ชมรมไวไฟ ป่วนคลื่นจิต
บรรยากาศเช้าตรู่ในตึกกิจกรรมของมหาวิทยาลัยพีระพลยังคงเงียบสงบ ถ้าไม่นับเสียงตะโกนลั่นของจอม—หนุ่มมั่นใจเกินเหตุเจ้าของเสียงดังราวลำโพงแตก—ที่กำลังลากโต๊ะเข้ามากองรวมกันข้างหน้า…
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ขวัญ! เดี๋ยวก่อน ช่วยยกปลั๊กพ่วงให้หน่อย!” จอมตะโกนใส่ขวัญ เพื่อนซี้ผู้คลั่งรักคาเฟอีนและชอบวิเคราะห์ทุกอย่างจนเกินจำเป็น ขวัญกำลังค้นหาถุงกาแฟในกระเป๋าผ้า ไม่สบตาและตอบด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ
“จะเอาไปลงทะเบียนชมรมใช่ปะ ถามจริง จอม…ชื่อชมรมไวไฟ นี่กลัวไม่มีไฟรึไง” ขวัญถามทั้งที่ยังเทกาแฟใส่ขวด
“ก็ทุกวันนี้อินเตอร์เน็ตห่วย คนบ่นกันทั้งตึก ฉันจะเป็นพระเอกคนแรกที่ช่วยทุกคนได้ ใช้เน็ตเร็วม้วนเดียวจบ! ไม่เห็นเหรอ ใคร ๆ ก็รอเราอยู่!” จอมพูดพร้อมท่าประกอบราวประธานชมรมใหญ่ แต่โต๊ะยังสั่นนำ้มือตัวเอง
“แล้วมีสมาชิกกี่คน…?” ขวัญถามเสียงเบา
“…ก็…สองคนนี่แหละ” จอมว่าแล้วเหลือบมองห้องโล่ง
เสียงประตูแกรกพร้อมชายหนุ่มร่างเล็ก ผมซอยแฟชั่น ใส่โค้ทยาวผิดฤดู ถือสายแลนมาม้วนใหญ่ “ขอโทษครับ ชมรมบัดกรีสายแลนอยู่ห้องข้าง ๆ รึป่าวครับ”
“ไม่ใช่ นี่ชมรมไวไฟ!” จอมตอบเร็วปานจรวด แม้จะยังตั้งโต๊ะไม่เสร็จ
“อ๋อ งั้นขอไวไฟหน่อยครับ จะโพสต์ลงกลุ่มว่าหาชมรมผิดห้อง” ร่างเล็กยิ้มแฉ่ง ขวัญมองจอมสายตาเอือม ตัดสินใจปล่อยสายปลั๊กเดินหนีไปชงกาแฟตกใจตัวเองไปพลาง ๆ
จอมหน้าเสียไปครู่แล้วก็กระโดดขึ้นเก้าอี้ “โอย เดือนนี้มันต้องปัง เดี๋ยวดู เพื่อนจะเข้าชมรมตรึม!”
ฉากเปลี่ยนมาเป็นบ่ายเปิดรับชมรม นักศึกษามาต่อแถวยาวขนาดสองแถวคู่ขนาน แต่ทั้งหมดต่อแถวรับนมกล่องที่แจกฟรีโต๊ะข้างๆ ไม่แม้แต่เหลียวมองโต๊ะชมรมไวไฟที่ตั้งโน้ตบุ๊กคู่เร้าเตอร์ราคาถูกไว้เด่น
“เราจัดกิจกรรมแจกอะไรปะ” ขวัญถามพลางเหลือบดูจอมที่กำลังพยายามจัดสายแลนเป็นรูปหัวใจ
“แจกความรู้! ใครจะไม่อยากได้” จอมเปรยมั่นใจสุดขั้ว
“เออ…ขำกลิ้งเลยพี่…ลองบอกนิสัยเธอเองไหมว่าเน็ตที่นี่มันช้าก็เพราะคนใช้ชมรมเธอทั่ววิทยาเขต?” เสียงหญิงสาวแว่วมา เป็นตาล—เพื่อนบ้านห้องถัดไป มือโปรเรื่องเทคนิคแต่ไม่ค่อยพูด เห็นอะไรผิดจะล้อทันที
“ไม่ใช่! ที่มันช้าเพราะแกนั่นแหละ ชอบแฮกเข้าเซิร์ฟเวอร์!” จอมขึ้นเสียงแต่พยายามเก็บท่าทาง มือเงอะงะรีบจัดโต๊ะให้ตรง ตาลยักคิ้วเล่นแล้วหมุนตัวเดินไปอย่างรวดเร็ว ขวัญหยิบกาแฟมาจิบ ฟังเสียงโต้เถียงโดยไม่พูดแทรก สายตาจับจ้องกับกล่องนมฟรีที่เหลือกองใหญ่
อีกสิบนาทีต่อมา มีนักศึกษาชายใส่ชุดเชียร์มาเดินวน ดูป้ายชมรม “ชมรมนี้ทำอะไร?”
“เราเน้นแก้ปัญหาเน็ตเวิร์กรวมถึงให้คำปรึกษาทุกอย่างเรื่องไวไฟ!” จอมยิ้ม มั่นใจเต็มร้อย
“ทุกอย่าง…เหรอ”
“ทุกอย่าง!”
“แล้วปลดบล็อกเว็บบิทได้ปะ” ชายคนนั้นถามจริงจัง
ขวัญรีบตอบแทน “เขาทำไม่ได้หรอก เขาแค่ตั้งชมรมเพราะตึกใหม่เน็ตล่มบ่อย”
“อ้าว แล้วจะตั้งทำไม!?”
“พี่อยากช่วยให้ทุกคนใช้เน็ตดีขึ้น…ถ้าเริ่มจากจุดเล็ก ๆ ก่อน เดี๋ยวมันจะขยายวงเอง…” จอมพูดเสียงเบา วางมือบนโต๊ะ
ชายคนเดียวกันถอนหายใจ เดินออกไปพร้อมสายตาสงสัย ทิ้งความรู้สึกผิด ๆ ให้ลอยอยู่ระหว่างสามคนเพื่อนซี้
หลังวันเปิดชมรมไม่ประสบผลสำเร็จ จอมยังไม่ยอมแพ้ นัดประชุมแรกโดยตั้งเป้า “ภารกิจ 1: กู้ไวไฟหอพักหญิง” ซึ่งไม่มีใครอยากไปเพราะข่าวลือว่า Wi-Fi ที่นั่นติดผีกวนล็อกอิน
“จอม จะดีเหรอวะ ไปคนเดียวแม่บ้านเขาไม่ให้เข้าแน่” ขวัญเตือน
“ก็ต้องลุยสิ! พวกนายเป็นสมาชิกตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ ร่วมลุยเป็นทีม!” จอมบังคับสองคนเพื่อน ตาลส่ายหน้าแต่ยอมเดินตามเพราะแอบคันไม้คันมือจะลองแฮกดูเอง
เมื่อถึงหอพักหญิง ประตูล็อกแน่น แม่บ้านมองตาจอมสลับกับป้ายชื่อที่คล้องคอขนาดเกินมาตรฐาน และถามเสียงเครียด “มาจากชมรมอะไรนะ”
“ชมรมไวไฟครับ!” จอมยิ้มกว้างเต็มที่
“มีตั้งชมรมแบบนี้ด้วยเหรอ” เธอพูดพร้อมหยิบโทรศัพท์ขึ้นถ่ายรูป
“ตามผมเถอะ ป้า ผมจะทำให้หอมีเน็ตใช้งาน 24 ชม.” จอมโค้งให้ซะใหญ่ แม่บ้านสะดุดกับคำว่า 24 ชม. หันไปแอบกระซิบกับแม่บ้านอีกคน ทำสายตาเหมือนจอมคือสแกมเมอร์
เมื่อกลุ่มเดินมาถึงห้องอุปกรณ์ไฟฟ้า จอมเริ่มเปิดคอมต่อเร้าเตอร์ ตาลแย่งสายแลนไปต่อเอง ทุกอย่างดูเหมือนจะไปได้ด้วยดี จนขวัญเหลือบไปเห็นกล่องวินโดว์ XP ที่ติดสติกเกอร์ว่า “ใช้สำหรับห้องผีสิงเท่านั้น”
“เดี๋ยว…นี่หอผีสิง?” ขวัญถามเสียงสั้น
“อ้อ อันนั้นนานแล้วไม่มีอะไรหรอก” จอมพยายามใจเย็น ทั้งที่เหงื่อแตกเต็มหลัง
เสียงไฟดับฟึ่บพร้อมกันทุกซอกของหอพัก ตาลสะดุ้งเฮือก “นี่แกทำสายหลุด!”
“เปล่าเว้ย!”
แม่บ้านตะโกนลั่น “นี่ชมรมไวไฟหรือไวไฟไหม้เนี่ย!”
ปัญหาบานปลาย เมื่อข่าวลือชมรมไวไฟทำหอหญิงไฟดับแพร่กระจายอย่างรวดเร็ว กลายเป็นไวรัลเล็ก ๆ ในกลุ่มนักศึกษา “ขอโทษครับ ฝากปลั๊กเอาไว้ กู้ไฟได้แน่!” จอมร้องไล่หลัง กลุ่มแม่บ้านกับนักศึกษาจ้องหน้าเหมือนจะเอากระทะฟาด
ค่ำวันเดียวกัน ในกลุ่มไลน์นิสิต มีข้อความดราม่าทะลุ 500 ข้อความ “เฮ้ย กูไม่มีเน็ตเลย! ใครก็ได้เรียก ‘ชมรมไวไฟ’ มาปลดล็อคที” ทุกคนเริ่มโยนความผิดให้กันมั่ว
จอมนั่งหน้าซีด ขวัญนั่งรวบขาตรงข้ามก้มหน้า ตาลตั้งโน้ตบุ๊กพยายามแฮกเข้าระบบโดยไม่ได้ดูว่าตัวเองเชื่อมเครือข่ายกล้องวงจรปิดแทน สักพักหน้าจอขึ้นภาพโรงอาหารด้านล่าง
“นี่มันโรงอาหาร…เออ นายแน่จริงเปิดกล้องหาหอหญิงให้หน่อย ดิฉันอยากรู้ว่าเขาว่าเรายังไง” ขวัญกระซิบติดตลก ดึงสถานการณ์ให้เบาลง
“ฉันจะพิสูจน์ให้ได้ว่าชมรมต้องมีผลงาน!” จอมยืนขึ้นจับไหล่เพื่อนทั้งสอง “เราต้องประสานมือกับชมรมใหญ่ ๆ หาโปรเจ็กต์ร่วม!” แต่ขวัญแย้ง “ฝันไปเถอะ ใครจะอยากร่วมกับพวกเราตอนนี้”
คืนต่อมา จอมรวมพลอีกครั้ง คราวนี้ตั้งเป้าซ่อมไวไฟอาคารเรียนเก่าสามชั้น หลังจากที่คณบดีสั่งปิดอุปกรณ์ทุกอย่างของชมรมไวไฟจนกว่าจะพิสูจน์ว่าพวกเขาทำไฟดับหรือไม่
“ขอโอกาสอีกครั้ง ป้า ผมรับประกัน ครั้งนี้ไม่มีปลั๊กหลุด!” จอมขอต่อหน้าแม่บ้านอาคารเรียน กับคณบดีสาวผมสั้นสุดเป๊ะทุกฝีก้าว
คณบดีมองจอมด้วยสายตาแข็งกร้าว “ขอให้ระวังมาก ถ้าเกิดอะไรขึ้นอีก ฉันจะยุบชมรมนี้ทันที”
ตาลหัวเราะในลำคอ “ขอให้โอกาสละกัน แต่ขอดูขั้นตอนทุกอย่าง…ไม่ไว้ใจ!”
ความตึงเครียดแทรกระหว่างคำพูดก่อนที่จอมจะโบกมือเรียกขวัญมาช่วยเสียบสาย ขวัญเสียบผิดพอร์ตอีกตามเคย อินเตอร์เน็ตทั้งชั้นล่มลงทันที
“มันไม่ใช่ความผิดฉัน ปลั๊กมันเยอะไปหมด!” ขวัญประท้วง
“แต่แกเสียบผิด!” จอมกับตาลประสานเสียง แม้จะมองคนละทิศ
ชั่วขณะหนึ่งเงียบกริบ ก่อนคณบดีถอนหายใจ “พอกันที! ทุกคนออกจากอาคารเดี๋ยวนี้!”
จอมหมดเรี่ยวแรงนั่งทรุดลงกับพื้น ขวัญหยิบกาแฟดูดด้วยจังหวะเนือย ๆ “ชีวิตมันก็แค่นี้แหละ” ตาลโน้มตัวลงมากระซิบ “เราต้องแก้ไขเองแล้วล่ะ”
ตลอดสองสัปดาห์ต่อมา จอมกับเพื่อน ๆ พยายามทำโครงการสอนเพื่อนในห้องคอม มหาวิทยาลัย แต่กลับเจอปัญหานักศึกษาตีความผิดคิดว่าคอร์สนี้คือ “สอนแฮกไวไฟฟรี” จู่ ๆ คนแน่นเต็มห้องกลายเป็นคอร์สดราม่า มีทั้งคนบุกถามเรื่องปลดบล็อก ดูหนังฟรี กระทั่งคณบดีเดินเข้ามาตรวจงานแบบไม่ได้นัด
“ใครอนุญาตให้สอนแบบนี้!”
“คะ-คือ เราสอนเรื่องการใช้งานปลอดภัยครับ—” ขวัญรีบตอบ ขณะนั้น จอมละล่ำละลักอธิบายผิด ๆ ถูก ๆ จนดูเหมือนกำลังเปิดคอร์สอบรมเป็นแฮกเกอร์มือใหม่ หมดกัน วีรบุรุษประจำชมรม
สุดท้ายชมรมถูกยุบชั่วคราวและเพื่อนฝูงเริ่มแยกย้ายกันไป คนเดียวที่ยังนั่งคาเฟ่รอบดึกคือจอม หัวใจเต็มไปด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้และผิดหวัง
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน ข่าวมหา’ลัยจะอัปเกรดระบบใหม่แบบคลาวด์ จู่ ๆ คณบดีนึกถึงกลุ่มของจอมขึ้นมา “เราได้บทเรียนจากความเฟลของชมรมไวไฟ บางทีพวกเขาอาจช่วยคิดแผนประชาสัมพันธ์ให้นิสิตเข้าใจมากขึ้น”
จอม ขวัญ และตาลถูกเชิญกลับมาในฐานะผู้ประสานงานโครงการ ด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ แต่รอบนี้จอมลดความมั่นใจตัวเองลง ขวัญเองก็เปิดใจร่วมมือมากขึ้น ตาลยอมรับว่าความเก่งไม่ใช่สาระสำคัญที่สุด
ระหว่างแนะนำระบบใหม่ จอมเผลอพูดผิดอีก “มั่นใจใช่มั้ยครับว่าต่อเน็ตแล้วปลอดภัย ไม่หลุด!” ทุกคนเงียบ คณบดีถอนใจอีกคำรบ “ถ้าหลุดอีก จะให้รหัส Wi-Fi คุณคนเดียวเลย” บรรยากาศจึงเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะกลบความกระอักกระอ่วน ก่อนระบบใหม่จะใช้งานได้ทันที
ขณะที่ไมตรีจิตในชมรมกลับคืน เพื่อน ๆ ทุกคนยิ้มรับกับอดีตวุ่นวาย ไม่มีใครกล่าวโทษใคร ต่างหัวเราะกับอดีตตัวเองที่ยิ่งแก้ปัญหา ยิ่งสร้างปัญหาใหม่ และสุดท้ายได้เข้าใจกันมากขึ้น
จอมลุกขึ้นเอ่ยส่งท้าย “จริง ๆ ผมรู้ว่าเราไม่เก่งเท่าคอมเซ็นเตอร์ญี่ปุ่นหรอกครับ แต่เราเก่งเรื่องรวนอารมณ์นะ!” ทุกคนหัวเราะพร้อมกัน เสียงเงียบผ่านไปแว้บบนหน้าจอพอดีมีข้อความขึ้น “จอม นี่ไวไฟห้องสมุดมันตกลงแล้วรึยัง?”
ขวัญหันมาแซวเบา ๆ “เพื่อน ไวไฟอาจล่มได้ แต่ใจเราต้องอย่าล่มนะเว้ย” จอมยิ้มรับ ก่อนก้มกราบคีย์บอร์ดเป็นการขอโทษเงียบ ๆ ทั้งห้องปรบมือและหัวเราะ ส่งเสียงจบเรื่องราวอย่างอบอุ่น ป่วน และมีความหวังใหม่ในหัวใจทุกคน