาพัง ลูกค้าที่รอมันจะรับมั้ยคะ?”
ภูมิยังคงพูดเหมือนไม่มีอะไร “มั่นใจลูกค้าของเราต้องไม่ซีเรียส มารู้ว่าเป็นงานมืออาชีพแน่ ๆ”
ในที่สุด หลังจากพลิกคว่ำพลิกหงายโซฟาทั้งห้อง โซฟายังอยู่กับที่ เลยต้องวางแผนใหม่ ศรเสนอให้ใช้เชือกขึงหน้าต่างแล้วยกลงจากระเบียง
ชัยตาโต “แกจะฆ าโซฟาหรือฆ ่าพวกเรา?”
ภูมิคิด “ไม่ใช่ไม่ได้…แต่ขอเชือกก่อน”
พวกเขาหาเชือกได้จากห้องเก็บของแวะไปขอยืมจากป้าประจำแฟลต ได้เชือกซักผ้าหลายเส้น ภูมิผูกมั่นใจ“อย่างนี้เอาอยู่”
เชือกผูกทั่วโซฟา พิสดาร จนหน้าตาเปลี่ยน เขาพยักหน้าให้ศรกับชัยยืนรับข้างล่าง ส่วนตัวเองปีนขึ้นไปกับพลอย
ขณะกำลังหย่อนโซฟา เชือกเริ่มยืดย้วย ศรถามขึ้นจากข้างล่าง “ผูกแน่หรือโยงไปถึงสวรรค์?”
พลอยพูดเสียงเบา “หนูกลัวเชือกขาด…มันเหมือนเชือกบราที่ยืด ๆ เลย”
และแล้วป๊อก! เชือกเส้นแรกขาด เสียงโซฟากระแทกระเบียงดังโครม ทั้งสี่วิ่งกรูลงไปดู โซฟาติดอยู่ขอบหน้าต่างชั้นสามแบบค้างเติ่ง ศรเหงื่อตก “ของฟรี แค่ซ่อมเล็กน้อย…”
เสียงโทรศัพท์ของพลอยดัง เธอกดรับด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ “…ค่ะ? อ๋อ…ลูกค้าจะขึ้นมาดูโซฟาเองเหรอ?…” แขกโทรมาถามอยู่หน้าตึกแล้ว ศรเดินไปเปิดประตูปรากฏว่าแขกซึ่งเป็นชายร่างสูงสวมเสื้อเชิ้ตเนี๊ยบ กำลังงุนงงสุดขีดกับโซฟาโผล่มากลางอากาศนอกอาคาร
ลูกค้าแหวกสายตา งง “นี่…คือบริการรีไซเคิลแนวใหม่เหรอครับ?”
ชัยกลืนเสียง “เอ่อ…เคยเป็นแนวคิด แต่วันนี้แถมบริการลุ้นของร่วงด้วย”
แขกขำแห้ง ๆ “จริง ๆ ผมแค่สอบถามว่า ใครเป็นคนย้ายโซฟาเข้าไปในห้องใหม่ให้ได้มั้ย…เพราะยังไม่ได้ตกลงรับโซฟาก็แค่อยากดู”
สามสหายกับพลอยช็อค “ไม่ใช่จะมารับโซฟาไปตอนนี้เหรอ?”
ลูกค้าส่ายหัว “แค่แวะดูเฉย ๆ ครับ จริง ๆ คิดจะสั่งโซฟาใหม่อยู่แล้ว”
ศรเหลือบตามองภูมิ “นี่คือ…การสร้างปัญหาก่อนจะมีปัญหาใช่มั้ย?”
พลอยหัวเราะเครียด “แล้วจะลงยังไง โซฟา…แบบนี้?”
ภูมิยิ้มแห้ง แต่อยากรักษาภาพลักษณ์ พูดขึงขัง“งานท้าทายจบเท่านี้ไม่ได้ ต้องจบให้สมศักดิ์ศรีชมรม!”
ทั้งสี่เดินวนรอบอาคารหาวิธีขยับโซฟา พลางคิดแก้แผน ศรเสนอให้ยืมห่วงยางป้าแม่บ้าน เอามาทำเบาะรับด้านล่าง
ชัยปาดเหงื่อ “ยิ่งพูด ยิ่งมั่วใหญ่เลยพวกเรา”
สุดท้ายแล้วหลังง่วนกับแผนสุดประหลาด ในที่สุดทั้งชมรมก็รวมพลังลากโซฟาลงบันไดวนทีละชั้น เอะอะโวยวายเสียงดังลั่นแฟลต นักศึกษาคนอื่น ๆ ช่วยกันเชียร์และหัวเราะ
ลงถึงชั้นล่างในสภาพโซฟาเบียนเบียด บุ๋มลงไปด้านหนึ่ง ทุกคนหน้ามุ่ยแต่ก็อดหัวเราะให้กับชะตากรรมตัวเองไม่ได้
ลูกค้าปรบมือ “บอกเลย ผมขอย้ายเองดีกว่า…”
พลอยยิ้มแหย “อย่างน้อย…โซฟาก็ออกมาถึงข้างล่างแล้วค่ะ”
ภูมิยิ้ม “งานง่าย ๆ ไม่มีในโลก มีแต่งานที่ต้องหัวเราะให้ได้ แม้ว่าจะพังแค่ไหน”
ชัยมองศรแล้วหัวเราะ “ชมรมรับจ้าง ยื่นใบลาออกสักวันมั้ย?”
ศรตอบช้า ๆ “ขอคิดอีกที…คนเราชีวิตมันก็เหมือนโซฟา…บางทียกยาก แต่ถ้ามีเพื่อนข้าง ๆ ถึงหนักก็ยืนไหว”
เสียงหัวเราะดังขึ้นในชมรม แม้จะโดนตัดแต้มวินัยข้อทำเสียงดังและทำโซฟาเสียหาย แต่ทั้งกลุ่มก็ยังยิ้มให้ความเพี้ยนของตัวเอง
วันนั้นจบด้วยการนั่งขอบโซฟาบุ๋มกินไอศกรีม ชมรมรับจ้างฯ สัญญาจะรับงานวันหน้าด้วยสโลแกนใหม่ “ชมรมรับจ้าง งานไหนก็เรื่องใหญ่ถ้าเพี้ยนพอ!”