ทางเลือกแห่งความรัก
เสียงรถยนต์ที่สัญจรไปมาอย่างรวดเร็วสะท้อนถึงความคึกคักของกรุงเทพฯ ในวันแรกที่ใบหน้าอันสดใสของพิมพ์ปราง เด็กสาวปีแรกของมหาวิทยาลัยปรากฏขึ้นท่ามกลางค่ำคืนที่ร้อนระอุ เธอเดินเข้าไปในคาเฟ่ใกล้มหาวิทยาลัย มีกลิ่นหอมของกาแฟและขนมอบที่แต่งแต้มบรรยากาศ
Thank you for reading this post, don't forget to subscribe!“ว้าว! บรรยากาศดีมากเลย” พิมพ์ปรางพูดด้วยเสียงหวานขณะที่นั่งลงที่มุมหนึ่งของร้าน คาเฟ่เงียบสงบพอสมควร มีเพียงเสียงเพลงเบา ๆ เป็นฉากหลัง
จุดสนใจของเธอเป็นที่เดียวกับมีเพื่อนสนิทที่ใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันมาแต่เด็ก นพกรณ์ สุดหล่อที่ไม่เคยพูดออกมา แต่ทราบกันดีว่าหัวใจของเขาจริงจังกับการเรียน
“พี่ปิ่นอยู่ที่ไหนนะ?” พิมพ์พูดพลางหันไปมองทางประตู ร้านค่อย ๆ เต็มไปด้วยกลุ่มนักศึกษาและ khíแสงไฟที่เพิ่มขึ้น สร้างอารมณ์ยิ่งมืดมิด
เมื่อพี่ปิ่น ลูกสาวเจ้าของร้านกาแฟเดินเข้ามา พร้อมกลิ่นน้ำหอมที่ยั่วยวนจากชุดเดรสสีขาว เธอเหมือนเข้ามาในโลกของนพกรณ์และพิมพ์ปรางในวันนั้น
“เฮ้ย! พิมพ์ สวัสดีจ้า” ปิ่นทักทายด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น ทำให้พิมพ์ปรางรู้สึกฟูฟ่องในใจ และนพกรณ์มองอย่างเงียบ ๆ แต่ตาพยายามสะท้อนความรู้สึก
ช่วงเวลานั้นคือจุดเริ่มต้นของเรื่องราวความรักที่ตึงเครียด ความรู้สึกที่พิมพ์มีต่อพี่สาวของนพกรณ์เริ่มจะกลายเป็นวาระแบบอื่น ระยะห่างที่สะท้อนให้เห็นในสายตาคู่นั้นพัฒนาเป็นความรักที่มีเสน่ห์แต่มีกรอบอันน่าอึดอัดอยู่
ในวันต่อมา ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นเมื่อพิมพ์ปรางรู้ว่านพกรณ์ได้ไป เดินทางไปทานอาหารกับปิ่น เธอรู้สึกหลอนขึ้นมา กลัวว่าจะสูญเสียความสัมพันธ์อันลึกซึ้งที่เธอมีต่อทั้งคู่
“ทำไมต้องเป็นพี่ปิ่น?!” พิมพ์นั่งอยู่ที่ริมหน้าต่างมองออกไปที่การจราจรอย่างเศร้าใจ เสียงเพลงเบา ๆ ฟังได้ไม่ไกล
นพกรณ์เข้ามาหาเธอท่ามกลางความโมโหที่เกิดขึ้น “อย่าคิดมากนะพิมพ์ ปิ่นแค่ค้าแว่นตามแล้วก็ให้เราไปด้วยเพื่อช่วยกัน” เขาพูดเบา ๆ และกดมือเธอ
บรรยากาศในห้องมีความตึงเครียดไม่ต่างกับอากาศรอบตัว ทั้งความรักที่ไม่สามารถพูดได้ ความไม่แน่ใจในความรู้สึก
การเดินทอดน่องในธรรมชาติยามเช้า พิมพ์ปรางตัดสินใจจะพูดคุยกับปิ่นให้รู้เรื่องถึงความรู้สึกของเธอ แต่เมื่อเห็นปิ่นยิ้มและเปล่งเสียงนี้ ทำให้พิมพ์รู้สึกกลัวสายตาอันน่าเชื่อถือของเธอ
“พี่ปิ่น มีอะไรที่ต้องบอกเหรอ?” เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้ แต่ปิ่นเพียงส่ายหน้าไปมา ยิ้มหวาน และตอบว่าตัวเองมีงานนิดหน่อยให้ทำ”
จุดเปลี่ยนที่รุนแรงเกิดขึ้นเมื่อพิมพ์ปรางตัดสินใจเปิดใจว่ารู้สึกอย่างไรกับนพกรณ์ คุณค่าของสัมพันธ์แฝงอยู่กับครั้งแรกที่มีความรัก แต่อาจขาดหายเมื่อผู้หญิงต้องแสดงตัวตนออกมาเมื่อพวกเขาต้องการทำลายสิ่งที่ยึดเหนี่ยวในใจ
อีกไม่กี่สัปดาห์ต่อมา ปิ่นหายตัวไปท่ามกลางฤดูกาลของความรู้สึกเข้มข้น ทำให้ทั้งพิมพ์และนพกรณ์ต้องเผชิญกับความเป็นจริงที่แตกต่างกัน
พิมพ์ปรากฏตัวขึ้นที่ห้องนั่งเล่นของนพกรณ์พร้อมสีหน้าแตกต่างจากปกติ ในขณะที่เขาพยายามให้กำลังใจเธอเขาสัมผัสได้ถึงเลือดที่ไหลลงมาจากแผลที่ยังไม่รักษา
“ฉันรู้ว่าความรักต้องมีกฎเกณฑ์ แต่เราไม่สามารถเป็นเพื่อนกับปิ่นได้อีกแล้ว ถ้าไม่มีความจริงที่เธอไม่พูด” พิมพ์เอ่ยคำพูดอย่างเงียบ ๆ
โดยไม่รู้ว่านพกรณ์มีความกังวลในเวลาเดียวกัน “ความรักไม่ใช่เรื่องแข่ง” เขาเสียงสั่นเครือ แต่เธอกลับพยักหน้าอย่างอ่อนล้า
ตลอดกันยายน ทั้งคู่ใช้เวลาร่วมกันโดยหลีกเลี่ยงการกล่าวถึงปิ่นจวบจนกระทั่งเรื่องราวกลับมางอกงามอีกครั้งเมื่อลมฤดูหนาวพัดผ่าน”.
ณ ที่นัดหมาย ณ คอนเสิร์ตกลางแจ้งที่แสงจ้าทางทิศตะวันออก มิตรภาพได้เกิดขึ้นซึ่งยังห่อหุ้มไปด้วยความกดดัน
ความรักแข่งขันชิงช้าแล้วกระทบมายังพิมพ์กันอย่างรุนแรงขณะที่นพกรณ์ยังคงซ่อนความจริงไว้ไม่มีกำลังใจจะพูดออก
“เมืองเต็มไปด้วยความสับสน ควรต้องทำให้ชัดเจน” พิมพ์กระซิบกับตัวเองขณะที่ไฟในที่ตั้งเตรียมจะจุดขึ้น
เสียงแตรของวงดนตรีแจ๊ส จังหวะการเขย่าขาดทำให้พิมพ์เก็บอารมณ์แต่ละค่อนไปที่ยามค่ำคืน
ฟ้ารอยอย่างเห็นได้ชัดในคืนที่ใสสะอาด มันเป็นอย่างนั้นที่สร้างความรักในพวกเขาและถูกบังคับให้เผชิญหน้ากับความจริง
อำนาจและการติดต่อของตัวละครกลางคืน ทำให้เส้นทางของนพกรณ์และพิมพ์ปรางกลับไปยังปิ่น ปมที่ยากจะคาดเดา
“พิมพ์ เราคือเพื่อนที่ดีไม่ใช่เหรอ?” มุมหนึ่งของความรักยันต้องการให้คนรักได้กลับสู่กันเมื่อความรักคั่งอยู่ทั้งความจริงและโชคชะตา ทำให้พิมพ์เปิดใจอีกครั้ง
ถึงแม้ว่าเรื่องราวจะจบลงในครั้งสุดท้ายที่พวกเขากลับมาทบทวนอีกครั้งว่าเลือกเจ็บปวดกันเพื่อตนเองภายในอีกครั้ง แม้ว่าปิ่นจะยังคงหายไปจากชีวิต แต่พวกเขารู้ดีว่าเส้นทางแห่งความรักนั้นคือการเดินตามหาตัวเองไม่มีวันหมดไป
ในที่สุดแน่นอนทุกคนยังมีการเติบโต มีบทเรียนดูแลความรู้สึก ปัญหายังส่งต่อเราให้ได้เติบโตต่อไป อาจมีการรักกันในทุกช่วงชีวิต