สีสันแห่งความรัก
บรรยากาศของหมู่บ้านเล็ก ๆ รายล้อมไปด้วยภูเขาและท้องฟ้าที่สดใส ลมพัดอ่อน ๆ ทำให้ใบไม้เปิดเผยสีเขียวสด ลีนั่งอยู่ที่โต๊ะไม้ในร้านกาแฟของครอบครัว ขณะที่เสียงกาแฟดำที่รินลงไปในถ้วยไหลเรื่อย ๆ กลิ่นหอมของกาแฟลอยผ่านจมูกฟุ้งไปในอากาศ เขาหมกมุ่นอยู่กับการวาดภาพดีไซน์กราฟิก ทุกแปรงและสีเป็นความฝันของเขา ที่พยายามจะสร้างสรรค์ให้เกิดขึ้น
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ลี! ช่วยแม่เสิร์ฟขนมเค้กหน่อย!” เสียงแม่ดังมา เขาเหลือบตามองไปที่แม่ตัวแทนึกครุ่นคิดเกี่ยวกับอนาคตที่เขาตั้งใจไว้แต่ไม่สามารถพูดออกไปได้ แม้ว่าจะเป็นความฝันที่เต็มไปด้วยสีสัน แต่ขณะนี้เขากลับถูกมัดด้วยสายใยของหน้าที่ที่ต้องทำเพื่อครอบครัว
วันนั้น ตอนเย็นขณะที่กำลังเก็บร้าน เขาเห็นหลิน เพื่อนหญิงสมัยเด็กที่กลับมาเยี่ยมบ้านครั้งแรกในรอบหลายปี มาเยี่ยมพ่อแม่หลังจากเรียนจบจากมหาวิทยาลัย เธอเข้ามายังร้าน มีมุมปากยิ้ม nhẹและท่าทางสดใส ใบหน้างดงามยังคงเหลือไว้ในความทรงจำของนักออกแบบหนุ่ม
“ลี! ไม่คิดว่าจะได้เจอ”, หลินพูดด้วยเสียงสดใส
“นายก็มาไม่บอกฉัน”, ลีพูดกลบเสียงสัมผัสที่ใจเต้นแรง
ทั้งสองเริ่มพบกันบ่อยครั้ง หลินแทบไม่มีเวลาอะไรนอกจากการกลับมาและพยายามฟื้นฟูความสัมพันธ์กับเพื่อนที่เมื่อเคยมี เมื่อเขาคิดถึงความรักที่เริ่มมีต่อเธอ ไล่เขาไปข้างหน้าสู่ความตึงเครียดที่คุกคาม ในความเป็นจริงที่ไม่รู้จะเดินไปทางไหนเมื่อครอบครัวมองหาความรับผิดชอบจากเขาและความฝันของเขา
เวลาผ่านไปเป็นสัปดาห์ ขณะที่ลีสร้างสรรค์งานที่เขาฝันถึงในขณะเดียวกันกลับไม่สามารถทำในร้าน คาเฟ่เริ่มเปิดรับงานศิลปะและได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้า ในขณะที่ตัวเขาเองรู้สึกถึงความไม่เต็มใจในใจที่ใช้ชีวิตด้วยการจมอยู่กับรสนิยมของผู้อื่น
“ทำไมไม่ลองสวมใส่เสื้อผ้าราคาถูกแบบคนอื่น?” แม่ถามต้นเหตุให้เขาตระหนักถึงตัวตนที่ต้องหยุดอยู่เช่นนี้ ลีรู้สึกกลัวที่จะยอมรับคำว่า ‘ทำตามอนาคตที่คนอื่นวางให้’ ครั้งแล้วครั้งเล่า
วันหนึ่งเขาเริ่มตัดสินใจลงมือทำงานออกแบบแล้วส่งไปสมัครเข้าทำงานในบริษัทออกแบบต่าง ๆ ขณะที่มีหลินให้การสนับสนุนอยู่ข้างเขา เขาจึงรู้สึกเหมือนมีแรงกระตุ้นในการใช้ชีวิตเขาอีกครั้ง
แต่แล้วอุปสรรคก็เกิดขึ้น เมื่อวันหนึ่งเขากลับบ้านพบคำพูดของแม่บอกว่า “เราไม่ต้องการความฝันจนทำให้ลืมความจริง” สิ่งนี้ทำให้เขารู้สึกว้าวุ่นในใจและเกิดการทะเลาะกันในครอบครัวหลังเหตุการณ์ที่ได้ยิน L ที่ต้องเลือกระหว่างโอกาสในชีวิตของตัวเอง กับการทำตามความคาดหวังของคนในครอบครัว
และในเวลาเหล่านี้ หลินยังคงอยู่เคียงข้างเขา ด้วยการสนับสนุนและความคิดที่เข้ากัน ในขณะที่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขากำลังจะเปลี่ยนไปเป็นความรักที่แท้จริง
ความรักของพวกเขาในระหว่างนี้ถูกทดสอบด้วยการห้ามใช้เวลาอยู่ด้วยกันหรือขัดแย้งกับคนในครอบครัว จนในที่สุดเมื่อต้องเผชิญกับปัญหาทั้งหลายนี้ เขาจึงตัดสินใจเดินหน้าลงทุนในการนำเสนอความคิดในลักษณะศิลป์ในการออกแบบให้มีคุณค่า
จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อผู้มีชื่อเสียงในวงการออกแบบเยี่ยมชมงานประเพณีการจัดนิทรรศการที่เขานำเสนอ มันกลายเป็นความสำเร็จที่ไม่เคยคาดคิด เหล่าคนในวงการต่างมอบข้อเสนอให้เขาอย่างอบอุ่น
จากเหตุการณ์ที่เกิดไปเกี่ยวกับความรับผิดชอบในครอบครัวและช่วงเวลาแห่งความรักที่ถูกทดสอบ กลายมาเป็นการเปิดโอกาสครั้งใหม่ในการแสดงชิ้นงานทุกชิ้นที่เชื่อมผลให้เขากับหลินกลับมายืนในฐานะคู่ชีวิตที่เขาใฝ่หามาตลอด
ท้ายที่สุด เมื่อลีตัดสินใจจะทำสิ่งที่เขารัก ต้องเผชิญหน้ากับการปล่อยวางอดีตกับการนึกถึงโอกาสในอนาคต ถ้าครอบครัวยอมรับเขาได้ แม้จะเจ็บปวดในขณะนี้ เขามีคำพูดมิตรภาพจากหลินที่ว่า “เราทุกคนสามารถเติบโตและพัฒนาตนเป็นสิ่งที่อยากทำได้”
เรื่องราวเปิดมิติใหม่ให้แก่ลี เมื่อตัวละครเริ่มมีเหตุการณ์การเดินไปสู่บทสรุปที่อยู่ที่การเล่าเรื่องของความรัก และการสนับสนุนจากเพื่อนที่ยืนยันว่า “ความจริงที่สำคัญที่สุดคือทำตามใจตัวเอง”
ในที่สุดจบด้วยอารมณ์ซาบซึ้งของการเดินหน้าจนถึงเป้าหมาย โดยที่ไม่มีการสูญเสียความรักและครอบครัวที่เคยมีอยู่ตรงนี้