สีของความฝัน
ในวันฝนตกซึ่งท้องฟ้าปกคลุมไปด้วยก้อนเมฆสีเทา ต้นกล้วยข้างบ้านยืนหยัดท่ามกลางสายฝนที่ไม่เคยหยุดตก นอกจากเสียงของน้ำที่ตกลงบนหลังคาแล้ว ยังมีเสียงเพลงหวานที่ดังคลอไปด้วย เป็นเสียงดนตรีจากห้องเล็ก ๆ ในบ้านของเคน ชายหนุ่มที่มีความฝันอยากจะเป็นศิลปิน นักร้องที่มีชื่อเสียง
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“เคน! วันนี้ไม่มีเรียนเหรอ?” เสียงของอิงค์เพื่อนสนิทดังขึ้นจากประตูห้อง “เอาเพลงใหม่มาฟังหน่อยสิ!”
เคนหันมาหาอิงค์ ด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความหวัง “เพลงนี้เพิ่งเขียนเมื่อวาน ตอนที่นั่งดูฝนตก” เขานั่งลงที่เปียโน ตัวโน้ตที่เขียนไว้สั่นระริกด้วยแรงกดจากนิ้วมือเคน ขณะที่เสียงเพลงที่ไหลออกมาอบอวลไปด้วยความเศร้าสร้อย
“ถ้าได้ออกไปแสดงบนเวทีจริง ๆ สักวัน คงจะดี” เคนพูดด้วยเสียงแผ่วเบา
“ทำไมไม่ลองส่งเพลงนี้ไปประกวดดูล่ะ” อิงค์แนะนำ “อย่าลืมว่านี่คือโอกาสของนาย”
เคนมีความลังเลในใจ เขารู้ดีว่าความฝันที่ยิ่งใหญ่ของเขานั้นเต็มไปด้วยอุปสรรค เขาเคยเห็นเพื่อนหลายคนที่พยายามแล้วล้มเหลว แต่ในขณะเดียวกันก็มีบางคนที่ประสบความสำเร็จ
“แต่ฉันกลัวอ่ะ” เขาพูดเสียงต่ำ “กลัวว่าจะไม่ได้รับการตอบรับ”
“กลัวทำไมล่ะ? ถ้านายไม่ลอง ก็ไม่มีวันรู้” อิงค์ยิ้มให้กำลังใจ
วันเวลาผ่านไป ฝนตกไม่หยุด เคนตัดสินใจส่งเพลงเข้าประกวด และได้รู้ว่าเพลงของเขาถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งในผลงานที่จะแสดงสดในงานเทศกาลเพลงประจำปีของมหาวิทยาลัย
บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความคึกคัก นักศึกษาหลายคนมารวมตัวกัน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะดังไปทั่วบริเวณ แต่ในใจของเคนกลับสั่นไหว เขาทำได้ดีเพียงใดก็ขึ้นอยู่กับการแสดงในครั้งนี้
“นายต้องทำได้!” อิงค์กระซิบบอกขณะดึงเขาไปที่เวที “คิดซะว่ามันคือการแสดงให้พวกเราฟัง”
ทันทีที่เคนขึ้นไปบนเวที เขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบหยุดหมุน เสียงเพลงที่เขาเขียนมาหลายคืนเริ่มดังขึ้น ทุกอย่างลืมไปหมด เหลือไว้เพียงเขาและเสียงเพลงที่ไหลออกมาจากหัวใจ
เมื่อเสียงปรบมือดังขึ้นหลังจากเขาร้องจบ เคนรู้สึกเหมือนเขากำลังบินอยู่บนท้องฟ้า เขาหันไปมองอิงค์ที่ยืนอยู่ด้านข้าง พร้อมรอยยิ้มที่กว้างจนเห็นฟันขาว
“ทำได้ดีมาก!” อิงค์พูดเสียงดัง “นายจะต้องเป็นศิลปินแน่นอน!”
แต่ความสำเร็จนั้นไม่นานนัก หลังจากการแสดง เคนได้รับข่าวร้ายจากบ้าน เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้น การเงินในครอบครัวของเขาตกต่ำลงจนทำให้ต้องหยุดเรียน
“ฉันต้องกลับบ้าน” เคนพูดกับอิงค์ด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง “ฉันช่วยที่บ้านไม่ได้หรอก”
“แต่นายมีความฝัน” อิงค์บอก “นายจะทำอย่างไรถ้าไม่ได้ทำตามที่ใจต้องการ”
“ความฝันก็มีค่า แต่ครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุด” เคนตอบ ก่อนจะเดินหน้าตัดสินใจที่จะกลับบ้านไป
กลับถึงบ้าน เคนพบว่าทุกอย่างไม่เหมือนเดิม เขาต้องทำงานที่ร้านของครอบครัวแทนที่จะได้ทำตามความฝัน ในขณะที่ความฝันของเขาค่อย ๆ เลือนหายไป
“เคนทำได้ดีนะ” แม่ของเขาพูดขณะช่วยเขาจัดสิ่งของในร้าน “แม่เชื่อว่านายจะมีโอกาสอีกครั้ง”
เคนยิ้มให้แม่ แม้ในใจจะรู้สึกไม่แน่ใจ แต่การได้เห็นครอบครัวมีความสุขทำให้เขามีความหวังขึ้นบ้าง
ในค่ำคืนหนึ่ง ขณะที่นั่งอยู่ในร้านเคนก็ได้ยินเสียงเพลงจากโทรทัศน์ เขาหันไปมองเห็นอิงค์ร้องเพลงในรายการประกวดที่เขาเคยเข้าร่วม
“นายทำได้ดีมาก อิงค์!” เคนพูดเสียงดังพลางตบมือ เขารู้สึกถึงความภูมิใจและความรักในมิตรภาพที่ไม่มีวันสูญหาย
การเดินทางของเคนยังไม่จบ แม้ว่าเขาจะต้องเผชิญกับความจริงและความยากลำบากมากมาย แต่เขายังมีความหวัง นั่นคือสิ่งที่เขาจะไม่ยอมให้ใครพรากไป
คืนหนึ่ง เคนได้ยินเสียงอิงค์โทรศัพท์มาหา “เคน! มีข่าวดี! นายต้องกลับมาที่มหาวิทยาลัย!”
“เกิดอะไรขึ้น?” เคนถามด้วยความตื่นเต้น
“มีการจัดการประกวดเพลงใหม่ โดยจะให้ผู้เข้าแข่งขันได้แสดงเพลงที่เขียนขึ้นเอง” อิงค์อธิบาย “นายต้องลองเข้ามาอีกครั้ง”
เคนมีความลังเลอีกครั้ง แต่ดูเหมือนความฝันจะกลับมาหาเขาอีกครั้ง เขาตัดสินใจว่าจะต้องลองอีกครั้ง
การกลับมาในครั้งนี้เต็มไปด้วยความหวังและความฝันที่แตกต่างจากเดิม เคนรู้ว่าโลกไม่สามารถหยุดหมุนได้แม้ว่าฝนจะตกหนักเพียงใด
ในคืนที่เคนแสดงเพลงที่เขียนใหม่ เขารู้สึกอิ่มเอมในใจ ทุกสิ่งรอบตัวดูมีความหมายขึ้น เมื่อเสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง เขารู้ว่าเขาได้ทำตามความฝันแล้ว
เคนหวังว่าวันหนึ่งจะสามารถยืนอยู่บนเวทีที่ใหญ่ที่สุด และร้องเพลงให้คนทั้งโลกได้ฟัง นั่นคือความฝันที่เขาจะไม่มีวันหยุดค้นหา
แม้ว่าการเดินทางครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความยากลำบาก แต่เคนรู้ดีว่าความฝันของเขายังคงมีชีวิตอยู่
และในคืนที่ดาวเต็มฟ้า เขาหยุดมองดาวบนฟ้าและตั้งปณิธานใหม่ “ฉันจะเป็นศิลปินที่ดีที่สุดให้ได้”
ในวันที่ความฝันกลายเป็นจริง เคนยิ้มให้กับทุกสิ่งที่เกิดขึ้น และตั้งใจจะไม่ให้ใครหยุดยั้งเขาได้อีกต่อไป