ลมหนาว สายหมอก และความลับบนภูเขา
ลมหนาวที่กัดแก้มและสายหมอกหนาทึบเคลื่อนตัวผ่านไหล่เขาเช้านี้ ดังกระซิบบางอย่างในอากาศ อาม เด็กหนุ่มวัยสิบหก ตัวผอมสูงกับผมดำยุ่ง ใส่เสื้อกันหนาวเก่าเดินลากเท้าขึ้นทางลาดเล็ก ๆ ของหมู่บ้านบนภูเขา สองมือกุมเป้ผ้าใบสีน้ำตาลไว้แน่น เสียงพูดคุยเบา ๆ ของชาวบ้านลอยมาแต่ไกล ท่าทางลอบมองกันอย่างหวาดระแวงมากกว่าทุกวัน
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“อาม เมื่อคืนแกได้ยินเสียงอะไรมั้ย” เสียงวิทย์ เพื่อนตัวกลมหน้าแดงเดินแทรกตามหลังขึ้นมาข้าง ๆ หอบเหนื่อยเล็กน้อย
อามหลบตามองหมอก “เปล่า… ทำไม มีอะไรเหรอ” น้ำเสียงเขาแผ่วแต่แฝงความกังวลไว้
วิทย์ลดเสียง “เขาว่า… ‘หมวย’ หายไปตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว” หยุดพูดทันทีเมื่อเห็นอามหยุดเดิน
อามรู้สึกเย็นวูบในอก เขาเงยหน้ามองกันเงียบ ๆ ในดวงตาเต็มไปด้วยคำถาม “หายไปยังไง เห็นบอกเมื่อวานยังมานั่งเรียนอยู่เลย…”
วิทย์ส่ายหัว “แม่หมวยร้องไห้ทั้งคืน ผู้ใหญ่ไปค้นป่าแต่ไม่เจอ…” อามนิ่งไปชั่วขณะ ความทรงจำบางอย่างสะกิดแผลในใจ
เสียงระฆังโรงเรียนจากข้างล่างหมู่บ้าน ดังขึ้นในความหม่นของเช้าวันจันทร์ อามหันหลังห่างจากเสียงซุบซิบ เดินเร็วขึ้นแล้วยกเป้ขึ้นสะพาย วิทย์เดินตาม สีหน้ากังวลสลับตกใจ
ในห้องเรียนไม้เก่า ๆ หน้าต่างเปิดออกสู่ทิวทัศน์ขุนเขา โต๊ะเรียนซี่ซอนควันหนาว เด็ก ๆ หลายคนจับกลุ่มกระซิบเสียงต่ำ ครูประไพลีลามาถึงช้าเป็นพิเศษ เช้านี้เงียบผิดปกติ
“อรุณสวัสดิ์ทุกคน…” ครูประไพน้ำเสียงหนัก สายตากวาดไปทั่วห้องเหมือนหาความผิดปกติ “ตกใจใช่ไหมที่หมวยยังไม่มา” เด็ก ๆ หลบตามองกันเงียบ ไม่มีเสียงตอบ
อามยกมือขึ้นช้า ๆ “ครูครับ… หมวยเป็นอะไรเหรอครับ” น้ำเสียงเขาเบาจนแทบไม่ได้ยิน
ครูประไพนิ่ง ริมฝีปากเม้มแน่น “เธอ… หายตัวไปเมื่อคืน ทุกคนสวดมนต์ ขอให้ปลอดภัย พวกผู้ใหญ่กำลังตามหา”
อามกะพริบตา สีหน้าสับสนเล็กน้อย ในอกเต้นรัว ความทรงจำบางอย่างเกี่ยวกับคืนก่อนลอยมา—แสงไฟเล็ก ๆ ในป่า เสียงฝีเท้าเร่งรีบ—แต่เขายังไม่กล้าบอกออกไป
เสียงรองเท้าเสียดสีกับพื้นดังเบา “อา… เอ่อ ขอเข้าเรียนค่ะ” ประตูเลื่อนออกอย่างลังเล เด็กสาวนักเรียนใหม่ในชุดนักเรียนที่ใหญ่กว่าตัว ไว้ผมหางม้า เดินเข้ามา สายตาหลบ ๆ มือเกาะเป้แน่นเหมือนอาม
ครูพยักหน้า “นี่ไหม เด็กใหม่ เพิ่งย้ายมาจากตัวอำเภอ ฝากเพื่อน ๆ ช่วยกันดูแลด้วย” ไหมขอบคุณเบา ๆ นั่งโต๊ะว่างข้างอาม สายตาสองคู่วูบสบกันแวบนั้น มีบางอย่างอึดอัดปนสงสัยทันที
พักเที่ยง ลานดินหลังโรงเรียน อามนั่งกอดเข่าใต้ต้นสนเก่า วิทย์กับไหมเข้ามาหา วิทย์พูดรัว “ไหม เธอคิดว่าหมวยยังอยู่ดีมั้ย”
ไหมหันไปสบตาวิทย์แล้วหลบ “…ก็หวังอย่างงั้น แต่ที่ในอำเภอ ถ้ามีคนหาย… บางทีไม่เคยได้กลับมา” เสียงจางลงขณะที่เธอมองเขาเงียบ ๆ
อามขมวดคิ้ว “เธอหมายความว่าไง”
ไหมเม้มปาก “เคยมีเด็กหายไปสมัยฉันอยู่ที่นั่น ไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้น…”
อามเงียบเสี้ยววินาทีก่อนสบตาไหม “บางที หมวยแค่กลัวอะไรเฉย ๆ หรือเราคงจินตนาการไปเอง”
ไหมถอนหายใจ ผมแกว่งตามแรงลม วิทย์รู้สึกถึงความตึงเครียดที่เริ่มก่อตัว “แต่เมื่อคืนฉันได้ยินเสียงหมาเห่าจากป่า… เสียงแปลก ๆ ด้วย แกว่าใช่อะไรมั้ยอาม”
อามนิ่งไป พลางรู้สึกเสียววูบ ประโยคที่ไหมพูดวนซ้ำในหัว “บางที… เราควรออกไปช่วยหา” อามพูดออกมาโดยไม่ทันคิด ไหมกับวิทย์เงียบไปชั่วขณะ
“แต่ถ้าผู้ใหญ่ไม่ให้…” ไหมเพิ่งพูดไม่ทันจบ วิทย์สวน “ไม่ได้! ฉันกลัว — ถ้าเป็นหมาป่าล่ะ”
“พวกนายจะกลัวไปทำไม ตอนนี้ถ้าเราไม่ทำอะไรเลยแล้วถ้า…” อามเงียบ พลางคุมเสียงตัวเองไม่อยู่
ไม่มีใครตอบ ต่างคนต่างก้มหน้า สายลมเย็นจัดพัดมาปะทะความเงียบที่อึดอัด
เสียงตีนเป็ดนอกโรงเรียนแว่วไกล อามนั่งลูบบนเป้ผ้าใบเก่า อีกมุมหนึ่งของสนาม เกวลินเพื่อนหญิงที่เคยสนิทกับหมวยกำลังร้องไห้กับเพื่อน เด็กทุกคนต่างหวาดกลัว เป็นวันที่หมู่บ้านเงียบเหงาอย่างไม่เคยมี
ค่ำวันนั้น หมอกหนาลงจนแทบมองไม่เห็นบ้านแต่ละหลัง อามกลับบ้าน เดินเลียบลำธารเล็ก ๆ ผ่านสะพานไม้กว้าง รัดแจ็คเก็ตเก่า ๆ แน่นขึ้น เสียงไม้กระดานกรอบแกรบสะกิดใจให้ระแวง เขาลอบมองไปรอบ ๆ ใจเต้นแรงแบบที่ไม่อยากยอมรับ
“รีบเข้าบ้าน อย่าออกไปไหนตอนกลางคืน” เสียงแม่พูดดังขึ้นจากบันไดบ้าน แม่อาม ผมหงอกขาว ตาแดงจากการอดนอน ส่งสายตาจับจ้อง อามพยักหน้ารับ เขารู้ว่าตัวเองเป็นเด็กดื้อบ่อยครั้ง
หลังมื้อเย็น แม่วางจานแล้วถาม “วันนี้เจออะไรแปลก ๆ ที่โรงเรียนมั้ยลูก”
อามเม้มปากแล้วส่ายหัว “ไม่มีครับ… แต่เพื่อนรู้สึกกลัว ทุกคนคิดถึงหมวย”
แม่ถอนหายใจนิด ๆ “ตอนแม่ยังสาว เคยมีคนหายเหมือนกัน… นานมาแล้ว” ทิ้งคำนั้นไว้โดยไม่ขยายความ เงียบปกคลุมบ้านชั่วขณะ
อามกำมือใต้โต๊ะ พึมพำคนเดียวเบา ๆ “บางที ถ้าเรารู้ว่าต้องทำอะไร อาจจะช่วยได้…” เสียงของเขาถูกกลืนหายไปในความมืด
คืนนั้นอามนอนไม่หลับ ตาคมจ้องฝ้าเพดาน ฟังเสียงลมตีใบไม้ ทุกซอกมุมของบ้านเหมือนซ่อนความลับบางอย่างไว้
รุ่งเช้า อามตื่นเร็วกว่าปกติ เขาคว้าเป้ วิ่งไปหาไหมหน้าบ้านของเธอ ไหมทำหน้าตกใจแต่ก็ยอมเดินตาม อามพูดเสียงเบา “ไปดูป่าแถวเชิงเขากันมั้ย ฉัน… ฉันต้องรู้ว่ามีอะไรซ่อนอยู่ตรงนั้น”
ไหมลังเล “อันตรายมั้งอาม…”
“เธอไม่ต้องไปก็ได้ ฉันขอไปดูเอง”
ไหมหลบสายตา “แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น เธอกลับมาไม่ได้นะ”
“ถึงยังไง ฉันก็ทนอยู่นิ่งไม่ได้ ขอโทษนะไหม” อามเดินลิ่วไปทางป่า โดยไม่หันกลับ ไหมกัดริมฝีปาก ลังเลแล้วรีบวิ่งตามมา
“รอด้วย! ฉันไปด้วย” เธอพูดเสียงสั่นเล็กน้อย อามหยุดรอ สีหน้าซ่อนความโล่งอกไว้ไม่เก่ง
ทางเดินในป่าเปียกชื้น หมอกขาวลอยแทรกตามต้นไม้ เสียงนกดังแว่ว อามฉายไฟฉายออกไปข้างหน้า หัวใจเต้นแรง ไหมเดินข้าง ๆ อย่างเกร็ง ๆ
“เมื่อวานฉันเห็นอะไรแปลก ๆ ในป่านี้” อามสารภาพเบา ๆ “แต่ฉันกลัว… กลัวว่าถ้าพูดไป ทุกคนจะคิดว่าฉันเพ้อ”
ไหมชะงัก “เห็นอะไรเหรอ อาม”
“มีแสงไฟ เหมือนมีคนอยู่ในป่าลึก…”
ไหมกอดเป้แน่นขึ้น “เธอเคยเข้าไปลึกขนาดนั้นมั้ย”
อามส่ายหน้า “ไม่… แต่ถ้าหมวยอยู่ในนั้นจริง ๆ…”
เดินลึกเข้าไป เสียงกรอบแกรบใต้เท้าทำให้ใจสั่น อามชะงักเมื่อเห็นผ้าเช็ดหน้าผืนหนึ่งติดกับกิ่งไม้ ไหมก้มดูแล้วเงียบ “นี่ของหมวยแน่ ๆ ฉันเคยเห็นตอนพักเที่ยง”
“งั้นเธออยู่แถวนี้จริง ๆ…” อามพึมพำ วิ่งฝ่าสายหมอกไปข้างหน้า ไหมตามติดไม่ห่าง
ถึงลานกว้างกลางป่า มีรอยเท้านำทางไปทางกองไม้เก่า ๆ อามกับไหมมองหน้ากันเงียบ ๆ อามใจเต้นแรง เขาก้าวเท้าช้า ๆ ตามรอยเท้า เสียงเหมือนอะไรบางอย่างเคลื่อนไหวอยู่ในพุ่มไม้
“ไม่เอานะอาม กลับเหอะ” ไหมสะกิดแขนเบา ๆ
“อีกนิดเดียวเอง…” อามพูดเสียงสั่น
เขาย่องไปแอบส่องดูหลังพุ่มไม้ พบกับกระเป๋าของหมวยตกอยู่ แต่ไม่มีใคร ทุกอย่างเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจตัวเอง
ไหมดึงแขนอาม “รีบกลับ ก่อนผู้ใหญ่จะรู้”
ทั้งสองวิ่งออกจากป่า กลับเข้าหมู่บ้านด้วยหัวใจที่เต้นแรง ขากลับ อามเก็บภาพในหัว ทั้งรอยเท้า กระเป๋า กับผ้าเช็ดหน้า — แล้วหมวยอยู่ไหน?
ถึงบ้าน วิทย์โผล่มายืนรอหน้าบ้านอาม สีหน้าตื่นตระหนก “อาม! แกไปไหนมา เมื่อเช้าคุณยายฉันเจอเศษผ้าของหมวย ใกล้บ้านลุงแม้น!”
อามและไหมเหลือบสบตากันด้วยความตกใจ อามถามเสียงสั่น “แล้ว… ลุงแม้นว่าไง”
“ลุงไม่อยู่บ้านตั้งแต่เมื่อวาน เย็นนี้กลุ่มผู้ใหญ่จะไปค้นบ้านลุง!” วิทย์พูดเร็วปรึกษากันเสียงแตก
หมอกขาวลอยกรุ่นเหนือบ้านไม้ อามนั่งกอดเข่าหลังบ้าน ไหมกับวิทย์นั่งข้าง ๆ ความเงียบอึมครึมแขวนอยู่ในอากาศ
“เธอเคยคิดมั้ยว่าบางที ความกลัวของคนในหมู่บ้านนี่แหละทำให้เราห่างกัน” ไหมพูดเสียงแผ่ว
“แล้วถ้ามีใครซ่อนอะไรไว้จริงล่ะ…” อามเงยหน้าถาม ซ่อนแววหวาดกลัวใต้ดวงตาขรึม
“อย่าพูดไปเรื่อย” วิทย์พูดเสียงสั่น “ไม่งั้นเดี๋ยวโดนหาว่าเป็นคนผิดบ้าง”
อามนึกถึงคืนเมื่อสองปีก่อน คืนฝนตก—เขาเคยเถียงกับพ่อเรื่องความผิดในอดีต แล้วพ่อออกไปจากบ้านวันนั้น ไม่เคยกลับมา คนอื่นซุบซิบว่าเป็นเพราะอาม… เขาไม่เคยกล้ายอมรับว่าตัวเองโกรธจนพูดจาทำร้ายจิตใจใครได้
ค่ำนั้น บ้านลุงแม้นเต็มไปด้วยชาวบ้านกับไฟฉายส่องทั่วบ้าน เงาทอดยาวบนผนังไม้ อามกับไหมแอบดูอยู่ห่าง ๆ วิทย์เกาะแขนอามแน่น ท่ามกลางเสียงโต้เถียงกันเบา ๆ ระหว่างผู้ใหญ่
“ถ้าหมวยไม่ได้อยู่ที่นี่ล่ะ?” เสียงหนึ่งดังขึ้น
“ก็ต้องตามรอยไปป่าอีก… แต่คืนนี้หมอกหนามาก”
เจ้าหน้าที่พบเสื้อของหมวยในห้องเล็ก ๆ หลังบ้าน ไหมสะดุ้ง “แต่ไม่มีรอยเลือด…” เธอกระซิบแผ่ว ๆ
“บางทีหมวยอาจหนีเอง หรือหลงทาง…” อามพูดไม่จบ หัวใจปั่นป่วนไปด้วยความกลัวและรู้สึกผิดลึก ๆ
กลุ่มผู้ใหญ่แยกไปค้นป่าอีกครั้ง ทิ้งความสงสัยไว้ทั้งหมู่บ้าน
คืนนั้น อามเดินออกไปนั่งคนเดียวที่ลานกว้างใต้ต้นสน มองหมอกเคลื่อนผ่านยอดไม้ จู่ ๆ เสียงกิ่งไม้หักดังขึ้น
“ใคร!” อามลุกพรวด เงาทมึนในหมอกใกล้เข้ามา เขาถอยหลัง ใจเต้นเร็วจนมือเย็นเฉียบ
เงานั้นเดินใกล้ขึ้น กลายเป็นไหม เธอหอบหายใจด้วยความตกใจ “อาม… ฉันแอบตามดู กลัวว่าเธอจะเป็นอะไร”
อามไม่ได้พูดอะไร เพียงแต่นั่งลงใหม่ ไหมนั่งข้าง ๆ ความเงียบคุมอยู่ครู่ยาว
“ฉันเองก็กลัวเหมือนกัน กลัวจะสูญเสียอะไรอีก” อามพูดเสียงหวิว
“ไม่ต้องกลัวกับฉัน…” ไหมตอบแผ่ว กลิ่นสนอ่อน ๆ ปนไอหนาวในอากาศ
รุ่งเช้า ข่าวแพร่ว่ามีคนเห็นเด็กหญิงใส่เสื้อสีแดงวิ่งตรงไปทางผาคลุมหมอก อามตัดสินใจจะไปดูเอง วิทย์ห้ามแต่สุดท้ายต้องร่วมทาง
ทางเดินบนเขาชัน สายหมอกคลื่นผ่านต้นไม้ อามนำทางด้วยมือที่สั่นเล็กน้อย ไหมเดินเคียงข้างเงียบ ๆ วิทย์เดินตาม ความกลัวและความหวังปะปนกัน
สุดทางหน้าผา พวกเขาได้ยินเสียงแปลก ๆ จากถ้ำเล็กข้างผา อามส่องไฟฉาย มือสั่น ไหมกระชับมืออามโดยไม่พูดอะไร วิทย์ยืนข้างนอกหน้าถ้ำ แจ้งว่าข้างในมีรอยเท้าหลายคู่
ภายในถ้ำ หมอกขาวขุ่น อากาศเย็นจนหายใจเป็นไอ พวกเขาตามเสียงกระซิบแผ่ว ๆ เข้าไปจนถึงมุมลึก พบหมวยนั่งตัวสั่น น้ำตาอาบแก้ม กอดเข่าด้วยความหวาดกลัว
อามเข้าประคอง “หมวย… เธอเป็นอะไร ใครทำอะไรเธอ” หมวยสะอื้น “ไม่มีใคร ฉันหนีเพราะกลัว กลัวว่าที่บ้านจะทะเลาะกันเหมือนวันนั้นที่อาม…” คำพูดค้างคาในคอ
หมวยหันมองอาม แววตาตัดพ้อกับความลับที่อามซ่อน “ตอนนั้น… ที่พ่ออามจากไป เพราะอะไรเหรอ”
อามนิ่ง น้ำตาคลอเบ้า “เพราะฉัน… เพราะฉันทนความกลัวในใจไม่ไหว ฉันผลักทุกคนออกไป กลัวจะสูญเสียซ้ำอีกเหมือนกับแม่ฉันเคย”
ไหมแตะบ่าทั้งสองคน “สูญเสียมันเจ็บแค่ไหนฉันรู้ดี… แต่เรายืนอยู่ตรงนี้เพราะเราต่อสู้กับมัน”
ทุกคนพากันออกจากถ้ำ ฝ่าไอฝนพร่ามัวกลับหมู่บ้าน อามตัดสินใจพูดความจริงกับแม่ หมวยกลับบ้านไปพร้อมน้ำตาและรอยยิ้มจาง ๆ
วันถัดมา หมู่บ้านมีสัญญาณชีวิตกลับมาอีกครั้ง แต่ใบหน้าของอามเปลี่ยนไป เขามองแม่ด้วยสายตาเปิดใจมากขึ้น
เย็นนั้น อามนั่งใต้ต้นสนกับไหม ท้องฟ้าสีม่วงหม่น ลมเย็นสุดท้ายของวันพัดโชยมาจนผมสั่น
“ฉันกลัวมาตลอด กลัวจะไม่ได้รับการให้อภัย” อามพูด
ไหมยิ้มบาง “เราให้อภัยตัวเองก่อนดีที่สุด”
เด็กหนุ่มหัวเราะเบา ๆ “งั้นวันนี้… ก็เริ่มใหม่อีกครั้ง”
ภาพสุดท้าย ลมหนาวและสายหมอกเคลื่อนผ่านกระท่อมไม้ เสียงเด็ก ๆ หัวเราะในฉากจบ ทุกคนกลับมาใช้ชีวิต—ตามหาตัวเองในหมอก—อีกครั้ง